0 Views

หัวหน้าห้องครัวหน้าซีดทันที มีทหารเก่งๆหลายคนที่ลองอุปกรณ์นี้แล้วแต่ก็ทำไม่สำเร็จ ดังนั้นหวังโฮ่วเลยพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะต้องการจะกลั่นแกล้งพวกเขา แต่กระนั้นหัวหน้าห้องครัวก็ไม่มีข้ออ้างอะไรที่จะไม่ส่งคนไป

 

 

หลังจากได้ยินคำพูดของหวังโฮ่ว เฉินโซ่วซานก็มองมาที่หัวหน้าห้องครัวและพูด พร้อมกับยิ้ม “ที่เขาพูดมาก็ถูก หลัว ฉันคิดว่านายเองก็มีลูกทีมที่ดีเช่นกัน แสดงให้พวกเราเห็นหน่อย”

 

 

“ครับ” หัวหน้าห้องครัวลุกขึ้น และทำความเคารพ เขาได้แต่แอบด่าหวังโฮว่อยู่ในใจ

 

 

แม้ว่าทุกคนในห้องครัวจะเป็นผู้วิวัฒนาการกันหมด แต่พวกเขาก็ไม่ใช่นักสู้ที่ดี แถมพวกเขายังเป็นทีมที่อ่อนซ้อมที่สุด

 

 

พวกเขามาที่นี่เพื่อดูคนอื่นๆฝึกซ้อมอุปกรณ์ใหม่ และไม่ได้คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

 

 

แม้หัวหน้าห้องครัวต้องการจะออกไปเอง แต่ไม่มีหน่วยไหนที่ส่งหัวหน้าออกไปเลย ถ้าเขาออกไปน่าจะไม่เหมาะ ยิ่งกว่านั้นด้วยรูปร่างของเขา ถ้าเขาออกไปเองมันอาจจะแย่ยิ่งกว่าคนอื่นๆก็ได้

 

 

หัวหน้าห้องครัวมองไปที่ลูกทีมของเขา สีหน้าแววตาแต่ละคนไม่มีใครที่มีความมั่นใจเลย

 

 

“พันเอกหลัว ทำไมไม่ให้ทหารใหม่ที่พึ่งมาทำงานในห้องครัวลองดูล่ะ? ให้เขาได้โชว์ตัวหน่อย ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง อย่างน้อยทุกคนก็จะได้เห็นหน้าเห็นตาเขาบ้าง” ขณะที่หัวหน้าห้องครัวกำลังลังเลว่าจะเลือกใครดี หวังโฮว่ก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

หลังจากวันนั้นหวังโฮว่ก็ไปเช็คดู เขาพบว่าหานเซิ่นไม่ได้มีอะไรที่พิเศษ แถมเขายังพึ่งจะวิวัฒนาการ แม้เขาจะจบมาด้วยยศพันตรีก็ตาม แต่กระนั้นยศก็ไม่ใช่มีความหมายอะไรบนยานแดฟเน่ ทหารส่วนมากก็มียศระดับนั้นอยู่แล้ว

 

 

ภารกิจครั้งนี้เป็นภารกิจลับเลยต้องการคนที่มีประสบการณ์ สำหรับหานเซิ่นที่พึ่งจะจบจากโรงเรียนทหาร มันน่าแปลกมากที่เขาถูกเรียกให้มาที่นี่

 

 

หวังโฮว่เช็คประวัติของหานเซิ่นต่อไปอีก และพบว่าเขาจบมาจากโรงเรียนเดียวกับจีเหยียนหรัน พวกเขาทั้ง 2 คนจะต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน

 

 

เหมือนเขากับจีเหยียนหรันจะมีความสัมพันธ์บางอย่าง ตอนนี้เขานับหานเซิ่นเป็นศตรูคนหนึ่งแล้ว เขาสงสัยว่าหานเซิ่นแข็งแกร่งขนาดไหน หวังโฮว่คิดว่าเขาควรใช้โอกาสนี้ในการดูความสามารถจริงๆของหานเซิ่น

 

 

