0 Views

 

ก่อนที่จะไปทำเรื่องเพื่อรับฉายาผู้มีเกียรติเลือดศักดิ์สิทธิ หานเซิ่นต้องจัดการเรื่องซีโร่ให้เรียบร้อยก่อน ตอนนี้มันคงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะกำจัดหล่อนออกไป ดังนั้นเขาต้องหาทางอื่นจัดการกับปัญหานี้

 

เพราะซีโร่ไม่มีสถานะทางกฎหมาย มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะพาหล่อนไปอยู่ที่โรงแรม หานเซิ่นลังเลที่จะพาหล่อนไปที่บ้าน แต่มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเลี่ยงหลีกไปได้ตลอด

 

หลังจากที่เขาใช้เวลาร่วมกับหล่อนมา หานเซิ่นก็มั่นใจว่าซีโร่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องสติปัญญา จริงๆแล้วหล่อนค่อนข้างฉลาดทีเดียว หล่อนแค่ไม่รู้ว่าจะสื่อสารกับคนอื่นยังไง ซึ่งมันทำให้หล่อนดูแปลกประหลาด

 

ก่อนที่จะพาซีโร่ไปบ้าน หานเซิ่นพาหล่อนไปไปที่ศูนย์ทดสอบระดับความแข็งแกร่งทางร่างกาย เขาวางแผนไว้ว่าจะมาทดสอบระดับความแข็งแกร่งของตัวเองและก็ของซีโร่ด้วย เขาอยากรู้ว่าเขาห่างชั้นกับหล่อนมากแค่ไหน

 

มันคือการวัดระดับความแข็งแกร่งแบบง่ายๆ โดยให้คนที่ทำการทดสอบชกไปที่อุปกรณ์ให้แรงที่สุดเท่าที่ทำได้ คนทดสอบสามารถชกได้ 3 ถึง 5 ครั้ง เพื่อให้ผลการทดสอบแม่นยำมากขึ้น

 

หานเซิ่นเลือกห้องว่างๆ เขาชี้ไปที่อุปกรณ์ และพูดกับซีโร่

“ชกมันให้แรงที่สุดเท่าที่เธอทำได้”

 

ซีโร่มักจะทำตามคำขอของหานเซิ่นเสมอ เธอเดินไปที่อุปกรณ์ และชกกำปั้นไปที่เป้าหมายอย่างแรง

 

หานเซิ่นรีบมองไปที่ตัวเลข ซึ่งก็คือ 97.0472 มันน้อยกว่าที่เขาคาดเอาไว้ เขาคิดว่าระดับความแข็งแกร่งของซีโร่น่าจะมากกว่า 100 แต่ผลจริงๆปรากฏว่าไม่ถึง 100

 

หานเซิ่นขอให้ให้ซีโร่ลองอีก 2-3 ครั้ง แต่ตัวเลขมันก็น้อยกว่าครั้งแรก ครั้งที่ 2 เหลือ 96.8964 เหมือนว่าระดับความแข็งแกร่งของซีโร่จะน้อยกว่า 100 อยู่เล็กน้อย

 

แต่ยังไงตัวเลขนี้ก็ถือว่าน่าประทับใจมากแล้ว หานเซิ่นเดินไปที่อุปกรณ์ของตัวเอง และชกมันสุดแรง เมื่อเขามองดูที่ตัวเลข มันคือ 70.0006 ซึ่งเป็นตัวเลขที่หานเซิ่นค่อนข้างพอใจ

 

หานเซิ่นลองชกอีก 3-4 หมัด และพบว่าแต่ละหมัดแทบจะมีตัวเลขที่ไม่ต่างกันเลย ต่างมากที่สุดไม่เกิน 0.0002

 

“ระดับความแข็งแกร่งของร่างกาย 70! สมกับเป็นร่างกายขั้นสุดยอดจริงๆ! ร่างกายเลือดศักดิ์สิทธิอย่างมากก็ได้แค่ 30+!” หานเซิ่นรู้สึกพอใจกับระดับความแข็งแกร่งตอนนี้ การพัฒนาไประดับต่อไปของเขาจะง่ายขึ้นมาก

 

หานเซิ่นลังเลอยู่สักพัก ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนร่างเป็นแฟรี่ควีน แล้วก็ใช้มนตรานอกรีตกับโอเวอร์โหลด จากนั้นเขาก็ชกไปที่เป้าหมายเต็มแรง

 

ตูม!

