0 Views

เมื่อหานเซิ่นเริ่มฝึกกายหยก ตอนนั้นเขารู้สึกว่าอายุของเขามากเกินไปซึ่งมันเลยช่วงที่ดีที่สุดในการฝึกวิชานี้ไปแล้ว เนื่องจากร่างกายของเขาไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้รองรับวิชานี้ตั้งแต่เด็กๆ และเขายังฝึกมันได้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ หานเซิ่นจึงไม่สามารถก้าวหน้าในวิชานี้ได้มาก จนทุกวันนี้เขาก็ยังไม่สำเร็จขั้นแรกของวิชากายหยกเลย

 

 

เหมือนหานเซิ่นจะติดอยู่ที่คอขวด เขาไม่สามารถทะลวงผ่านขั้นแรกได้ แต่ทว่าหลังจากที่เขาดื่มยาปรับปรุงพันธุกรรมของวิชาไมโครคริสตัลเข้าไป มันกลับไปกระตุ้นกายหยกได้อย่างไม่คาดฝัน

 

 

สิ่งเดียวที่หานเซิ่นรู้สึกได้ตอนนี้ก็คือเขาหนาว! ความเย็นมันกำลังทิ่มแทงร่างกายของเขา

 

 

มันไม่ใช่ความเย็นที่มาจากภายนอก แต่มันเป็นความเย็นจากภายใน ราวกับว่าร่างกายของหานเซิ่นในทุกๆตารางนิ้วถูกความเย็นห่อหุ้มไว้หมด หานเซิ่นรู้สึกว่าเขาสามารถถูกแช่งแข็งได้ตลอดเวลา

 

 

เขาต้องการหยุดการทำงานของงานหยก ไม่งั้นเขาอาจจะแข็งตายจริงๆ แต่ทว่าตอนนี้กายหยกเหมือนกับม้าพยศ หานเซิ่นไม่สามารถที่จะควบคุมมันได้ ความเย็นยิ่งเย็นลงเรื่อยๆ ทำให้หานเซิ่นเกือบจะหมดสติ

 

 

“ไม่นะ ถ้าเราหลับ เราอาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยก็ได้” หานเซิ่นพยายามเรียกสติตัวเอง เขารู้ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับคนที่หลับท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น ดังนั้นเขาต้องดิ้นรนให้ผ่านช่วงนี้ไปให้ได้

 

 

แต่เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ในตอนนี้เขาทำไม่ได้แม้แต่จะขยับนิ้วมือ ร่างกายของเขาเย็นจัด ถึงขนาดทำให้อุณหภูมิภายในห้องของเขาลดต่ำลง

 

 

เครื่องควบคุมอุณหภูมิเหมือนจะสัมผัสไม่ได้ถึงอุณหภูมิในห้องที่ลดต่ำลง มันเลยไม่ทำงาน

 

 

“บ้าเอ้ย! เครื่องควบคุมอุณหภูมิมันจะมาเสียอะไรตอนนี้?” หานเซิ่นอยากจะทุบเครื่องควบคุมอุณหภูมิทิ้งซะเดี๋ยวนั้น แต่เขาไม่สามารถทำได้ แค่ขยับตัวตอนนี้เขาก็ยังทำไม่ได้

 

 

ทันใดนั้นก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของหานเซิ่น นี่ไม่น่าจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่เครื่องควบคุมอุณหภูมิไม่ยอมทำงาน เหตุผลที่มันไม่ทำงานอาจจะเป็นเพราะอุณหภูมิในห้องไม่ได้ลดลงจริงๆก็ได้ ‘เราหนาวก็เพราะว่าเรารู้สึกไปเอง นี่มันแค่อาการหลอน ไม่ใช่เรื่องจริง’

 

 

หลังจากที่คิดได้เช่นนั้น หานเซิ่นก็กัดฟันและบอกกับตัวเอง ‘ฉันไม่หนาว.. ฉันไม่หนาว.. นี่มันไม่ใช่เรื่องจริง…นี่มันแค่อาการหลอน..’