หัวหน้าห้องครัวขมวดคิ้ว และต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ทว่าหานเซิ่นก็พูดขึ้นมาอย่างสงบ “โอเค ขอให้ผมได้ลองหน่อย ยังไงผมก็อยากจะลองมันอยู่แล้ว”

 

 

“งั้นก็เอาตามนั้น” หัวหน้าห้องครัวไม่คิดจะหยุดหานเซิ่น ยังไงการฝึกซ้อมครั้งนี้ก็จัดขึ้นเพื่อทดสอบอุปกรณ์ฝึกใหม่ และก็ยังไม่มีใครทำสำเร็จเลย ถ้าหานเซิ่นจะพลาดก็ไม่น่าแปลกอะไร ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เขาก็แค่ถูกไฟฟ้าช็อค

 

 

หานเซิ่นลุกขึ้น และมองไปที่หวังโฮว่ ก่อนที่จะเข้าไปในเครื่องฝึก

 

 

แม้ว่าแดฟเน่จะมีหน่วยวอเฟรมแค่หน่วยเดียว แต่มันก็เป็นหน่วยที่สำคัญอันดับต้นๆ ทหารใต้คำสั่งเขามีถึง 15 คน ซึ่งล้วนแต่ถูกคัดเลือกมาอย่างดี

 

 

โดยปรกติแล้วถ้าไม่นับห้องครัว ทุกๆหน่วยจะเลือกพวกระดับหัวกระทิมาทั้งหมด แม้แต่ลูกเรือหรือช่างซ่อมบำรุงก็ยังเป็นพวกหัวกระทิ

 

 

หานเซิ่นเข้าไปในเครื่องฝึก และอุปกรณ์สร้างแรงโน้มถ่วงก็ถูกเปิดทันที หานเซิ่นรู้สึกว่าร่างกายของเขาหนักขึ้นทันที

 

 

สายตาของทุกคนจับจ้องมาที่หานเซิ่น ถึงพวกเขาจะรู้อยู่แล้วว่ายังไงทหารใหม่ก็ต้องทำพลาดอยู่แล้ว แต่พวกเขาแค่อยากรู้ว่าจะไปได้ไกลสักแค่ไหน

 

 

นอกจากหวังโฮว่แล้ว ทหารคนอื่นๆก็จับตามองหานเซิ่นไว้เช่นกัน

 

 

จีเหยียนหรันไม่ได้ปิดบังเรื่องที่เธอใช้เส้นสายเพื่อให้หานเซิ่นมาบนยานลำนี้กับเฉินโซ่วซาน จริงๆแล้วการฝึกครั้งนี้ เฉินโซ่วซานจัดมันขึ้นมาตามคำขอของหวังโฮว่ เพราะเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าหานเซิ่นมีดีอะไร ถึงทำให้จีเหยียนหรันใช้ความพยายามขนาดนั้นเพื่อพาเขามาที่นี่

 

 

หานเซิ่นสูดลมหายใจเข้าลึก และเดินไปบนกำแพงอันแรก

 

 

หานเซิ่นถามจีเหยียนหรันเกี่ยวกับเรื่องของหวังโฮว่มาแล้ว เพราะเขาเป็นคนที่มีความรู้สึกไว แค่เจอกันครั้งแรกเขาก็รู้เลยว่าหวังโฮว่เห็นเขาเป็นศัตรู

 

 

นี่มันผิดปรกติ หานเซิ่นเป็นแค่ทหารใหม่ที่พึ่งมา และยังไม่เคยทำอะไรให้หวังโฮว่ เขายังไม่เคยเจอหน้าหวังโฮว่มาก่อนด้วยซ้ำ เขาคิดว่าหวังโฮว่คงจะไม่พอใจเขาเรื่องอื่นแน่ๆ

 

 

 

สิ่งที่จีเหยียนหรันบอกมันตรงกับข้อสันนิษฐานของหานเซิ่น หวังโฮว่คือคนของพวกผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการ ถึงเขาจะเป็นหัวหน้าหน่วยวอเฟรมของยาน แต่เขาถูกเลือกมาก็เพราะคำแนะนำจากพวกผู้เชี่ยวชาญ และตัวหวังโฮว่เองก็เป็นคนเลือกทหารในหน่วยมาด้วยตัวเอง มันง่ายที่จะบอกว่าหวังโฮว่ทำงานให้พวกผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการบนยาน

