0 Views

ด้วยเหตุผลบางอย่าง หนิงเยวี่ยเริ่มสั่นเมื่อถูกจ้องโดยวิญญาณอสูรที่น่าเกลียดน่ากลัว เขารู้สึกเหมือนวิญญาณของเขากำลังสั่นอยู่

 

หนิงเยวี่ยหันดาบเข้าหาตัว และแทงไปที่หน้าอกอย่างไม่ลังเล เขาต้องการจะฆ่าตัวตาย

 

“เสียงคำราม!” วิญญาณอสูรที่น่าเกลียดอ้าปากของมัน จากนั้นหนิงเยวี่ยก็สูญเสียการควบคุมตัวเองไป เขาแบมือปล่อยให้ดาบตกลงไปบนพื้น

 

เมื่อเห็นหนิงเยวี่ยหน้าซีดเหมือนกับกระดาษ หานเซิ่นพูด “ฉันบอกแล้วว่าจะไม่ให้นายตายง่ายๆ ตอบคำถามฉันมาสัก 2-3 คำถาม บางทีฉันอาจจะทำให้นายตายอย่างสบายก็ได้”

 

“วิญญาณอสูรดวงนั้นมันคืออะไรกันแน่?” หนิงเยวี่ยไม่ตอบ แต่ถามกลับไปแทน

 

“อควารีปเปอร์ วิญญาณอสูรปรสิต” หานเซิ่นพูด

 

หานเซิ่นไปหาข้อมูลเกี่ยวกับวิญญาณอสูรปรสิตในเน็ตมาแล้ว แต่เขาไม่พบข้อมูลอะไรเลย หลังจากที่เขาลองใช้มั่วๆไปเรื่อย ในที่สุดเขาก็เข้าใจความสามารถของมันจนได้

 

อควารีปเปอร์สามารถเข้าไปอยู่อาศัยในร่างของมนุษย์หรือมอนสเตอร์ได้ และมันสามารถแชร์ชีวิตร่วมกับคนคนนั้นได้ ในตอนนี้ชีวิตของหนิงเยวี่ยไม่ใช่ของเขาคนเดียวอีกต่อไป ในตอนนี้อควารีปเปอร์สามารถควบคุมร่างกายของหนิงเยวี่ยได้เช่นเดียวกัน แต่มันจะควบคุมได้ถึงขนาดไหนขึ้นอยู่กับปัจจัย 2 อย่างคือความแข็งแกร่งของคนที่โดนแทรกแซง และก็ความแข็งแกร่งของตัววิญญาณอสูร

 

สำหรับวิญญาณอสูรอควารีปเปอร์นั้นไม่ต้องสงสัยเรื่องความแข็งแกร่ง ยังไงมันก็เป็นถึงขั้นสุดยอด ซึ่งมันแข็งแกร่งกว่าหนิงเยวี่ยแน่นอนอยู่แล้ว ดังนั้นตอนนี้อควารีปเปอร์สามารถควบคุมร่างกายของหนิงเยวี่ยได้มากกว่าตัวหนิงเยวี่ยเองซะอีก

 

การเคลื่อนไหวและความคิดของหนิงเยวี่ย อควารีปเปอร์สามารถรับรู้ได้ทั้งหมด และมันก็ส่งข้อมูลต่อไปให้หานเซิ่น ดังนั้นหานเซิ่นสามารถรู้ได้ว่าหนิงเยวี่ยกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ

 

วิญญาณอสูรปรสิตก็มีจุดอ่อนสำคัญอยู่ ถ้าเกิดระดับความแข็งแกร่งของวิญญาณอสูรน้อยกว่าเจ้าของร่าง มันจะสามารถควบคุมเจ้าของร่างไม่ได้

 

หรือถ้าวิญญาณอสูรแข็งแกร่งพอๆกับเจ้าของร่าง วิญญาณอสูรปรสิตก็ยังพอจะควบคุมร่างเจ้าของร่างได้อยู่ แต่ไม่เด็ดขาด นับว่าพลังของวิญญาณอสูรประเภทนี้มีค่อนข้างจำกัด

 

เมื่อมันเข้าไปในร่างของเจ้าของร่างได้แล้ว มันจะเริ่มดูดพลังของเจ้าของร่าง ถึงหนิงเยวี่ยจะแข็งแกร่ง แต่มันก็ยากที่เขาจะต้านทานอควารีปเปอร์ได้

