0 Views

องค์กรลับ Secret Service คือคนกลุ่มแรกที่ได้ใช้เทคโนโลยีเทเลพอร์ต แต่ทีมชุดแรกที่Secret Serviceส่งไป ไม่ใช่หานจิงจื่อหรือบรรพบุรุษของหนิง แต่เป็นสมาชิกระดับล่าง

 

หลังจากที่พวกเขามาถึงก็อตแซงชัวรี่แล้ว พวกเขาพบบางสิ่งและเจอกับอุบัติเหตุบางอย่าง มีเพียงแค่ 2 คนที่สามารถกลับไปที่สหพันธ์ดวงดาวได้

 

พวกเขาทั้ง 2 คนรายงานสิ่งที่พวกเขาพบเจอมา ซึ่งมันทำให้ทุกคนตื่นเต้นมาก ไม่นานพวกเขาก็ส่งทีมชุดต่อไปเข้าไป แต่พวกเขาก็ประสบชะตาเดียวกับทีมแรก และไม่ได้ข้อมูลอะไรที่มากกว่าทีมแรกมากนัก

 

สุดท้ายSecret Serviceตัดสินใจส่งทีมชุดหลักเข้าไป  ซึ่งประกอบไปด้วยยอดฝีมือหลายคน พวกเขามีด้วยกัน 11 คน ซึ่งมีหานจิงจื่อรวมอยู่ในนั้นด้วย

 

พวกเขาคือทีมที่ 7 ทีมนี้ใช้ชีวิตอยู่ในก็อตแซงชัวรี่ได้ไม่ถึง 7 วัน สมาชิกที่สามารถกลับไปที่สหพันธ์ดวงดาวได้มีไม่ถึงครึ่ง ซึ่งพวกที่รอดกลับมาได้มีหานจิงจื่อ และบรรพบุรุษของหนิงรวมอยู่ด้วย

 

หลังจากเทเลพอร์ตกลับมา พวกเขาก็ถูกสอบสวนอย่างหนัก ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาถูกถามอะไรบ้าง แต่อย่างไรก็ตามหลังจากทีมที่ 7 กลับมา พวกเขาก็เลิกคิดจะใช้มนุษย์ไปตัวทดลองเทเลพอร์ตอีกต่อไป พวกเขาตัดสินใจดัดแปลง และพัฒนาอุปกรณ์เทเลพอร์ตใหม่ทั้งหมด หลังจากนั้นไม่กี่ปี อุปกรณ์เทเลพอร์ตแบบใหม่ก็ถูกประดิษฐ์ขึ้นมา และข่าวเรื่องเกี่ยวกับก็อตแซงชัวรี่ก็ถูกเผยแพร่ออกไป

 

ส่วนผู้รอดชีวิตจากทีมที่ 7 นั้น ไม่นานหลังจากที่พวกเขากลับมาทุกคนก็ตายอย่างน่าประหลาด

 

ก่อนที่พวกเขาจะตาย ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไร แต่พวกเขาไม่ยอมให้ข้อมูลเกี่ยวกับก็อตแซงชัวรี่ที่พวกเขาเห็นมามากนัก แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังหลงเหลือข้อความเอาไว้ก่อนจะตาย

 

ตัวอย่างเช่น บรรพบุรุษของหนิงบอกกับครอบครัวว่าหานจิงจื่อช่วยสมาชิกทีมเอาไว้จากมอนสเตอร์ และบรรยายว่าหานจิงจื่อเป็นปรมาจารย์ชี่กงตัวจริงเสียงจริง หานจิงจื่อคือฮีโร่ของพวกเขา

 

แมว 9 ชีวิตเป็นสิ่งของที่หานจิงจื่อมักจะพกติดตัวอยู่เสมอ ทำให้ทุกคนในทีมที่ 7 ต่างก็รู้จักแมว 9 ชีวิตดี

 

เนื่องจากพวกเขาถูกสืบสวนอย่างหนักจากเจ้าหน้าที่ของสหพันธ์ ทำให้บรรพบุรุษของหนิงไม่ได้เล่าเรื่องให้คนในตระกูลฟังมากนัก หลังจากบรรพบุรุษของหนิงตาย ทางสหพันธ์ก็เลิกสืบสอนและควบคุมตระกูลหนิง ในตอนนั้นพวกเขาพบข้อความลับที่บรรพบุรุษหลงเหลือเอาไว้ และได้รู้ข้อมูลอะไรบางอย่าง

 