 

 

“บ้าเอ้ย มันหนาวจริงๆ..” หานเซิ่นรู้สึกว่าแค่ใช้จิตวิทยาจะช่วยอะไรไม่ได้ เพราะตอนนี้เขาเกือบจะแข็งตายอยู่แล้ว มันเหมือนกับว่าหัวใจของเขาถูกแช่แข็งไปแล้ว และเลือดของเขาหยุดไหล ความเย็นกำลังไหลเข้าสู่หัวใจของเขา

 

 

แต่พอเวลาผ่านไป เขาก็รู้สึกว่าความเย็นมันค่อยๆไหลออกไปจากร่างกายของเขา หานเซิ่นเริ่มรู้สึกอุ่นขึ้น มันเหมือนกับมีแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาในช่วงฤดูหนาว มันทำให้เขาสั่นและรู้สึกดีขึ้น

 

 

แต่กระนั้นหานเซิ่นก็ไม่ได้รู้สึกมีความสุขกับมันจริงๆ เขารู้ดีว่าความหนาวไม่ได้หายไปไหน ความอบอุ่นในตอนนี้มันหมายถึงเขากำลังเข้าใกล้ความตายเข้าไปทุกที ไม่นานหานเซิ่นที่รู้สึกสบายขึ้นจากความอุบอุ่นก็เผลอหลับไป

 

 

หานเซิ่นพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่ให้ตัวเองหลับ แต่เขาก็ไม่สามารถต้านได้นานนัก ในท้ายที่สุดหานเซิ่นก็หลับสนิท

 

 

หานเซิ่นไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานขนาดไหน เมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็รู้สึกสบายตัว ราวกับว่าเขาเพิ่งจะขึ้นมาจากบ่อน้ำร้อน

 

 

“อะไรเนี่ย? เราตายแล้วงั้นหรอ?” หานเซิ่นยิกแก้มของตัวเอง เขารู้สึกเจ็บจริงๆ

 

 

“เรายังไม่ตาย และนี่ก็ไม่ใช่ความฝันด้วย” หานเซิ่นดีใจมาก ก่อนที่เขาจะหลับไป เขาคิดว่าเขาชะตาขาดแล้ว แต่ทว่าไม่เพียงแค่เขารอดมาได้ แต่เขาไม่ได้รู้สึกทรมานอะไรเลย

 

 

แต่ทว่าหานเซิ่นรู้สึกว่าร่างกายของเขามีอะไรบางอย่างที่แปลกไปจากเดิม ถึงเขายังบอกไม่ได้ว่าเปลี่ยนไปยังไง แต่เขารู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปแน่นอน

 

 

หานเซิ่นรอไม่ไหวที่จะลองใช้วิชากายหยกดู เขาต้องการลองว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเขา ทันทีที่เขาเริ่มใช้ มือทั้ง 2 ข้างของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีขาวคล้ายน้ำแข็งหรือหยก

 

 

มือของเขาตอนนี้ทำให้เขานึกถึงเสวียหลงเหยียน ในตอนที่เขาพบกัน มือของเสวียหลงเหยียนก็เป็นแบบนี้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามมือของหานเซิ่นตอนนี้ ดูราบเรียบยิ่งกว่าของเสวียหลงเหยียนซะอีก มันยากที่จะเชื่อว่านี่คือมือของมนุษย์

 

 

“สำเร็จขั้นแรก… เราสำเร็จขั้นแรกของกายหยกแล้ว..” หานเซิ่นรู้สึกตื่นเต้นมาก เขาลองพยายามเปลี่ยนร่างกายของเขาให้เป็นหยกดู

 

 

“กายหยก..นี่สินะวิชากายหยกที่แท้จริง.. ในที่สุดเราก็ทำได้!” หานเซิ่นไม่สามารถยับยั้งความตื่นเต้นของตัวเองได้ เขาดูร่างกายของเขาที่เปลี่ยนเป็นสีขาวเกือบจะโปร่งใส และราบเรียบเนียนเหมือนกับหยก เขาเกือบจะหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

 

