0 Views

 

มันช่างบังเอิญ ตอนนี้ก็ถึงคิวของหนุ่มคนที่เข้าแถวอยู่ข้างๆเช่นเดียวกัน เขาเดินตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์ และพูดเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน “ฉันมาเพื่อขอใบรับรองผู้มีเกียรติระดับกลายพันธ์”

 

หลังจากนั้นชายหนุ่มคนนั้นก็หันมาหาหานเซิ่นเพื่อเยาะเย้ย เหมือนกับเขากำลังพูดว่าฉันคือผู้วิวัฒนาการระดับกลายพันธ์แล้วนายล่ะ?

 

หานเซิ่นไม่อยากจะพูดกับเขา เขาเดินไปที่เคาน์เตอร์ และกระซิบกับเจ้าหน้าที่ พร้อมกับบัตรประจำตัว “คุณช่วยจัดการเรื่องใบรับรองผู้มีเกียรติเลือดศักดิ์สิทธิให้ผมได้ไหม?”

 

ถึงเสียงของหานเซิ่นจะค่อนข้างเบา แต่มันก็พอที่หนุ่มคนนั้นจะได้ยิน ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปทันที คนอื่นๆหันมามองหานเซิ่นด้วยความประหลาดใจ เจ้าหน้าที่ที่กำลังเหนื่อยล้าจากการทำงานมาหลายชั่วโมงเบิกตากว้าง และมองหานเซิ่นตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

เนื่องจากหานเซิ่นยังดูหนุ่มมากๆ เจ้าหน้าที่เลยถามย้ำให้แน่ใจ “คุณจะขอใบรับรองผู้มีเกียรติเลือดศักดิ์สิทธิใช่ไหม?”

 

แม้แต่ในยุคนี้ผู้มีเกียรติเลือดศักดิ์สิทธิก็ยังถือว่าหาได้ยาก บนดาวดวงเล็กๆอย่างดาวรูก้า ปีหนึ่งจะมีผู้มีเกียรติเลือดศักดิ์สิทธิไม่เกิน 3-5 คน ซึ่งนั่นก็ถือเป็นจำนวนที่สูงมากแล้ว ถ้าเทียบกับสมัยก่อน

 

ที่สำคัญหานเซิ่นยังดูหนุ่มมาก แม้เขาจะอายุ 20 แต่หน้าตาของเขาก็ดูเด็กกว่านั้นอีก มันยากที่จะเชื่อว่าเขาคือผู้วิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิ

 

“ครับ” หานเซิ่นพยักหน้า

 

เจ้าหน้าที่รีบรับบัตรประจำตัวของหานเซิ่นมาทันที หลังจากสแกนมัน เจ้าหน้าที่ก็พูดติดๆขัดๆ “อายุ 20 ปี จบจากโรงเรียนทหารเหยี่ยมดำ ยศพันตรี?”

ขณะที่เขากำลังพูด ทุกคนรอบๆหันมามองหานเซิ่นเป็นสายตาเดียว

 

โรงเรียนทหารเหยี่ยวดำคือโรงเรียนระดับท็อปในสายตาของคนทั่วๆไป คนที่จบจากเหยี่ยวดำได้ย่อมไม่ธรรมดา และคนที่จบมาด้วยยศพันตรียิ่งมีน้อยเข้าไปใหญ่ คนพวกนี้จะถูกเรียกว่าพวกพยัคฆ์หรือไม่ก็มังกร พวกเขามีอนาคตที่รุ่งโรจน์ พร้อมที่จะพุ่งทะยาน

คนพวกนี้คือคนพิเศษ ซึ่งอยู่คนละระดับกับคนปรกติธรรมดา

 

สีหน้าของชายหนุ่มที่พูดจาอวดดีก่อนหน้านี้เกือบจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง เขาอยากจะมุดดินหนีไปให้พ้นๆ ตอนนี้ทุกคนมองหานเซิ่นด้วยสายตาที่ชื่นชม และพวกผู้หญิงก็กระพริบตาให้เขา

