0 Views

 

หานเซิ่นมองไปที่คนคนนั้น และเขาก็ต้องประหลาดใจ ซีโร่ปรากฏตัวออกมาจากเครื่องเทเลพอร์ต พร้อมกับใบหน้าที่ใสซื่อ

 

‘ไม่.. เป็นไปไม่ได้ที่หล่อนจะเป็นผู้วิวัฒนาการ หล่อนมาที่นี่ได้ยังไง? ถึงหล่อนจะเป็นผู้วิวัฒนาการ มันก็เป็นไปไม่ได้ที่หล่อนจะถูกสุ่มมาลงจุดเดียวกับเรา โอกาสมันน้อยนิดมาก นี่มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่..’ หานเซิ่นอยากจะบ้าตาย เมื่อเขาเห็นซีโร่อีกครั้ง

 

ความเป็นไปได้ 2 อย่างที่หานเซิ่นพอจะคิดได้ก็คือ หนึ่งความผิดปรกติมันอยู่ที่ตัวของซีโร่เอง และอย่างที่สองก็คือจี้แมวเก้าชีวิต ไม่งั้นซีโร่จะตามเขามาที่นี่ได้ยังไง?

 

ซีโร่ทำเหมือนกับทุกที เธอมายืนข้างๆหานเซิ่นเหมือนกับเป็นเงาของเขา

 

“โอเค เธอชนะแล้ว” หานเซิ่นพูดพร้อมกับยิ้มอย่างขมขื่น เขารู้ว่าความหวังที่จะกำจัดซีโร่ได้หมดไปแล้ว ตอนนี้เขามีแต่ต้องทำใจ

 

จริงๆแล้วหานเซิ่นไม่ได้เกลียดหรือไม่ชอบซีโร่ หลังจากอยู่กับหล่อนมาระยะเวลาหนึ่ง หานเซิ่นก็พบว่ามันยากมากที่จะเกลียดหล่อนได้ เธอไม่เคยทำอะไรที่เป็นการรบกวนเขาเลย การมีอยู่ของเธอก็ไม่ได้ทำให้หานเซิ่นรู้สึกแย่อะไร เขาแค่รู้สึกว่าเธอแปลกประหลาดเกินไป ทำให้เขาลังเลที่จะยอมรับหล่อน

 

อย่างไรก็ตามเมื่อหานเซิ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีๆ ซีโร่ก็ยังไม่เคยทำอันตรายเขาเลย ยิ่งกว่านั้นซีโร่ยังสามารถช่วยเขาได้อีกด้วย

 

ด้วยความสามารถของหล่อน หล่อนน่าจะสู้กับมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิของก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ได้ ด้วยความแข็งแกร่งและความสามารถในการต่อสู้ของหล่อน หล่อนน่าจะเป็นผู้ช่วยที่ดีของหานเซิ่นได้แน่นอน

 

‘เราน่าจะมีระดับความแข็งแกร่ง 60-70 ดังนั้นไม่น่ายากที่เราจะขึ้นไปเกิน 100 ถ้าเราได้จีโนพ้อยมาสักหน่อย ถึงตอนนั้นเราก็น่าจะพอรับมือกับซีโร่ได้ และการมีหล่อนค่อยเดินตามก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป’ หานเซิ่นคิด เขาตัดสินใจปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไป

 

ทางในถ้ำค่อนข้างคดเคี้ยว หานเซิ่นและซีโร่เดินกันอยู่นานกว่าจะเห็นแสงสว่าง ในตอนที่พวกเขาเห็นโลกภายนอก หานเซิ่นก็ต้องอึ้ง

 

ถึงเขาจะมองเห็นภูเขาน้ำแข็ง และมองเห็นยอดของมันก็ตาม แต่บริเวณนี้มีหิมะตกลงมาอย่างหนัก ทั่วทั้งบริเวณนี้เป็นสีขาวทั้งหมด

 

บนยอดภูเขาลูกที่ใหญ่ที่สุด เขามองเห็นปราสาทสีขาวเหมือนกับปราสาทในเทพนิยาย แต่เนื่องจากหิมะที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้หานเซิ่นไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดของมันได้มากนัก แต่กระนั้นหานเซิ่นก็สามารถบอกได้เลยว่ามันเป็นปราสาทที่งดงามมาก

 

ใบหน้าของหานเซิ่นมืดมดในทันที ถึงเขาจะมองเห็นรายละเอียดไม่ชัด แต่มันต้องไม่ใช่เมืองที่มนุษย์สร้างขึ้นมาแน่ ไม่งั้นมันก็น่าจะมีวัสดุสมัยใหม่ และดีไซน์ที่ดูเป็นฝีมือมนุษย์มากกว่านี้

