0 Views

 

หานเซิ่นไม่ต้องการหนีอีกแล้ว ตอนนี้ระดับความแข็งแกร่งของเขาก็มากกว่า 80 เช่นกัน ถึงมอนสเตอร์ 2 ตัวนี้จะมีความแข็งแกร่งแถวๆ 100 แต่พวกมันก็ไม่ใช่จะจัดการหานเซิ่นได้ง่ายๆ

 

 

โชคร้ายที่สถานการณ์ตอนนี้มันเสี่ยงเกินไป หานเซิ่นเลยไม่กล้าที่จะเรียกวิญญาณอสูรนกทะเลทรายออกมาใช้ เพราะกลัวว่ามันอาจจะถูกมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิทั้ง 2 ตัวฆ่า ไม่งั้นเขาจะสู้ได้ดีกว่านี้

 

 

แต่กระนั้นภายใต้การปิดล้อมจากมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิทั้ง 2 ตัว หานเซิ่นเคลื่อนไหวหลบซ้ายทีขวาที มันดูไม่ได้ยากจนเกินไปสำหรับเขาที่หลบการโจมตีจากมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิได้

 

 

ถ้าหยางม่านลี่ได้เห็นสิ่งที่เกิดในตอนนี้ เธออาจจะอึ้งจนตาทะลักออกมาจากเบ้าเลยก็ได้ ในบรรดาผู้วิวัฒนาการ คงมีแค่คนที่มีระดับความแข็งแกร่งเกิน 100 ถึงจะสามารถทำแบบนี้ได้

 

 

แม้หานเซิ่นจะไม่ได้มีระดับความแข็งแกร่งสูงเท่ากับมอนสเตอร์ทั้ง 2 แต่เนื่องจากเขาเป็นมนุษย์จึงมีสติปัญญาและเทคนิคการต่อสู้ที่เหนือกว่า ถ้าระดับความแข็งแกร่งไม่ห่างกันจนเกินไป มันไม่ยากสำหรับเขาที่จะหลบการโจมตีของพวกมัน

 

 

หานเซิ่นใช้สปาติเคิลขั้นสูงสุด ขณะเดียวกันเขาก็กำลังใช้เทคนิคการไคท์ติงของควีน เพื่อนำให้มอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิไปในจุดที่เขาต้องการ

 

 

ตั้งแต่ที่เขาได้เรียนรู้เทคนิคนี้มาจากควีน หานเซิ่นก็ได้ศึกษาและฝึกมันอย่างหนัก เขาเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง ถึงจะไม่ได้ดีเท่ากับที่ควีน แต่ระดับที่เขาทำได้ก็ถือว่าน่าประทับใจมาก

 

 

ทุกๆก้าว ทุกๆการเคลื่อนไหวมีจุดประสงค์ของมัน ถึงมันเร็วเกินไปที่จะพูดได้ แต่ผลของมันก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

 

 

ใยของแมงมุมไม่สามารถสัมผัสถูกตัวของหานเซิ่นได้เลย แต่มันกลับไปติดกับกรงเล็บของนกสีดำ นกสีดำกำลังกระพือปีกอย่างหนัก มันไม่สามารถโจมตีถูกตัวหานเซิ่นได้ แต่มันกลับไปโจมตีโดนแมงมุมยักษ์แทน มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิทั้ง 2 ไม่สามารถทำอะไรหานเซิ่นได้เลย แต่มันเริ่มจะทำให้มอนสเตอร์อีกตัวบาดเจ็บเเทน

 

 

ยิ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง มอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิทั้ง 2 ตัวเริ่มไม่พอใจอีกฝ่าย ตอนนี้มันเลิกสนใจหานเซิ่น และหันมาสู้กันเอง ขณะที่พวกมันกำลังสู้กัน หานเซิ่นก็ใช้โอกาสนี้หนีไป ขณะที่กำลังมองดูการต่อสู้ของมอนสเตอร์ทั้ง 2 จากระยะไกล หานเซิ่นก็คิด ‘ถ้าควีนมาเห็นการไคท์ติงของเราละก็ หล่อนอาจจะพูดชมเชยเราก็ได้’

