0 Views

ในห้องของหานเซิ่นที่สตีลอาเมอร์ เขากำลังรู้สึกปวดหัวอย่างมาก ขณะมองดูซีโร่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

 

ย้อนกลับไปในวันที่พวกเขาอยู่ในถ้ำ ซีโร่ยืนกรานจะตามหานเซิ่นมา เธอเดินตามหานเซิ่นตลอดเวลา ถ้าเขาเดิน เธอก็เดิน และถ้าเขาหยุด เธอก็หยุดด้วย เมื่อหานเซิ่นทำอาหารเสร็จ เธอจะเอามันไปกินโดยไม่ขอเขาก่อน เมื่อเขาถามอะไรเธอ เธอจะแค่พยักหน้าไม่ก็ส่ายหน้าอย่างเดียว

 

 

หานเซิ่นไม่ได้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเธอเพิ่มเลย และเขาก็ไม่สามารถสลัดการติดตามของเธอได้ ทำให้เขาต้องทำใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

 

หานเซิ่นเคยถึงขั้นใช้โกลเด้นโกรวเลอร์วิ่งหนีเธอตอนกลางดึก ขณะที่เธอกำลังหลบอยู่ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาขี่โกลเด้นโกรวเลอร์มามากกว่าครึ่งวัน ขณะที่เขาหยุดพักเพื่อทำอาหาร ซีโร่ก็มานั่งรออยู่ข้างหม้อเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับจ้องมองมันด้วยตาโตๆของเธอ

 

 

หานเซิ่นพยายามคิดหาวิธีกำจัดเธอ เพราะในสายตาของเขา เธอเป็นเหมือนกับระเบิดเวลา ซึ่งเขาไม่ควรจะอยู่ใกล้ๆเธอ แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าเขาจะใช้วิธีไหน เขาก็ไม่สามารถหนีเธอได้

 

 

ทางเดียวที่พอเป็นไปได้ก็คือการใช้ความรุนแรง แต่ทว่าแค่เขานึกถึงสภาพของร็อคเวิร์มที่สวมชุดเกราะขั้นสุดยอด แต่ก็ยังได้รับบาดเจ็บหนักจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว เขาก็ต้องล้มเลิกความคิดนี้ไปทันที

 

 

หานเซิ่นจำต้องพาซีโร่กลับมาที่เมืองสตีลอาเมอร์ ในตอนแรกหานเซิ่นคิดว่าหลังจากมาถึงเมืองแล้วเขาอาจจะแก้ปัญหานี้ได้ เพราะในสตีลอาเมอร์มีคนจำนวนมาก ซึ่งอาจจะดึงดูดความสนใจของซีโร่ได้ ซีโร่อาจจะเลือกไปเดินตามคนอื่น จากนั้นเขาก็จะสามารถไปแจ้งตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของสหพันธ์ให้เข้ามาตรวจสอบ

 

 

แต่ทว่าซีโร่ไม่ยอมตามคนอื่นนอกจากเขา เธอจะไปทุกที่ที่หานเซิ่นไปเหมือนกับเงา

 

 

ที่สำคัญเธอดูเหมือนจะไม่ได้โง่อย่างที่เขาคิดในตอนแรก เพราะอย่างน้อยๆตอนที่หานเซิ่นเข้าห้องน้ำ ซีโร่ก็ไม่ได้ตามเขาเข้าไปด้วย

 

 

สุดท้ายหานเซิ่นเลยต้องจำใจพาเธอกลับมาที่ห้องในสตีลอาเมอร์ และนั่งปวดหัวอยู่ตอนนี้

 

 

เขาไม่พบข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเธอเลย ก่อนที่จะออกมาจากถ้ำ เขาก็ได้เช็คข้าวของของซีโร่แล้ว ซึ่งพวกมันก็เป็นแค่อุปกรณ์ธรรมดาที่ผลิตขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ ไม่มีทางที่เขาจะบอกได้ว่าเธอมาจากที่ไหน และทำไมเธอถึงได้ตามเขาตลอดเวลา

 

 

“ตอนนี้พวกเราก็อยู่ในเมืองแล้ว ดังนั้นเธอก็ควรจะเทเลพอร์ตกลับบ้านของตัวเองนะ?” หานเซิ่นพูดกับซีโร่อย่างช่วยไม่ได้