หลังจากที่ดันทุลังฝึกกายหยกมานาน ในที่สุดหานเซิ่นก็สำเร็จขึ้นแรกได้ ซึ่งถือเป็นขั้นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด

 

 

แม้หานเซิ่นจะอายุมากเกินกว่าที่จะเริ่มฝึกแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังสำเร็จขั้นแรกได้ ตอนนี้เขารู้สึกว่าการฝึกในขั้นที่ 2 คงจะไม่ยากสำหรับเขาอีกแล้ว เพราะอายุของเขาก็น่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ของการฝึกขั้นที่ 2

 

 

ตอนนี้เขารู้สึกถึงพลังอันไร้ขีดจำกัดที่ไหลอยู่ภายในร่างกายของเขา หานเซิ่นลองกำหมัดแน่น ถึงกล้ามเนื้อและกระดูกจะใสเหมือนหยก แต่พวกมันก็ยืดหยุ่นเหมือนกับเอ็นของเนื้อวัว เขาไม่ได้รู้สึกว่ามันทำให้เขาเคลื่อนไหวลำบากเลย แต่เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาทนทานขึ้น

 

 

หานเซิ่นหยุดใช้วิชากายหยก และร่างกายของเขาก็กลับมาเป็นปรกติ เขาลองดูตัวเองในกระจก และเขาก็เห็นผิวหนังของเขาดูขาวและราบเนียนยิ่งกว่าเดิมเล็กน้อย ตาของเขาเหมือนกับอัญมณี ซึ่งมันทำให้เขาดูมีเสน่ห์

 

 

“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เราคงจะไม่กลายเป็นผู้หญิงหรอกนะ” หานเซิ่นเห็นตัวเองในกระจก ทำให้เขากังวลเล็กน้อย แต่รูปร่างหน้าตาของเขาก็ยังเป็นผู้ชายอกสายศอก

 

 

อย่างไรก็ตาม นี่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร หานเซิ่นไม่ได้สนใจเรื่องรูปลักษณ์ หานเซิ่นเริ่มฝึกไมโครคริสตัลอีกครั้ง เขาต้องการทำให้แน่ใจว่าตอนนี้เขายังสามารถฝึกวิชานี้ได้อยู่

 

 

ไม่นานหานเซิ่นก็ต้องอ้าปากค้าง หลังจากที่ฝึกวิชาไมโครคริสตัลไปสักพัก เขาก็พบว่าวิชาไมโครคริสตัลเหมือนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกายหยกไปแล้ว

 

 

เมื่อเขาใช้วิชาไมโครคริสตัล หานเซิ่นรู้สึกว่าร่างกายของเขาแข็งขึ้น เนื่องจากเซลล์ในร่างกายของเขากลายเป็นคริสตัล ทำให้เขาดูเหมือนกับรูปปั้นที่เกะสลักจากคริสตัล

 

 

“ไมโครคริสตัล เราฝึกสำเร็จแล้ว..” ถึงหานเซิ่นไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ความจริงก็คือความจริง เขาฝึกวิชาไมโครคริสตัลสำเร็จแล้วจริงๆ ตอนนี้ร่างกายของหานเซิ่น ดูเหมือนกับที่วิดีโอวิชานี้บรรยายไว้ไม่มีผิด

 

 

วิชาไฮเปอร์จีโนที่ต้องใช้เวลาฝึกเป็นสิบๆปีเพื่อให้ชำนาญ แต่หานเซิ่นสามารถฝึกมันสำเร็จได้อย่างง่ายๆ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น

 

 

หลังจากเฮได้ไม่นาน หานเซิ่นก็พบว่าวิชานี้ไม่ได้ดีเด่นอะไรเหมือนกับที่บรรยายไว้ ผลของมันด้อยกว่าวิชากายหยกขั้นแรกมาก ข้อดีอย่างเดียวของไมโครคริสตัลก็คือ เขาสามารถใช้มันปกปิดร่างกาย เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้เวลาเขาใช้วิชากายหยก

 

 

 VIPถึงตอนที่ 1385  เเล้วครับสนใจสมัครได้ที่ https://www.facebook.com/SuperGodGene/