 

“เมืองสปิริต!” หานเซิ่นเข้าใจได้ทันที แต่นี้ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับเขา เนื่องจากหานเซิ่นยังมองไม่เห็นสิ่งก่อสร้างของมนุษย์เลย เกรงว่าชีวิตในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ของเขาจะไม่ง่ายเสียแล้ว มันยากมากที่เขาจะหาคนมาช่วยยึดเมืองในสถานที่แบบนี้ ซึ่งแค่ดูจากประสาทก็พอจะบอกได้แล้วว่ามันคงจะถูกปกครองโดยสปิริตระดับสูง ถ้าหากสปิริตที่ครอบครองอยู่แข็งแกร่งมากๆล่ะก็ มันก็อาจจะมีกองทัพมอนสเตอร์ หานเซิ่นเชื่อว่าการพัฒนาในช่วงแรกของเขาน่าจะมีปัญหาแล้ว

 

“ทำไมคุณมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะ?” มีเสียงดังมาจากข้างหลังของหานเซิ่น

 

หานเซิ่นหันกลับไปดู และเห็นชายที่สวมชุดกันหนาวแบบจัดเต็ม เขากำลังเดินออกมาจากถ้ำที่หานเซิ่นเพิ่งจะออกมา เมื่อเห็นเขาหานเซิ่นก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นมาบาง อย่างน้อยเขาก็เจอมนุษย์ที่นี่

 

หานเซิ่นพาซีโร่เดินไปหาคนคนนั้น ในตอนที่เขาเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มคนนั้นก็ดึงพวกเขาเข้าไปหลบในถ้ำทันที ก่อนที่หานเซิ่นจะได้พูดอะไร ชายคนนั้นก็มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า และพูด “พวกคุณต้องเป็นพวกหน้าใหม่ชัวร์เลย”

 

“พวกเราเพิ่งถูกส่งมาสดๆร้อนๆ” หานเซิ่นพูด ขณะเดียวกันเขาก็มองชายคนนั้นอย่างละเอียด

 

ชายคนนี้น่าจะมีอายุมากกว่า 20 แต่ดูแล้วไม่น่าจะเกิน 30 เขาดูค่อนข้างหล่อ แต่สีหน้าและแววตาของเขาแสดงถึงความอ่อนล้าและสิ้นหวัง

 

“ถ้าเป็นแบบนั้นพวกนายก็ดวงซวยสุดๆเลย อนาคตต่อไปของพวกนายน่าจะลำบากแล้ว” ชายคนนั้นยิ้มอย่างขมขื่นและพูด “ไปกันเถอะ เราไปคุยกันข้างในจะได้ไม่ต้องเจอกับพวกอสูรเกราะน้ำแข็ง พวกมันมีประสาทหูที่ไวมาก พวกมันสามารถได้ยินเสียงที่อยู่ไกลเป็น 100 ฟุตได้แม้จะอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ”

 

“ชื่อของฉันคือสวี่โหย่ว ฉันมาที่นี่ก่อนพวกนาย 1 ปี ฉันแนะนำว่าอย่าเที่ยวไปเดินข้างนอก”

ชายคนนี้ดูท่าทางจะเป็นคนดี เขาพูดคุยกับหานเซิ่นและซีโร่ระหว่างที่พวกเขากำลังเดิน

 

“พี่ชาย ที่นี่คือที่ไหนกันแน่? แถวนี้มีเมืองมนุษย์ไหม?” หานเซิ่นถาม

 

สวี่โหย่วเบ้ปากและพูด “เมืองมนุษย์ไม่มีทางถูกสร้างขึ้นมาภายใต้สถานการณ์แบบนี้ได้หรอก ถ้าหากยังมีเมืองสปิริตอยู่บนภูเขาลูกนั้น ซึ่งคือเมืองของสปิริตระดับขุนนาง นอกเหนือจากสปิริตระดับขุนนางแล้วยังมีมอนสเตอร์กลายพันธ์อีกนับสิบ และมอนสเตอร์ระดับโบราณอีกเป็นร้อยๆ ถึงทุกคนที่อยู่ที่นี่จะร่วมมือกันก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากไปเป็นอาหารของพวกมัน”

 

“ที่นี่ไม่มีผู้วิวัฒนาการที่มีระดับความแข็งแกร่งเกิน 100 หรอ?” หานเซิ่นถาม

 