 

 

ซีโร่หันกลับมามองหานเซิ่นและพูด พร้อมกับกระพริบตา “ฉันหิว”

 

 

หานเซิ่นต้องกุมขมับอย่างหมดปัญญา ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขาเจอกับเรื่องยุ่งยากเข้าให้แล้ว

 

 

“น้องสาว ฉันขอบอกเธอเอาไว้ก่อน ฉันจะวิวัฒนาการ และไปจากก็อตแซงชัวรี่เขต 1 เร็วๆนี้ ถึงเธอจะมาอยู่ที่นี่ เธอก็ไม่มีทางตามฉันไปได้ตลอด” หานเซิ่นบอกความจริงไป

 

 

เขากินผลึกพลังชีวิตที่ได้มาระหว่างทาง ทำให้ตอนนี้เขามีจีโนพ้อยขั้นสุดยอดทั้งหมด 82 แล้ว และยังเหลือคริสตัลอีก 2 ลูกครึ่ง เมื่อหานเซิ่นกินทุกอย่างจนหมด เขาน่าจะมีจีโนพ้อยขั้นสุดยอดเต็ม

 

 

ซีโร่นิ่งเงียบ ตาของเธอใสเหมือนกับน้ำบริสุทธิ์ เธอจ้องมองหานเซิ่นอยู่อย่างนั้น และก็พูดซ้ำ “ฉันหิว”

 

 

หานเซิ่นเกือบจะบ้าตาย แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะบ่นอะไร เขาจำใจต้องเริ่มทำอาหาร

 

 

ขณะที่พวกเขากำลังกิน หานเซิ่นถามซีโร่ที่กำลังมีอาหารอยู่เต็มปาก
“บอกหน่อยได้ไหม ทำไมเธอถึงได้เลือกตามฉัน?”

 

 

หานเซิ่นประหลาดใจที่ซีโร่วางชามข้าวลง และยืนขึ้น จากนั้นหานเซิ่นก็เห็นเธอถอดเสื้อของเธอออก

 

 

“อย่า ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น เธอคิดว่าเธอจะยั่วยวนฉันได้เพราะเธอสวยงั้นหรอ? ฉันต้องบอกเธอไว้เลยว่าเธอไม่มีทางทำสำเร็จ…” หานเซิ่นเอามือทั้ง 2 ปิดตาและพูด ขณะที่เขาก็แอบมองผ่านช่องว่างระหว่างนิ้ว

 

 

ซีโร่ถอดเสื้อของเธอออก ซึ่งเธอก็ไม่ได้ใส่เสื่อซับในหรือชุดชั้นใน แต่อย่างไรก็ตามเธอก็หันหลังให้หานเซิ่นเรียบร้อยแล้ว หานเซิ่นเบิกตากว้างทันทีที่ได้เห็นหลังของเธอ

 

 

บนแผ่นหลังอันงดงาม และไร้รอยขีดข่วนของซีโร่ หานเซิ่นเห็นรอยสัก มันคือรอยสักสีแดง

 

 

รอยสักนั้นมีรูปร่างคล้ายกับแมวหรือสุนัขจิ้งจอก สีของมันแดงเหมือนกับไฟ หัวและหางของมันเชื่อมต่อกันเป็นวงกลม หานเซิ่นคุ้นเคยกับมันดี

 

 

จี้สีแดงที่หานเซิ่นได้มาก็มีรูปร่างแบบเดียวกัน หานเซิ่นบอกได้เลยว่ารอยสักบนหลังของซีโร่คือแมว 9 ชีวิต มันเป็นรูปของจี้ห้อยคอที่หานจิงจื่อพกติดตัวตลอดเวลา

 

 

และบนหลังของสาวน้อยคนนี้ หานเซิ่นก็ได้เห็นแมว 9 ชีวิตอีกครั้ง ซึ่งมันทำให้เขาประหลาดใจมาก

 

 

ซีโร่ใส่เสื้อกลับเหมือนเดิม เธอเดินเข้ามาหาหานเซิ่น และยื่นมือมาที่หน้าอกของหานเซิ่น