มีเสียงดังสนั่น ตัวเลขดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด ตอนนี้ระดับความแข็งแกร่งของเขาอยู่ที่ 81.6735 ซึ่งมันทำให้หานเซิ่นรู้สึกมีความสุขมาก

 

ตัวเลขในตอนที่เขาใช้ทุกอย่างช่วยแล้วไม่ได้ห่างชั้นกับซีโร่มาก แม้จะยังห่างกันอยู่ 10 กว่าคะแนน แต่ก็ถือว่าหานเซิ่นมีความสามารถพอที่จะรับมือหล่อนได้บ้างแล้ว ถ้าหล่อนเกิดคลั่งขึ้นมา อย่างน้อยๆหานเซิ่นก็น่าจะพอเอาตัวรอดได้

 

ยิ่งกว่านั้น เขากลายเป็นผู้วิวัฒนาการแล้ว ซึ่งมันไม่ใช่แค่เพิ่มระดับความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว แต่ศักยภาพหรือขีดจำกัดทางร่างกายก็สูงขึ้นด้วย หานเซิ่นเชื่อว่าเขาจะสามารถใช้โอเวอร์ได้ดียิ่งขึ้น

 

ขณะที่มนตรานอกรีตขั้นที่ 3 ยืดอายุ หานเซิ่นใกล้จะฝึกสำเร็จแล้ว ถ้าเขาฝึกมันได้ฝึกสำเร็จ เขาก็น่าจะรับมือซีโร่ได้ โดยที่เขาไม่ต้องการจีโนพ้อยของก็อตแซงชัวรี่เขต 2 เลยด้วยซ้ำ

 

ตอนนี้เขาเองก็สามารถฝึกวิชาไฮเปอร์จีโนสำหรับผู้วิวัฒนาการได้แล้ว ตอนนี้ในหัวของหานเซิ่นกำลังคิดถึงพวกวิชาที่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างเซลล์ในร่างกายได้ หานเซิ่นต้องการซื้อวิชาจากสถาบันเซนท์ในทันที

 

วิชาไฮเปอร์จีโนประเภทนั้นเป็นวิชาที่เพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายได้ดีที่สุด ผู้วิวัฒนาการที่ฝึกวิชาประเภทนั้นจะมีร่างกายที่ทนทานกว่าคนที่ไม่ได้ฝึกมาก

 

หานเซิ่นมีความสุขกับผลการทดสอบ และเขาก็เริ่มคุ้นเคยกับสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้แล้ว ซึ่งมันจะมีประโยชน์กับเขาตอนที่ออกล่าในอนาคต

 

ตามข้อมูลของสหพันธ์ในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 มอนสเตอร์ระดับสามัญจะมีระดับความแข็งแกร่งไม่เกิน 20 มอนสเตอร์โบราณจะมีระดับความแข็งแกร่งอยู่ที่ 20 -50 มอนสเตอร์กลายพันธ์จะมีระดับความแข็งแกร่ง 50-80 ขณะที่มอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิจะมีระดับความแข็งแกร่งอยู่ที่ 80-1xx

 

ส่วนสปิริตจะมีระดับความแข็งแกร่งพอๆกับมอนสเตอร์ สปริตขุนนางจะมีระดับความแข็งแกร่งเทียบเท่ามอนสเตอร์กลายพันธ์ ซึ่งก็คือ 50-80

 

แม้จะมีการคาดเคลื่อนได้ แต่ก็จะคาดเคลื่อนไม่มาก ซึ่งมอนสเตอร์ที่มีระดับพลังคาดเคลื่อนมากที่สุดก็คือมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิ เนื่องจากมีมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิบางตัวที่มีระดับความแข็งแกร่งสูงผิดปรกติ หานเซิ่นสงสัยว่าพวกนั้นอาจจะเป็นมอนสเตอร์ขั้นสุดยอดของก็อตแซงชัวรี่เขต 2

 

ด้วยระดับความแข็งแกร่งของหานเซิ่นตอนนี้ เขาสามารถสู้กับมอนสเตอร์ระดับกลายพันธ์หรือสปิริตขุนนางได้ด้วยตัวคนเดียว ซึ่งมันจะดีกว่าถ้าเขาได้ฝึกวิชาไฮเปอร์จีโนสำหรับผู้วิวัฒนาการ

 

แน่นอนว่าเขายังมีซีโร่ที่มีระดับความแข็งแกร่งใกล้ๆ 100 อยู่ด้วย ดังนั้นหานเซิ่นคิดว่าเขาน่าจะสามารถกวาดล้างเมืองสปิริตที่มีสปิริตระดับขุนนางคุมอยู่ได้ ถึงกลุ่มของสวี่โหย่วไม่แข็งแกร่งพอที่จะช่วยเขาก็ไม่เป็นไร ขอแค่เขามีซีโร่ช่วยกันก็น่าจะพอแล้ว