 

ผู้มีเกียรติเลือดศักดิ์สิทธิด้วยอายุแค่นี้ หัวกระทิของโรงเรียนทหารระดับท็อป และยังเป็นหนุ่มที่หน้าตาผิวพรรณดี ไม่ด้อยกว่าผู้หญิงคนไหน

 

“ผู้พันเชิญทางนี้ พวกเราต้องทำการทดสอบก่อน” เจ้าหน้าที่เรียกหานเซิ่นด้วยชั้นยศ เพื่อแสดงความเคารพต่อเขา

 

หานเซิ่นเข้าไปทดสอบอุปกรณ์ ภายใต้สายตาของทุกคนที่จับตามอง อุปกรณ์พวกนี้หานเซิ่นคุ้นเคยกับพวกมันอยู่แล้ว อุปกรณ์พวกนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ระดับความแข็งแกร่งต้องอยู่ในระดับผู้วิวัฒนาการเลือดศักดิ์สิทธิขึ้นไป ถึงจะสามารถผ่านได้

 

นี่มันไม่ยากสำหรับหานเซิ่น เขาต้องควบคุมร่างกายตัวเอง เพื่อให้ระดับความแข็งแกร่งลงมาอยู่แถวๆ 30 ไม่งั้นมันจะดูผิดปรกติเกินไป

 

หลังจากหานเซิ่นทดสอบเสร็จ ทุกคนก็มองเขาราวกับเป็นดารา สายตาทุกคนเต็มไปด้วยความชื่อชม ส่วนชายหนุ่มที่คุยโวแอบหนีไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่มีใครรู้

 

“นี่สิพวกหัวกระทิของสหพันธ์ดวงดาว!”

“ผู้มีเกียรติเลือดศักดิ์สิทธิแถมยังอายุแค่ 20 หล่อจริงๆ!”

“อยากรู้ว่าเขามีแฟนแล้วรึยัง ฉันอยากจะแต่งงานกับเขา”

“ส่วนฉันขอแค่ได้นอนกับเขาสักคืนก็พอ”

“…”

 

3 วันต่อมา ในยานอวกาศ หานเซิ่นกำลังนั่งอ่านเกี่ยวกับวิชาภาษาโบราณ เขาต้องไปรายงานตัวที่ยานแดฟเน่ แต่สถานที่ที่เขาถูกสั่งให้ไปรายงานตัวคือกาแล็กซี่ที่ห่างไกลเรียกว่า ตงอิน มันถือเป็นกาแล็กซี่ที่อยู่รอบนอกสหพันธ์ดวงดาว ซึ่งกาแล็กซี่ตงอินหรือกาแล็กซี่อื่นที่อยู่ไกลกว่านั้นจะไม่มีพวกชูร่า จะมีก็แต่กาแล็กซี่ที่ด้อยพัฒนา

 

หานเซิ่นไม่รู้ว่าแดฟเน่ได้รับภารกิจอะไรมากันแน่ ถึงไปที่ที่ห่างไกลขนาดนั้น แต่กระนั้นเขาก็ได้กลิ่นแปลกๆ

 

ถ้ายานรบลำนี้ต้องไปทำภารกิจในที่ห่างไกล มันก็จะยากลำบากสำหรับหานเซิ่นที่จะเดินทางกลับบ้าน มีคนจำนวนมากถูกส่งไปทำภารกิจพิเศษ บางคนถึงขนาดไม่ได้กลับบ้านทั้งชีวิตเลยก็มี

 

แม้หานเซิ่นไม่ได้สนใจว่าจะถูกส่งไปทำภารกิจแบบไหน แต่ที่เขารู้สึกแย่ก็เพราะว่าเขาต้องอยู่ห่างจากแม่และน้องหลายปีกว่าจะได้กลับ

 

แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้แล้ว เขาจำเป็นต้องไปรายงานตัว

 