 

 

มีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลายคนที่ไม่พอใจจีเหยียนหรัน พวกเขารู้ดีว่าจีเหยียนหรันพึ่งจะเป็นผู้วิวัฒนาการได้ไม่นาน ถึงเธอจะมาจากตระกูลใหญ่ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะมีความสามารถพอทำภารกิจนี้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญไม่ชอบเธอเอามากๆ

 

 

ยิ่งกว่านั้นกัปตันคนเก่าที่ถูกจีเหยียนหรันมาแทน เป็นคนที่ทำงานใกล้ชิดพวกผู้เชี่ยวชาญมาก การที่จีเหยียนหรันเข้ามาเป็นกัปตันแทนโดยใช้เส้นสาย ทำให้พวกเขามองจีเหยียนหรันเป็นศัตรูของพวกเขา

 

 

แต่เพราะเธอมาจากตระกูลใหญ่เลยไม่มีใครกล้าพูดอะไร แต่อย่างไรก็ตามถ้าจีเหยียนหรันเกิดทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา เธอก็อาจจะถูกปลดจากตำแหน่งกัปตันได้ง่ายๆ

 

 

เดิมทีหานเซิ่นไม่ได้ต้องการจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องความขัดแย้งภายใน แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากเขามาที่นี่ได้ก็เพราะจีเหยียนหรัน ซึ่งหลายๆคนก็รู้เรื่องนี้ ถ้าเขาทำผลงานได้ไม่ดีล่ะก็ จีเหยียนหรันก็จะขายหน้าไปด้วย

 

 

ไม่ใช่แค่เพราะว่าแฟนของเขาจะขายหน้าเท่านั้น เขายังต้องทำให้เธอภูมิใจด้วย ไม่งั้นเขาจะไม่ควรเรียกตัวเองว่าแฟนของจีเหยียนหรัน

 

 

หานเซิ่นรู้ดีว่าหวังโฮว่พยายามจะทำอะไร แต่เขาไม่สนใจ
‘ถ้านายต้องการจะดูนัก ฉันก็จะจัดให้นายดู’ หานเซิ่นเหยียบขึ้นไปบนกำแพงแรก จากนั้นเขาก็พุ่งเข้าไปในโซนสีขาวด้วยก้าวเพียงก้าวเดียว

 

 

หานเซิ่นเร็วมาก เขาเร็วยิ่งกว่าทหารทุกคนที่มาลองก่อนหน้านี้ ทหารคนอื่นๆจะควบคุมความเร็วของตัวเอง เพื่อที่พวกเขาจะได้สังเกตตำแหน่งของกำแพง และตัดสินใจได้ทันว่าต้องทำยังไงต่อไป แต่หานเซิ่นตรงกันข้ามกับพวกเขา หานเซิ่นเร่งความเร็วตั้งแต่เริ่ม เขาลุยไปตรงๆ และใช้ปฏิกิริยาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเอา

 

 

เมื่อเห็นหานเซิ่นใช้ความเร็วขนาดนี้ หวังโฮว่ก็ประหลาดใจ เขาคิดว่าหานเซิ่นเป็นคนที่โง่มาก เขาอาจจะเป็นคนที่ถูกช็อค และล่วงลงมาเร็วที่สุดก็ได้

 

 

แม้แต่เฉินโซ่วซานก็ยังขมวดคิ้ว ถ้าหานเซิ่นคิดได้แค่นี้ เขาก็คิดว่าจีเหยยีนหรันต้องเสียแรงฟรีที่อุส่าวิ่งเต้นเพื่อพาเขามาที่นี่ เฉินโซ่วซานค่อนข้างผิดหวังกับหานเซิ่น

 

 

 VIPถึงตอนที่ 1385  เเล้วครับสนใจสมัครได้ที่ https://www.facebook.com/SuperGodGene/