 

ในก็อตแซงชัวรี่เขต 1 หานเซิ่นคิดว่าไม่น่าจะมีใครต้านทานพลังของอควารีปเปอร์ได้ ดังนั้นการเข้าไปฝังในร่างของหนิงเยวี่ยจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน ถ้าหานเซิ่นโดนเอง เขาก็คิดว่าไม่น่าจะต้านทานพลังมันได้เช่นเดียวกัน

 

หานเซิ่นถามคำถามอีก 2-3 คำถาม แต่หนิงเยวี่ยไม่ยอมตอบคำถามเหล่านั้น แม้จะใช้อควารีปเปอร์แล้ว แต่ข้อมูลที่หานเซิ่นได้มาก็ยังจำกัดมาก หนิงเยวี่ยเป็นคนที่แข็งแกร่งจริงๆ

 

‘เป็นคนที่เข้มแข็งจริงๆ น่าประทับใจมากที่เขามีจิตใจที่แข็งแกร่งขนาดนี้’ หานเซิ่นมองหนิงเยวี่ย

 

“รีบฆ่าฉันซะ ยังไงนายก็ไม่มีวันได้ข้อมูลอะไรจากฉัน” หนิงเยวี่ยพูดอย่างสงบ

 

“หนิงเยวี่ย นายจำของสิ่งนี้ได้ไหม?” หานเซิ่นตระหนักว่าคำถามธรรมดาทำอะไรหนิงเยวี่ยไม่ได้ เขาต้องหาคำถามที่สามารถสั่นคลอนจิตใจของเขาได้ หานเซิ่นครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะเอาจี้ห้อยคอที่เป็นคริสตัลสีแดง ซึ่งมีรูปร่างคล้ายแมวหรือสุนัขจิ้งจอกออกมา มันเป็นของ 1 ใน 3 ชิ้นที่พ่อของเขาทิ้งไว้ให้ เขาเอามันออกมาให้หนิงเยวี่ยดู

 

ทันทีที่หนิงเยวี่ยเห็นจี้ห้อยคอนั่น ท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไปทันที สิ่งที่อควารีปเปอร์ได้มาจากการอ่านใจของหนิงเยวี่ย หานเซิ่นได้ยิน ‘แมว 9 ชีวิต… เป็นไปได้ยังไง นั่นมันต้องเป็นแมว 9 ชีวิตไม่ผิดแน่…’

 

“เป็นไปไม่ได้… ฉันสืบเกี่ยวกับครอบครัวของนายมาจนหมดแล้ว ไม่มีทางที่นายจะเป็นลูกหลานของหัวหน้าหานได้…” หนิงเยวี่ยพูดออกมา ขณะมองดูจี้สีแดงในมือหานเซิ่น

 

“ทำไมถึงเป็นไปไม่ได้” เมื่อเห็นว่าจิตใจของหนิงเยวี่ยเริ่มมีช่องว่างแล้ว หานเซิ่นก็รีบยิงคำถามใส่ทันที

 

คำถามของหานเซิ่นทำให้หนิงเยวี่ยชะงักไป เขาลังเลอยู่นานก่อนที่เขาจะตอบแบบติดๆขัดๆ “ใช่แล้ว.. คุณต้องเป็นลูกหลานของเขาคนนั้นแน่… ใช่คุณนั่นแหละ.. ไม่งั้นคุณคงจะไม่แข็งแกร่งถึงขนาดนี้…”

 

หนิงเยวี่ยมองหานเซิ่นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน “ถ้าคุณเอาของสิ่งนี้มาให้ผมดูตั้งแต่แรก  พวกเราก็คงไม่ต้องมาจบแบบนี้ หัวหน้าหานเป็นผู้มีพระคุณของหนิง ถ้าผมรู้ว่าคุณเป็นลูกหลานของเขาล่ะก็ ผมจะไม่มีทางล่วงเกินคุณ”

 

หานเซิ่นไม่ค่อยเชื่อหนิงเยวี่ยเท่าไหร่ เขาพูด “ถึงเขาจะมีพระคุณ และเคยช่วยชีวิตคนตระกูลหนิง แต่เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว ถ้าฉันไม่มีความสามารถพอในการป้องกันตัวเองละก็ ฉันไม่เชื่อว่านายจะปล่อยให้ฉันมีชีวิตรอด”

 

หนิงเยวี่ยรีบส่ายหน้า และพูด “พวกเราถูกสั่งสอนมาอย่างเคร่งคัดจากบรรพบุรุษว่าถ้าเกิดพวกเราพบลูกหลานของหัวหน้าหาน พวกเราต้องปฏิบัติกับคนคนนั้นเหมือนเป็นผู้มีพระคุณ หนิงจะไม่มีทางล่วงเกินคุณเด็ดขาด..”