 

 

ในตอนนี้หานเซิ่นยังไม่ได้หนีไป เขาเฝ้าสังเกตการณ์การต่อสู้ระหว่างมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิทั้ง 2 ซึ่งดูแล้วระดับความแข็งแกร่งของพวกมันทั้ง 2 ตัวคงจะเกิน 100 การโจมตีและการเคลื่อนไหวของพวกมันทั้งรวดเร็วเเละรุนแรง

 

 

นกสีดำถูกใยของแมงมุมพันเกือบทั้งตัว ทำให้มันเริ่มช้าลงเรื่อยๆ ขณะที่แมงมุมยักษ์เองก็ถูกกรงเล็บของนกตะปบเข้าไปหลายครั้ง ทำให้เกิดบาดแผลขนาดใหญ่ มีเลือดไหลออกมาไม่หยุด

 

 

“แบบนั้นแหละ สู้กันเข้าไป ถ้าจะให้ดีก็ฆ่ากันให้ตายไปเลย ฉันจะได้จีโนพ้อยมาแบบฟรีๆ ถึงพวกแกจะตัวใหญ่ แต่ฉันไม่สน ฉันจะกินเนื้อพวกแกให้หมด” หานเซิ่นกำลังเชียร์ให้พวกมอนสเตอร์สู้กัน เขาคิดว่าเนื้อไม่น่าจะเน่าเสียได้ง่าย เพราะที่นี่เป็นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ อย่างน้อยๆก็น่าจะเก็บไว้ได้หลายวัน

 

 

ตอนแรกหานเซิ่นคิดว่านกสีดำน่าจะแข็งแกร่งกว่า แต่ผลปรากฏว่าแมงมุมอึดกว่า ตอนนี้นกสีดำเริ่มหมดแรงที่จะสู้แล้ว มันบินวนไปรอบๆ ขณะที่ตัวของมันเต็มไปด้วยใยแมงมุม ไม่นานมันก็ใกล้จะถูกแมงมุมฆ่า

 

 

ขณะที่หานเซิ่นกำลังลังเลอยู่ว่าจะเข้าไปฆ่านกสีดำดีไหม นกสีดำก็ไหลตกลงไปจากหน้าผา

 

 

เพราะแมงมุมมันใช้ใยจำนวนมากจับตัวนกสีดำเอาไว้ ทำให้มันเองก็ถูกลากตกลงไปข้างล่างหน้าผาด้วยเช่นกัน

 

 

หานเซิ่นอึ้ง เขารีบวิ่งไปตรงขอบของหน้าผา ข้างล่างมีหมอกหนามาก หานเซิ่นเลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างล่างบ้าง

 

 

หานเซิ่นรออยู่สักพัก แต่เขาก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แม้แต่เสียงกรีดร้องก็ไม่มี ซึ่งหมอกก็ไม่มีทีท่าว่าจะหายไปไหน

 

 

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” หานเซิ่นยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำยังไงดี เขาได้แต่มองลงไปข้างล่าง

 

 

มอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิทั้ง 2 ตัวน่าจะบาดเจ็บสาหัส ดังนั้นนี่น่าจะเป็นโอกาสสำหรับเขา อย่างไรก็ตามหานเซิ่นก็ไม่รู้ว่าพวกมันเป็นหรือตาย และเขาก็ไม่แน่ใจด้วยว่าข้างล่างมีอะไรอยู่บ้าง มันทำให้เขาไม่กล้าที่จะลงไป แต่หานเซิ่นรู้สึกว่าเทพีแห่งโชคลาภคงจะไม่พอใจ ถ้าเขาไม่ลงไปข้างล่าง ในเมื่อโชคมันอยู่ตรงหน้าแล้ว

 

 