แต่ตระกูลหนิงก็ไม่ได้รู้อะไรมาก เพราะข้อมูลที่ทิ้งไว้มีน้อยมาก และข้อมูลที่ส่งต่อมาจนถึงหนิงเยวี่ยยิ่งน้อยลงไปอีก นี่เป็นข้อมูลทั้งหมดที่หนิงเยวี่ยสามารถเล่าได้

 

เนื่องจากใช้อควารีปเปอร์ ทำให้หานเซิ่นรู้ว่าที่หนิงเยวี่ยพูดมาคือเรื่องจริง ตระกูลหนิงรู้สึกขอบคุณหานจิงจื่อจากใจจริง ขณะเดียวกันพวกเขาก็รู้สึกกลัวหานจิงจื่อด้วย

 

นั่นก็เพราะว่าบรรพบุรุษของหนิงได้บรรยายว่าหานจิงจื่อคือสุดยอดฝีมือแห่งยุค ทำให้ลูกหลานของเขากลัวหานจิงจื่อมาก

 

“เนื่องจากนายสืบข้อมูลของตระกูลฉันมาแล้ว ดังนั้นนายก็น่าจะรู้เรื่องที่ครอบครัวของฉันมีธุรกิจอยู่ ซึ่งตอนนี้มันอยู่ในมือของกลุ่มสตาร์รี่แล้ว ทำไมพวกนายถึงได้ต้องการมันขนาดต้องลงมือกับพวกเรา?” หานเซิ่นจ้องมองหนิงเยวี่ยและถาม ตอนนี้เขารู้แล้วว่าหานจิงจื่อมีบุญคุณกับตระกูลหนิงจริง เรื่องต่อไปที่เขาต้องการรู้ก็คือเรื่องการตายของพ่อเขา

 

หนิงเยวี่ยชะงักไปชั่วครูก่อนจะพูด “คุณกำลังจะบอกว่าตระกูลของผมเป็นคนฆ่าพ่อของคุณงั้นหรอ? ไม่ว่าคุณจะเชื่อผมหรือไม่ แต่ผมสามารถบอกคุณได้อย่างมั่นใจเลยว่ามันไม่ได้มีเรื่องแบบนั่นเกิดขึ้น จริงอยู่ที่กลุ่มสตาร์รี่ต้องการธุรกิจของครอบครัวคุณ แต่นั่นก็ไม่ถึงกับต้องฆ่าคน ถ้าพวกเราเป็นคนฆ่าพ่อของคุณจริง ป่านนี้น้องชายของผมคงจะฆ่าคุณไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่วันแรกที่เขาเห็นคุณอยู่ในเมือง ไม่มีใครปล่อยให้ลูกของเหยื่อที่ตัวเองลงมือฆ่ารอดหรอก”

 

หานเซิ่นขมวดคิ้ว สิ่งที่หนิงเยวี่ยพูดออกมาทำให้เขารู้สึกสับสน แต่มันก็มีเหตุผลที่น่าเชื่อ เซินเทียนจื่อสืบข้อมูลของเขามาตั้งนานแล้ว ถ้ากลุ่มสตาร์รี่ฆ่าพ่อของเขาจริง ไม่มีทางที่เซินเทียนจื่อจะปล่อยหานเซิ่นไว้ มันง่ายมากสำหรับเซินเทียนจื่อที่จะฆ่าหานเซิ่นในช่วงแรกที่เข้าในก็อตแซงชัวรี่

 

“แล้วทำไมหนิงถึงต้องการธุรกิจของครอบครัวฉันล่ะ?” หานเซิ่นถามอีก

 

“เรื่องนี้ผมเคยดูรายละเอียดด้วยตัวเอง กลุ่มธุรกิจของเราลงความเห็นว่าธุรกิจของพวกคุณผลิตโลหะอัลลอยที่มีความจำเป็นต่อกลุ่มธุรกิจของเรามาก แต่เนื่องจากพ่อของคุณไม่ยอมขายกิจการให้พวกเรา พวกเราก็เลยต้องเลิกคิดเรื่องนี้ไปกลางคั่น แต่เนื่องจากพ่อของคุณเกิดอุบัติเหตุ พวกเราก็กลับมาอีกครั้ง และพบว่าครั้งนี้การขอซื้อกิจการของพวกคุณราบรื่นมาก พวกเราไม่ต้องใช้ตัวแทนไปเจรจาด้วยซ้ำ พวกเขายอมขายให้เราอย่างง่ายดาย”