 

หานเซิ่นประหลาดใจมาก เขารู้สึกได้จากอควารีปเปอร์ว่าหนิงเยวี่ยนั้นพูดความจริง หานเซิ่นลังเลที่จะถามหนิงเยวี่ยว่าทำไมพวกหนิงถึงได้ให้ความเคารพหานจิงจื่อถึงขนาดนั้น แต่ถ้าเขาถามไป หนิงเยวี่ยอาจจะตั้งคำถามว่าเขาเป็นลูกหลานของหนานจิงจื่อจรืงหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นหนิงเยวี่ยก็อาจจะไม่ยอมให้ข้อมูลอะไรกับหานเซิ่นอีก

 

ซึ่งตัวหานเซิ่นเองก็ยังไม่แน่ใจด้วยว่าเขาสืบเชื้อสายมาจากหานจิงจื่อคนเดียวกับที่หนิงเยวี่ยพูดถึงหรือเปล่า ที่สำคัญเรื่องราวมันดูแปลกๆ ด้วยพลังอำนาจของหนิง ถ้าพวกเขาต้องการสืบดูจริงๆ ไม่มีทางที่พวกเขาจะไม่รู้ว่าปู่ของหานเซิ่นคือคนเดียวกับหานจิงจื่อที่ว่าหรือเปล่า แต่ยังไงอายุของเขา 2 คนก็มีความเหลือมล้ำกันอยู่

 

ขณะที่หานเซิ่นลังเลอยู่ว่าจะถามคำถามอะไรดี หนิงเยวี่ยก็ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น และพูดต่อ “ถ้าผมรู้ว่าคุณเป็นลูกหลานของหานจิงจื่อตั้งแต่แรก ผมก็จะไม่ต้องทุ่มเทมากขนาดนี้ และก็ไม่ต้องสูญเสียคนฝีมือดีไป ยังไงทาญาติของหานจิงจื่อก็น่าจะฆ่ามอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งพวกนั้นได้ ..”

 

“เหมือนว่านายจะรู้เกี่ยวกับเรื่องในอดีตเยอะ” หานเซิ่นพูด เขาหวังให้หนิงเยวี่ยพูดต่อไป สำหรับคนอย่างหนิงเยวี่ย หานเซิ่นไม่สามารถใช้วิธีบีบบังคับให้พูดได้ เพราะคนอย่างเขายอมตายดีกว่าที่จะพูดสิ่งที่ไม่ต้องการพูด

 

“พวกคนสูงอายุในตระกูลลังเลที่จะพูดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ผมเองก็ไม่รู้อะไรมาก แต่เนื่องจากหัวหน้าหานคือผู้มีพระคุณกับบรรพบุรุษ พวกเราถูกสั่งสอนมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันว่าอย่าลืมบุญคุณคนเป็นอันขาด นี่คือทั้งหมดที่ผมรู้มา” หนิงเยวี่ยถอนหายใจและพูดต่อ “ผมได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับหัวหน้าหานมามาก ตั้งแต่ผมยังเด็กๆแล้ว ผมใฝ่ฝันอยู่เสมอว่าสักวันผมจะเป็นคนที่ยิ่งใหญ่เหมือนกับเขา”

 

“โอ้ งั้นบอกฉันมาหน่อยว่าตระกูลหนิงพูดถึงเขายังไงบ้าง?” หานเซิ่นถาม เขาต้องการจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตให้มากที่สุด

 

หนิงเยวี่ยไม่ได้คิดจะปิดบังอะไร แต่อย่างไรก็ตามวีรกรรมของหัวหน้าหานที่หนิงเยวี่ยเล่าให้เขาฟัง มันทำให้เขาประหลาดใจมาก เขาไม่อยากจะเชื่อว่าคนคนนั้นเป็นคนเดียวกับปู่ของเขา