“เอาน่า คนที่กล้าเสี่ยงเท่านั้นถึงจะมีโอกาสสำเร็จ ข้างล่างนั่นมีมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิ 2 ตัว ดังนั้นเราไม่ควรจะพลาดโอกาสนี้ไป ถึงพวกมันยังไม่ตาย เราก็น่าจะสามารถหนีมันได้ถ้าสู้ไม่ไหว” หานเซิ่นกัดฟัน เขาเรียกร็อคเวิร์มออกมา และสั่งให้มันพาเขาบินลงไปข้างล่าง

 

 

ข้างล่างมีหมอกหนามาก แม้หานเซิ่นจะฝึกกายหยก แต่เขาก็ยังสั่นไม่หยุด สภาพอากาศข้างล่างมันเลวร้ายมาก มันหนาวยิ่งกว่าน้ำแข็ง ถ้าคนธรรมดาๆลงมาข้างล่าง หานเซิ่นไม่คิดว่าพวกเขาจะสามารถผ่านหมอกหนาๆนี้มาได้โดยไม่ตายเสียก่อน

 

 

โชคดีที่กายหยกมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถต้านความหนาวได้ หานเซิ่นที่กำลังนั่งอยู่บนหลังร็อคเวิร์มจับจ้องลงไปใต้หนาผา แต่กระนั้นหมอกก็ยังหนา ทำให้หานเซิ่นมองไม่เห็นข้างล่าง

 

 

หลังจากที่ลงมาได้สักพัก หมอกมันก็เริ่มจางลง หานเซิ่นเริ่มที่จะมองเห็นเงาอะไรบางอย่างอยู่ข้างล่าง แต่เขายังไม่แน่ใจว่ามันคือแมงมุมหรือว่านก

 

 

หานเซิ่นสั่งให้ร็อคเวิร์มบินต่ำลงไปอีก และในที่สุดเขาก็สามารมองเห็นข้างล่างได้ แต่สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง

 

 

ทั้งแมงมุมยักษ์และนกสีดำเกือบจะตายแล้วทั้งคู่ แต่มันไม่ใช่เพราะว่าพวกมันสู้กันเองจนเกือบตาย ใต้หน้าผามีบ่อน้ำแข็งอยู่ จากในบ่อน้ำนั่นมีมอนสเตอร์โผล่ออกมา มันดูเหมือนกับปลาหมึกที่มีหนวดจำนวนมาก ทั้งแมงมุมยักษ์และนกสีดำกำลังถูกหนวดของมันจับอยู่ ถึงพวกมันพยายามจะดิ้นร่น แต่เพราะพวกมันบาดเจ็บจากการต่อสู้ก่อนหน้า ทำให้พวกมันอ่อนแอกว่ามอนสเตอร์ที่มีรูปร่างเหมือนปลาหมึก หนวดเริ่มลัดมันแน่นขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิทั้ง 2 ก็เกือบจะขาดใจตายแล้ว

 

 

โชคยังดีที่มอนสเตอร์ตัวนี้ไม่มีรูปแบบการโจมตีอื่น นอกจากใช้หนวดรัดอย่างเดียว มันจึงไม่สามารถเผด็จศึกพวกมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิทั้ง 2 ได้ในทันที อย่างไรก็ตามตอนนี้มันก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้วว่าพวกมันจะตายเมื่อไหร่

 

 

หานเซิ่นช็อคที่บริเวณนี้มีมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิถึง 3 ตัว ซึ่งแต่ละตัวก็น่ากลัวทั้งนั้น มันเหมือนว่าบริเวณนี้จะอันตรายกว่าที่หานเซิ่นคิดเอาไว้

 

 

ตอนแรกหานเซิ่นคิดว่าถ้าหากเขายึดเมืองสปิริตได้ เขาจะสามารถทำอะไรในบริเวณรอบๆนี้ก็ได้ตามที่ต้องการ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมองโลกในแง่ดีเกินไป

 

 

 VIPถึงตอนที่ 1350  เเล้วครับสนใจสมัครได้ที่ https://www.facebook.com/SuperGodGene/