0 Views

 

“ที่เธอพูดมาก็ถูก แต่ฉันไม่มีเวลามากขนาดนั้น ฉันต้องการยึดเมืองสปิริตให้ได้ภายใน 1 เดือน” หานเซิ่นพูด

 

 

“1 เดือน?” หยางม่านมองหานเซิ่นราวกับมองไอ้บ้าคนหนึ่ง

 

 

“ใช่ 1 เดือน” หานเซิ่นพยักหน้าและพูดย้ำอีกครั้ง

 

 

จริงๆแล้ว 1 เดือนถือว่าไม่ใช่เรื่องยากสำหรับหานเซิ่น ด้วยระดับความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้อยู่ที่ประมาน 80 ซึ่งไม่น่าจะมีมอนสเตอร์กลายพันธ์ตัวไหนสู้เขาได้ แต่กระนั้นในเมืองสปิริตก็อาจจะมีมอนสเตอร์กลายพันธ์อยู่นับ 10 และในกรณีที่มีตัวที่เข้าโหมดเบอร์เซิร์กได้อีก สถานการณ์ก็ยิ่งจะซับซ้อน ที่สำคัญหานเซิ่นยังไม่เคยสู้กับสปิริตมาก่อน ดังนั้นเขาเลยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1 เดือนก่อน

 

 

ถึงเขาทำไม่สำเร็จ อีกไม่ถึงเดือนซีโร่ก็จะมาที่นี่อยู่แล้ว ในตอนที่ซีโร่มาถึง มันจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาที่จะยึดเมืองที่มีสปิริตระดับขุนนางเฝ้าอยู่

 

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับหยางม่านลี่แล้วคำพูดของหานเซิ่นมันดูไร้เดียงสาเกินไป มันไม่ควรจะออกมาจากปากผู้ใหญ่ที่มีเหตุมีผล

 

 

หยางม่านลี่ยังคงนิ่งเงียบ เธอเริ่มเสียใจที่เธอเลือกทางนี้ การที่เธอต้องมาติดตามคนไร้เหตุผลแบบนี้ ทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย

 

 

หานเซิ่นไม่ได้พูดอะไรอีก เขาไม่ได้คิดจะเกลี่ยกล่อมหยางม่านลี่ เขาไม่เคยคิดจะพาหยางม่านลี่ไปบุกยึดเมืองพร้อมกับเขาอยู่แล้ว เนื่องจากเขาไม่ต้องการให้คนอื่นเห็นความสามารถที่แท้จริงของเขา

 

 

หานเซิ่นมีแผนที่จะให้หยางม่านลี่คอยดูแลเมืองหลังจากที่เขายึดมันได้แล้ว เขารู้จักเธอดีและไว้ใจเธอ ยังไงตอนนี้ก็ไม่มีคนอื่นที่เขาจะพึ่งพาได้เลย

 

 

“เอาเนื้อส่วนที่เหลือกลับไปก่อน” หานเซิ่นกินเนื้อบาร์บีคิวไปบางส่วน แต่ทว่าร่างของอสูรเกราะน้ำแข็งใหญ่เกินไป เนื้อที่เขากินเข้าไปทั้งหมดยังไม่พอที่จะทำให้เขาได้จีโนพ้อยโบราณแม้แต่พ้อยเดียว ดังนั้นเขาเลยตัดสินใจหยุดกินมัน

 

 

หานเซิ่นต้องการล่ามอนสเตอร์ที่มีขนาดเล็กกว่านี้ ซึ่งมันจะทำให้เขากินมันได้ง่าย และได้จีโนพ้อยไวๆ

 

 

แม้มอนสเตอร์ตัวอื่นอาจจะอันตรายเหมือนกัน แต่ยังไงเขาก็คิดว่าเขาน่าจะรับมือกับมอนสเตอร์ระดับโบราณได้สบายๆ

 

 

“ให้ฉันเอามันกลับไปคนเดียวหรอ?” หยางม่านลี่อึ้ง ตอนแรกเธอคิดว่าหานเซิ่นคงจะขออะไรเป็นขอแลกเปลี่ยนที่เขาให้เนื้อเธอกิน

 

 