เหมือนกับมอนสเตอร์ สปิริตเองก็ถูกแบ่งเป็น 4 ระดับเช่นเดียวกัน : ทหารรับใช้ อัศวิน ขุนนาง ราชวงศ์ ระดับทั้ง 4 ของพวกมันจะเทียบเท่ากับมอนสเตอร์สามัญ โบราณ กลายพันธ์ และเลือดศักดิ์สิทธิ

 

สปิริตขุนนางจะมีความแข็งแกร่งพอๆกับมอนสเตอร์กลายพันธ์ อย่างไรก็ตามเนื่องจากสปิริตจะมีสติปัญหาที่สูงกว่า และมีความสามารถในการควบคุมมอนสเตอร์ ทำให้พวกมันแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์กลายพันธ์

 

“คนที่แข็งแกร่งเกิน 100 ในที่แบบนี้เนี่ยนะ? ที่นี่มีคนถูกสุ่มมาลงปีละ 7-8 คน เนื่องจากพวกเราอยู่ใกล้เมืองสปิริตเกินไป พวกเราเลยต้องเดินทางไปค่อนข้างไกลเพื่อล่ามอนสเตอร์ ยิ่งกว่านั้นพวกเราต้องคอยระวังพวกสปิริต ดังนั้นแค่จะหามอนสเตอร์สักตัวก็ยังยากเลย และที่ยากยิ่งกว่าก็คือการฆ่าพวกมัน แบบนี้แล้วนายยังคิดว่าพวกเราจะมีใครเก็บจีโนพ้อยจนมีความแข็งแกร่งเกิน 100 มั้ง?” สวี่โหย่วบ่นไปสะอื้นไป ดูเหมือนที่ผ่านมาเขาจะใช้ชีวิตยากลำบากเอามากๆ

 

“แม้แต่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเราก็ยังมีระดับความแข็งแกร่งมากกว่า 60 แค่เล็กน้อย ทางที่ดีที่สุดก็คือพวกเราต้องอยู่รวมกันไว้ พวกเราจะได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่กระนั้นพวกเราก็ยังทำอะไรมากไม่ได้ ใครก็ตามที่ถูกส่งมาในที่แบบนี่ต้องบอกว่าดวงซวยสุดๆ”

 

“พวกคุณไม่เคยคิดจะออกจากที่นี่กันบ้างหรอ?” หานเซิ่นถาม

 

“นายคิดว่าพวกเราจะออกไปทางไหนล่ะ? ที่นี่มีทะเลล้อมไว้ทั้ง 3 ด้าน ส่วนด้านเดียวที่ไม่ติดกับทะเลก็มีเมืองสปิริตตั้งอยู่ ยิ่งกว่านั้นพวกเราก็ไม่รู้ด้วยว่าที่นี่คือที่ไหนกันแน่ ถึงพวกเราจะหาทางผ่านเมืองสปิริตไปได้ มันก็ยากที่พวกเราจะหาเมืองของมนุษย์เจอ”

 

สวี่โหย่วหยุดคิดชั่วครู่ และพูดต่อ “อย่าทำอะไรเกินตัว ไม่ต้องรีบร้อนรออยู่ที่นี่สัก 2 วัน เมื่อมีคนมาถึงที่นี่มากกว่านี้แล้ว พวกเราจะออกไปล่าไกลๆกัน ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็นิสัยดี ตราบใดที่นายทำหน้าที่ของตัวเอง เนื้อจะถูกแบ่งให้นายอย่างแน่นอน ดังนั้นแค่อยู่ที่นี่และค่อยๆเรียนรู้ทำเลแถวนี้ไป นายก็อาจจะออกไปล่าเองได้”

 

“ขอบคุณมากสำหรับคำแนะนำ” หานเซิ่นขอบคุณสวี่โหย่วจากใจจริง ตอนนี้เขาได้ข้อมูลมามากพอสมควร

 

หลังจากกลับเข้ามาในถ้ำน้ำแข็ง หานเซิ่นก็พูดคุยกับสวี่โหย่วต่อเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ จากนั้นเขาก็เทเลพอร์ตกลับไปที่สหพันธ์ดวงดาว พร้อมกับซีโร่

 

หานเซิ่นตัดสินใจไปทำเรื่องขอเป็นผู้มีเกียรติเลือดศักดิ์สิทธิ เพื่อที่เขาจะได้สิทธิพิเศษต่างๆ และเขาจะได้ให้น้องของเขาเรียนที่โรงเรียนรอยัลต่อไปได้อย่างสบายใจ