เพราะกาแล็กซี่ตงอินตั้งอยู่ที่ชายแดนของสหพันธ์ดวงดาว ซึ่งอยู่ไกลมาก มันจึงใช้เวลายาวนานกว่าจะเดินทางไปถึง หานเซิ่นเริ่มสายตาล้าจากการที่เขาอ่านวิชาภาษาโบราณมาเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นและไปยังห้องที่มีอุปกรณ์จำลองภาพโฮโลแกรม เขากะว่าจะเข้าไปสู้ในกลาดิเอเตอร์เพื่อฆ่าเวลา

 

มันนานแล้วที่เขาไม่ได้ล็อคอินเข้ามาในกลาดิเอเตอร์ สิ่งแรกที่เขาทำก็คือเช็คดูรายชื่อเพื่อน เขาอยากจะสู้กับควีนอีกสักครั้ง ตอนนี้ระดับความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นมากแล้ว ดังนั้นเขาน่าจะสู้กับหล่อนได้นานขึ้น

 

โชคไม่ดีที่ควีนไม่ออนไลน์ ในรายชื่อเพื่อนที่ออนไลน์มี QHZ เพียงคนเดียว

 

หานเซิ่นเคยสนใจสู้กับQHZมาก แต่ตอนนี้เขาเริ่มเบื่อแล้ว

 

ระดับความแข็งแกร่งของQHZอยู่ประมาน 40 ถึงเขาจะพัฒนาขึ้นเช่นกัน แต่มันก็ยากที่จะถึงระดับของหานเซิ่นตอนนี้ การเอาชนะQHZไม่มีความหมายกับหานเซิ่นอีกต่อไป เพราะระดับของพวกเขาห่างกันเกินไป

 

ต่อหน้าคนที่มีระดับความแข็งแกร่งสู้เกินไป ถึงเรามีเทคนิคการต่อสู้ที่สูงแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์

 

มันเหมือนกับพวกสไนเปอร์ฝีมือดีไปสูงกับระเบิดปรมาณู ยังไงมันก็เทียบกันไม่ได้

 

เมื่อหานเซิ่นเตรียมจะใช้การจับคู่ต่อสู้แบบสุ่ม อยู่ๆQHZก็ส่งคำท้าสู้มา

 

หานเซิ่นลังเลก่อนที่จะกดตกลง เมื่อก่อนQHZยังไม่เคยปฏิเสธคำชวนของเขาเลย แม้ตอนนั้นเขาจะอ่อนแอกว่าQHZ แต่QHZก็ยอมฝึกสู้กับหานเซิ่นเป็นเวลานาน ดังนั้นครั้งนี้เขาก็ควรจะตอบแทนQHZบ้าง

 

ในตอนนี้เชียนเหอเจิ้นกำลังยืนคุยกับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เขาคนนั้นชื่อ หลูปิน เขาเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งในวงการศิลปะการต่อสู้

 

แม้หลูปินจะเป็นแค่ผู้วิวัฒนาการ แต่เขาก็มีพรสวรรค์ด้านทักษะการใช้ขา เขาเป็นผู้ที่คิดค้นวิชาเพลงเตะสังหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาที่ถูกนำไปให้ทหารฝึก

 

เหตุผลที่วิชาเพลงเตะของเขาเป็นวิชาที่สุดยอดก็คือตัวของหลูปินผ่านศึกการต่อสู้กับชูร่ามามากมาย และยังผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน วิชาของเขาเป็นวิชาที่มาจากประสบการณ์เสี่ยงชีวิต

 

เนื่องจากหลูปินไม่ได้มาจากตระกูลคนใหญ่คนโต เขาเป็นเพียงแค่ผู้วิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยโบราณ จนกระทั่งปลดเกษียณ เขาก็ยังเป็นแค่พันเอก อย่างไรก็ตามเขาเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากในหมู่พวกทหาร ทุกคนชื่นชมเขาไม่ใช่เพียงเพราะเขามีเพลงเตะที่สุดยอดเท่านั้น แต่มันยังรวมถึงเขาเป็นคนที่กล้าหาญมากอีกด้วย