“ไม่งั้นจะให้ฉันขอให้เธอเข้าไปยึดเมืองพร้อมกับฉันเลยไหม?” หานเซิ่นถามพร้อมกับยิ้ม

 

 

หยางม่านลี่กำหมัดของเธอแน่น แต่เธอไม่พูดอะไร ถึงหานเซิ่นจะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่เธอก็รู้ว่าหานเซิ่นคิดว่าเธอเป็นแค่ตัวถ่วงเขาเท่านั้น

 

 

ที่สำคัญเขาเป็นคนที่เธอเคยดูถูกมาก่อน ซึ่งมันทำให้หยางม่านลี่อับอายจนอยากจะมุดรูหนีไปให้พ้นๆ

 

 

“รอฉัน เดี๋ยวฉันจะรีบกลับ” หานเซิ่นไม่รู้ว่าหยางม่านลี่กำลังคิดอะไรอยู่ ในสายตาของเขา หยางม่านลี่เป็นคนที่เขาไว้ใจได้จริงๆในการดูแลเมือง ดังนั้นเขาต้องการให้เธอมาเป็นผู้ช่วย เขาไม่เคยมีความคิดอย่างอื่น

 

 

หานเซิ่นลืมเรื่องในอดีตไปนานแล้ว จริงๆหยางม่านลี่ก็ไม่เคยทำอะไรที่เป็นผลร้ายกับเขาเลย ตรงกันข้ามเธอสอนเขายิงธนูด้วยซ้ำ

 

 

หานเซิ่นเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทาง เขาโบกมือลาหยางม่านลี่ และหายไปท่ามกลางพายุหิมะ ขณะมองดูหานเซิ่นเดินออกไป หยางม่านลี่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอยังไม่ได้ตระหนักจนกระทั่งถึงเมื่อสักครู่ แต่ละครั้งที่เธอเห็นเขา เขาจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในตอนนี้เธอทำได้แค่เฝ้าดูเขา ความห่างชั้นระหว่างเธอกับเขามีมากเกินไป

 

 

ครั้งหนึ่งเธอเคยบอกหานเซิ่นว่าให้เขามาที่ก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ไวๆ เพราะสถานที่นี้คู่ควรกับเขา แต่ทว่าเธอพึ่งจะตระหนักว่าเธอไม่สามารถเทียบกับหานเซิ่นได้ ถึงเธอจะเข้ามาในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ก่อนเขา แต่ทั้งหมดที่เธอทำได้ก็แค่เป็นผู้ช่วยเขาเหมือนเมื่อก่อน

 

 

หานเซิ่นควบสัตว์อสูรตรงไปที่ภูเขาหิมะลูกใหญ่ ซึ่งเป็นที่ที่เมืองสปิริตตั้งอยู่ มันจะเป็นเรื่องที่ดีถ้าเขาสามารถยึดมันมาได้ด้วยตัวคนเดียว ถ้าเขาทำไม่สำเร็จอย่างน้อยเขาก็น่าจะฆ่าพวกมันได้บ้าง

 

 

แม้เส้นทางที่ไปยังภูเขาจะเป็นเส้นตรง แต่เขาก็ยังต้องใช้เวลานานกว่าจะถึง หานเซิ่นควบโกลเด้นโกรวเลอร์มาได้ครึ่งวันแล้ว แต่เขาก็ยังไปไม่ถึงภูเขา ตรงหน้าเขามีหน้าผาขนาดใหญ่ ซึ่งมันห่างจากหน้าผาอีกฝั่งถึง 1000 ฟุต

 

 

เมื่อมองลงไปดูข้างล่าง หานเซิ่นมองไม่เห็นก้นของมัน มันดูลึกมากเหมือนกับจะลงไปถึงขุมนรกได้

 

 

เมื่อหานเซิ่นเตรียมจะเรียกร็อคเวิร์มออกมาเพื่อให้มันพาข้ามไปอีกฝั่ง อยู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงแปลกๆดังมาจากข้างล่างหน้าผา

 

 

“แกร็ก… แกร็ก..” เสียงเริ่มดังและเร็วขึ้น ราวกับมีใครบางคนกำลังตอกหรือเจาะน้ำแข็งอยู่