 

 

“เธอกำลังทำอะไร?” หานเซิ่นรู้สึกกลัวขึ้นมา เขาพยายามจะกระโดดถอยหลังไป

 

 

แต่กระนั้นซีโร่ก็รวดเร็วกว่าหานเซิ่น เธอยื่นมือไปถึงคอของหานเซิ่น และดึงจี้แมว 9 ชีวิตที่หานเซิ่นห้อยไว้ออกมานอกเสื้อ เธอชี้ไปที่จี้อันนั้น และเธอก็เดินถอยหลังไป

 

 

“เธอตั้งใจจะบอกว่าที่เธอตามฉันมาก็เพราะจี้อันนี้น่ะหรอ? เธอกับมันมีความเกี่ยวข้องกันยังไง?” หานเซิ่นมองซีโร่ด้วยความสงสัย

 

 

ซีโร่ไม่ตอบอะไรหานเซิ่นเลย เธอกลับไปนั่งกินอาหารของเธอต่อ ราวกับว่าเธอไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

 

 

หานเซิ่นสงสัยว่าซีโร่นั้นไม่ได้โง่เลย หานเซิ่นไม่เคยได้ข้อมูลอะไรจากเธอเลยถึงเขาจะพยายามหลอกถามเธอยังไงก็ตาม เมื่อมองดูหน้าซีโร่ตอนนี้หานเซิ่นก็ไม่ต้องการถามอีก

 

 

‘มันยังไงกันแน่? ทำไมมีแมว 9 ชีวิตอยู่บนหลังของซีโร่? เธอเกี่ยวข้องยังไงกับจี้อันนี้? เธอมีความสัมพันธ์ยังไงกับหานจิงจื่อ?’ หานเซิ่นมองจี้แมว 9 ชีวิตด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม หานเซิ่นก็คิดว่าไม่มีทางเลยที่ซีโร่จะเกี่ยวข้องกับหานจิงจื่อได้ หานจิงจื่อเป็นคนที่มีชีวิตอยู่เมื่อศตวรรษก่อน ขณะที่ซีโร่ดูอายุประมานแค่ 14-15 ไม่มีทางพวกเขาจะเกี่ยวข้องกันได้

 

 

‘บางทีมันอาจจะแค่บังเอิญ แมว 9 ชีวิตอาจจะไม่ใช่สัญลักษณ์ของหานจิงจื่อแค่คนเดียว’ หานเซิ่นพยายามหาข้อสรุปให้ตัวเอง

 

 

“ฉันคงต้องไปแล้ว เธอสามารถอยู่ที่นี่หรือไม่ก็เทเลพอร์ตกลับบ้านของเธอไป” หานเซิ่นใช้เครื่องเทเลพอร์ตในห้องของเขากลับไปที่สถานี

 

 

เขายังมีเมมโมรี่การ์ดที่เขาได้มาจากในถ้ำอยู่ บางทีเขาอาจจะรู้ข้อมูลอะไรบางอย่างหลังจากที่เข้าดูข้างในแล้ว

 

 

หานเซิ่นไม่เชื่อว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่กระเป๋าอัลลอยอันนี้ไปอยู่ในถ้ำ บางทีอาจจะมีเบาะแสเกี่ยวกับซีโร่อยู่ในเมมโมรี่การ์ดก็ได้

 

 

ในตอนที่หานเซิ่นเดินออกมาจากเครื่องเทเลพอร์ต และกำลังเสียบเมมโมรี่การ์ดเข้าไปในคอม เขาก็ต้องตกใจ

 

 

จากเครื่องเทเลพอร์ตเครื่องเดียวกันมีสาวน้อยผู้งดงามที่มีใบหน้าใสซื่อเดินออกมาด้วยสภาพที่เสื้อผ้ายับยู่ยี่ จะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากซีโร่

 

 

“มันจะต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ…” สีหน้าของหานเซิ่นขณะกำลังจ้องมองซีโร่ในตอนนี้ มันเหมือนกับเขากำลังจ้องมองภูติผียังไงยังงั้น

 

 

VIPถึงตอนที่ 1299  เเล้วครับสนใจสมัครได้ที่ https://www.facebook.com/SuperGodGene/