 

อย่างไรก็ตามหานเซิ่นไม่มีเวลาพอที่จะทำแบบนั้น เขาพาซีโร่กลับบ้าน แต่มันก็ไม่ใช่บ้านเดิมที่แม่และน้องของเขาอยู่อาศัย แต่มันคือบ้านพักที่หานเซิ่นซื้อมาเอง เดิมทีเขามีแผนที่จะใช้มันอยู่กับแฟนของเขา แต่สุดท้ายมันก็ต้องถูกทิ้งร้างไว้ไม่ได้ใช้งาน

 

ก่อนหน้านี้หานเซิ่นก็รู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้มา แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นที่ที่เขาสามารถให้ซีโร่อยู่อาศัยได้ หานเซิ่นรู้สึกว่ามันไม่น่าจะปลอดภัย ถ้าเขาพาซีโร่ไปอยู่บ้านเดิม แม่และน้องของเขาต้องถามที่มาของซีโร่ ซึ่งเขาเองก็ขี้เกียจอธิบาย

 

เมื่อมองดูเสื้อผ้าที่ซีโร่กำลังใส่อยู่ หานเซิ่นก็รู้สึกหล่อนดูไม่มีความเป็นมนุษย์เท่าไหร่ สาวน้อยคนนี้ต้องเดินตามเขาตลอดเวลาอยู่แล้ว ดังนั้นหล่อนควรจะแต่งตัวให้มันดูดีกว่านี้หน่อย ตอนนี้หล่อนแต่งตัวเหมือนกับชาวไร่ชาวนา เขารู้สึกว่ามันไม่เข้ากับใบหน้าที่สวยของหล่อน

 

หานเซิ่นซื้อเสื้อผ้าและคอมพกพาให้ซีโร่ เขาขอให้หล่อนไปอาบน้ำ และเปลี่ยนชุดใหม่ พอแต่งตัวเหมือนกับพวกเด็กสาวทั่วๆไป หานเซิ่นก็รู้สึกว่าซีโร่สวยพอจะไปเป็นนางแบบได้เลย

 

“เธออยู่ที่นี่คนเดียวได้ไหม? โทรหาฉันได้ ถ้าเธอต้องการอะไร โอเคนะ?”

หานเซิ่นสอนเธอเกี่ยวกับวิธีการใช้คอมพกพาและของใช้ที่จำเป็น เขาจ้องมองเธอพร้อมกับถาม ตอนนี้เขากำลังกลัวว่าเธออาจจะต่อต้านและไม่ยอมอยู่ที่นี่ ตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาที่เขาต้องไปรายงานตัวที่แดฟเน่แล้ว ซึ่งเขาไม่สามารถพาเธอไปด้วยได้

 

“โอเค” ซีโร่ตอบและพยักหน้า

 

ในที่สุดหานเซิ่นก็สบายใจได้สักที เขาสามารถแก้ปัญหาได้เรื่องหนึ่งแล้ว ตอนนี้เขาสามารถไปทำธุระของตัวเองได้

 

หานเซิ่นยังสอนซีโร่เกี่ยวกับการใช้ชีวิต และสอนวิธีการหาข้อมูลในเน็ต เขาบอกให้เธอหาข้อมูลอะไรก็ตามที่เธอไม่เข้าใจด้วยตัวเอง

 

ซีโร่เป็นคนที่ฉลาด เธอสามารถเข้าใจทุกสิ่งที่หานเซิ่นสอนได้ หลังจากที่ดูหานเซิ่นทำแค่ครั้งเดียว ซึ่งทำให้หานเซิ่นสบายใจได้มากขึ้น ‘ถ้าเป็นแบบนี้หล่อนก็คงจะไม่ไปก่อนปัญหาอะไรแล้ว’

 

‘แบบนี้มันเหมือนกับเราพาเมียน้อยมาซ่อนไว้ยังไงไม่รู้’ หานเซิ่นจับคางตัวเองและคิด

 

เมื่อคิดถึงว่าซีโร่น่าจะอายุแค่ 14-15 เธอยังไม่เป็นผู้ใหญ่ หานเซิ่นก็รู้สึกว่าความคิดของเขามันช่างชั่วร้าย เขาส่ายหัว และเลิกคิดเรื่องนั้นไป

 

เช้าวันถัดมา หานเซิ่นออกจากบ้าน เพื่อไปทำเรื่องขอรับฉายาผู้มีเกียรติเลือดศักดิ์สิทธิ ซึ่งมันเป็นเรื่องสำคัญอย่างสุดท้ายที่หานเซิ่นจะต้องทำก่อนไปรายงานตัวเข้ากองทัพ