 

 

หานเซิ่นมองลงไปข้างล่าง ซึ่งเสียงมันก็เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานหานเซิ่นก็ได้เห็นต้นตอของเสียงที่ว่า

 

 

บนกำแพงของหน้าผามีแมงมุมขนาดใหญ่กำลังปีนขึ้นมาตามหน้าผา มันใช้ขาที่เหมือนกับเคียวของมันเดินไต่หน้าผาขึ้นมา เหมือนว่ามันจะสังเกตเห็นหานเซิ่น และคิดว่าเขาเป็นเหยื่อของมัน

 

 

“จริงๆแกมีโอกาสรอดชีวิต แต่ดันเข้ามาหาที่ตาย” หานเซิ่นถอยหลังมาเล็กน้อย เขากำลังรอให้แมงมุมเดินขึ้นมาจากหน้าผา

 

 

ในตอนที่แมงมุมเดินขึ้นมาจากหน้าผา ลำตัวของมันเหมือนกับก้อนหิมะขนาดใหญ่ ขาทั้ง 8 ของมันคมเหมือนกับใบมีด มันดูน่ากลัวจริงๆ หานเซิ่นมองดูมันอย่างระมัดระวัง เขาคิดว่ามันดูคล้ายๆกับปู ดูแล้วเนื้อของมันน่าจะอร่อยใช่เล่น

 

 

เขายังไม่รู้ว่าแมงมุมตัวนี้แข็งแกร่งขนาดไหน หานเซิ่นเรียกร็อคเวิร์มออกมา และสั่งให้มันตรงเข้าไปเล่นงานแมงมุมทันที

 

 

ถึงมันจะดูน่ากลัว แต่แมงมุมตัวนั้นก็เป็นแค่มอนสเตอร์ระดับโบราณ หลังจากที่สู้กันได้ไม่นาน ร็อคเวิร์มก็ตัดแมงมุมตัวนั้นเป็นชิ้นๆ

 

 

“แมงมุมหิมะโบราณถูกฆ่า ไม่ได้รับวิญญาณอสูร เมื่อกินเนื้อของมัน คุณมีโอกาสได้รับ 0-10 จีโนพ้อยโบราณ”

 

 

หานเซิ่นรู้สึกดี ถึงแมงมุมหิมะจะตัวใหญ่กว่าแมงมุมทั่วๆไปมาก แต่ขนาดของมันก็ใหญ่กว่าลูกบาสเก็ตบอลไม่มาก แม้ขาของมันจะยาว หานเซิ่นก็ไม่คิดว่ามันจะมีเนื้อมากนัก ดังนั้นการกินมันให้หมดไม่ใช่เรื่องยาก

 

 

เมื่อมองดูซากของมอนสเตอร์ที่ถูกตัดเป็นชิ้นๆโดยร็อคเวิร์ม หานเซิ่นก็เห็นเนื้อสีขาวๆที่ดูงดงามของมัน ช่วยไม่ได้ที่เขาจะน้ำลายหก จากประสบการณ์ของเขา นี่เป็นเนื้อที่ดีที่สุดในด้านของรสชาติ

 

 

ขณะที่หานเซิ่นกำลังจะเก็บซากของแมงมุม เขาก็รู้สึกถึงสิ่งผิดปรกติ เพราะเสียงที่เขาได้ยินก่อนหน้านี้ยังไม่หายไป

 

 

หานเซิ่นมองลงไปดู และเห็นว่ามีฝูงแมงมุมกำลังไต่ขึ้นมาบนหน้าผา หานเซิ่นไม่ได้เกรงกลัวแมงมุมพวกนี้เลย ไม่ว่าพวกมันจะมีมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่ทว่าในตอนที่หานเซิ่นเกือบจะเริ่มทำอะไรบางอย่าง เขาก็เห็นแมงมุมสีขาวขนาดใหญ่กำลังขึ้นมาบนหน้าผาด้วยขาที่ใหญ่พอๆกับท่อส่งน้ำ

 

 

 VIPถึงตอนที่ 1340 เเล้วครับสนใจสมัครได้ที่ https://www.facebook.com/SuperGodGene/