หนิงเยวี่ยพูดต่อ “แต่ยังไงเรื่องอุบัติเหตุของพ่อคุณไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเรา แม้แต่ผู้จัดการคนที่รับผิดชอบเรื่องการซื้อกิจการของพวกคุณยังตกใจเรื่องที่พ่อของคุณเกิดอุบัติเหตุ แต่ยังไงถึงจะไม่มีอุบัติเหตุ พวกเราก็เล็งกิจการนั้นไว้อยู่แล้ว พวกเขาต้องซื้อมันมาในสักวันใดวันหนึ่ง ถ้ากลุ่มสตาร์รี่ต้องฆ่าคนด้วยเรื่องแค่นี้จริงๆ งั้นวันๆพวกเราก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้วนอกจากนั่งคิดกันว่าวันนี้จะฆ่าใครดี”

 

หนิงเยวี่ยหยุดชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อ “ผมจะไม่ขอให้คุณไว้ชีวิต แต่อย่างน้อยผมก็อยากให้คุณรู้ไว้ว่าเรื่องนั้นไม่ได้เกี่ยวกับพวกเรา”

 

หานเซิ่นขมวดคิ้ว เขาเริ่มลำบากใจเรื่องที่จะฆ่าหนิงเยวี่ย เขาครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนที่จะชี้ไปที่ดอกไม้ยักษ์แล้วก็ถาม “แล้วนั่นมันคืออะไรกันเเน่”

 

“ทั้งดอกไม้และเถาวัลย์ คือมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งมาก ตอนแรกผมต้องการใช้กำลังบังคับให้คุณไปสู้กับมัน ถ้าคุณสามารถฆ่ามันได้ พวกเราจะเข้าไปแย้งซากของมันมา แต่ถ้าคุณถูกฆ่า อย่างน้อยผมก็สามารถกำจัดความเสี่ยงในอนาคตไปได้ และยังได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับมอนสเตอร์ตัวนี้มากขึ้นด้วย” หนิงเยวี่ยพูด

 

หานเซิ่นมองดอกไม้และเถาวัลย์ด้วยความสนใจ จากนั้นเขาหันมาถามหนิงเยวี่ย “นายอยากรอดไหม?”

 

“คุณจะกล้าปล่อยผมกลับไปงั้นหรอ?” หนิงเยวี่ยถาม

 

“นี่คือหมายเลข 107 งั้นพวกนายก็น่าจะรู้เกี่ยวกับหมายเลขอื่นๆด้วย ฉันขอข้อมูลหน่อย และฉันจะปล่อยนายไป” หานเซิ่นพูด

 

“ตกลง” หนิงเยวี่ยไม่ได้ต่อรองอะไร

 

ข้อมูลเป็นสิ่งที่หานเซิ่นกำลังต้องการมากที่สุด การที่เขาจะวิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยขั้นสุดยอดได้มันต้องใช้เวลามาก เขาต้องพึ่งตัวเองเป็นหลัก และมันก็ขึ้นอยู่กับโชคด้วยว่าจะเจอมอนสเตอร์ขั้นสุดยอดหรือไม่ แต่ด้วยข้อมูลที่หนิงรวบรวมมา ทำให้หานเซิ่นสามารถหาตำแหน่งของพวกมันได้อย่างง่ายดาย ตอนนี้เขามีทั้งร็อคเวิร์มและโฮลี่แองเจิล การวิวัฒนาการเป็นเรื่องที่ไม่ยากสำหรับเขา

 

“นายไปได้แล้ว” หานเซิ่นสั่งให้อควารีปเปอร์เลิกควบคุมหนิงเยวี่ย แต่กระนั้นอควารีปเปอร์ก็ยังฝังอยู่ในร่างของหนิงเยวี่ยต่อไป ขอแค่ระดับความแข็งแกร่งของหนิงเยวี่ยยังไม่มากไปกว่าอควารีปเปอร์ เขาสามารถสั่งให้มันควบคุมร่างกายหนิงเยวี่ย และให้เขาฆ่าตัวตายจากระยะไกลเป็นพันๆไมล์ก็ยังได้

 

หนิงเยวี่ยอึ้ง เขาไม่คิดว่าหานเซิ่นจะปล่อยเขาไปจริง แต่ไม่นานหนิงเยวี่ยก็รู้ว่าหานเซิ่นกำลังคิดอะไร แต่ไม่แสดงท่าทีอะไรออกมา เขาเพียงแค่พูด “ลูกหลานของหานจิงจื่อ เป็นเพียงแค่มิตรของหนิงไม่ใช่ศัตรู”

หนิงเยวี่ยหันหลัง และควบสัตว์อสูรจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก