0 Views

“ถ้าไม่ติดที่ตระกูลมีอิทธิพลนะ ฉันจะไม่มีทางยอมให้ไฮ้หยุนได้วิญญาณอสูรของดอลลาร์ไปถึง 2 ดวงหรอก อย่างน้อยฉันต้องเอามาให้ได้สักดวง…” ชิงบ่นไม่หยุด หลังจากที่การประมูลจบลง

 

 

หานเซิ่นยังช็อคไม่หาย แม้ราคาประมูลจะถูกดันขึ้นไปสูงเสียดฟ้า แต่ดูเหมือนมันยังไม่สูงพอในสายตาเด็กพวกนี้ ดูเหมือนว่าชิงจะยอมเพราะเขาไม่อยากมีปัญหากับไฮ้หยวน ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีปัญญาจ่าย

 

 

หานเซิ่นเข้าใจว่าที่ราคาขึ้นไปสูงขนาดนั้นก็เพราะชื่อเสียงของดอลลาร์ล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับมูลค่าที่แท้จริงของมันเลย

 

 

“หานเซิ่น คุณน่าจะเลือกประมูลชุดเกราะ ไม่ก็วิญญาณอสูรเปลี่ยนร่างมากกว่านะผมว่า แม้สัตว์เลี้ยงจะแข็งแกร่ง แต่มันก็ไม่ใช่สัญลักษณ์ของดอลลาร์…” ชิงยังอารมณ์ค้างอยู่

 

 

“พี่ชาย คุณอยากจะขายสัตว์เลี้ยงตัวนั้นให้ผมไหม?” ไฮ้หยุนยังไม่ยอมแพ้ เขาเป็นพวกที่ชอบความสมบูรณ์แบบ ไหนๆประมูลแล้วก็อยากได้ครบเซต

 

 

“ไฮ้หยุน ฉันเสียใจด้วย ฉันก็ต้องการสัตว์เลี้ยงตัวนี้เหมือนกัน ฉันไม่มีความคิดที่จะขายมันในเร็วๆนี้แน่” หานเซิ่นพูด

 

 

“ในอนาคตถ้าคุณต้องการขายให้มาหาผมก่อนเลยนะ เรื่องราคาคุยกันไม่ยากหรอก” ไฮ้หยวนพูดจบ เขาก็เดินออกจากที่ประมูลไป

 

 

เมื่อหานเซิ่น ชิงและหยวนเดินออกจากสถานที่จัดประมูลก็มีคนนับสิบมาปิดล้อมพวกเขาไว้

 

 

“อยากมีเรื่องรึไง?” ชิงขมวดคิ้วและพูดออกมาทันที

 

 

หนิงเยวี่ยเดินออกมา และพูดอย่างสงบ “ชิง หยวน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกคุณ มันเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างผมกับหานเซิ่น พวกคุณไปกันก่อนได้เลย เอาไว้เดี๋ยวผมจะไปขอโทษพวกคุณทีหลัง”

 

 

“หนิงเยวี่ย นายคิดจะทำอะไรกับหานเซิ่น?” ชิงและหยวนขมวดคิ้ว

 

 

“หานเซิ่นแย่งมอนสเตอร์ของพวกเรา” หนิงเยวี่ยพูด

 

 

“มันก็แค่มอนสเตอร์ตัวหนึ่ง บอกราคามาเดี๋ยวฉันจ่ายให้เอง” ชิงพูดออกมาทันที

 

 

“มันไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน ผมหวังว่าพวกคุณจะเข้าใจ” หนิงเยวี่ยพูดด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก

 

 

ชิงและหยวนรู้สึกว่าพวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่วางตัวลำบาก พวกเขาทั้ง 2 คนหันมามองหานเซิ่น

 

 

“หานเซิ่นเกิดอะไรขึ้น?” ซูเสี่ยวเฉียวรีบเดินเข้ามา พร้อมกับคนจากกลุ่มสตีลอาเมอร์ หน่วยพิเศษกับกลุ่มสตีลอาเมอร์มีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมาก ถึงหัวหน้าจะไม่ใช่หยางม่านลี่หรือซินเสวียนแล้วก็ตาม พวกเขาก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน เมื่อเห็นหานเซิ่นโดนล้อมไว้ พวกเขาก็รีบตรงเข้ามาทันที

 

 

“พวกนายกล้าเอาจำนวนคนมาลังแกเขางั้นหรอ?”

 


“พวกนายมาจากไหน กล้าดียังไงมาหาเรื่องหานเซิ่นถึงสตีลอาเมอร์?”

 


“พวกนายตาบอดรึไงที่นี่มันสตีลอาเมอร์ ไสหัวกลับไป”

 


 

 

ไม่นานคนจากกลุ่มสตีลอาเมอร์ก็มีล้อมคนของหนิงเยวี่ยเอาไว้
“ขอบคุณทุกคนมาก ฉันจะจำไว้ว่าพวกนายดีกับฉันมากขนาดไหน ถ้าวันไหนพวกนายต้องการให้ฉันช่วย ฉันก็จะไป แต่ยังไงนี่ก็เป็นปัญหาระหว่างฉันกับหนิงเยวี่ย ฉันขอรับผิดชอบด้วยตัวเอง” หานเซิ่นหยุดคนจากกลุ่มสตีลอาเมอร์เอาไว้ก่อน

 

 

แม้คนอื่นๆจะดูกันไม่ออก แต่หานเซิ่นแค่ดูก็รู้ว่าพวกเขาทั้งหมดเป็นผู้วิวัฒนาการแล้ว ซึ่งคนที่หนิงเยวี่ยพามาทุกคนน่าจะต้องวิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิอยู่แล้ว

 

 

ถ้ามีการปะทะกันระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายล่ะก็ ถึงพวกเขาจะมีคนมากกว่า แต่พวกเขาก็น่าจะได้รับความเสียหายหนักมาก

 

 

“ชิง หยวน ให้ฉันจัดการปัญหานี้เอง?” หานเซิ่นหันไปพูดกับสหายหนุ่มทั้ง 2

 

 

“ถ้าคุณมีปัญหาหรือต้องการอะไรก็พูดออกมาเลย พวกเราไม่อยากเห็นคุณถูกรังแก” ชิงขึ้นเสียง ด้วยการที่เป็นลูกหลานนักการเมือง ชิงไม่ได้กลัวกลุ่มสตาร์รี่เลย

 

 

“หานเซิ่น ตกลงจะเอายังไง?” หนิงเยวี่ยไม่สนใจชิง เขาถามหานเซิ่นพร้อมกับยิ้ม ผู้วิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิถึง 13 คน บวกกับตัวเขาเองอีก 1 คน เขาตัดสินใจแน่แล้วว่าจะจับตัวหานเซิ่นไปให้ได้ เขาไม่สนว่าสถานการณ์มันจะเป็นยังไง

 

 

ในโลกแห่งความเป็นจริงเขาเป็นคนที่เคร่งในกฎระเบียบ แต่ในก็อตแซงชัวรี่ ไม่มีใครสามารถทำอะไรเขาได้ ขอแค่เขาไม่ได้ฆ่าหานเซิ่นในที่สาธารณะก็พอ ที่สำคัญหนิงเยวี่ยไม่ได้คิดจะฆ่าหานเซิ่นอยู่แล้ว

 

 

เขามีข้อสงสัยเกี่ยวกับหานเซิ่นมากมาย เขาต้องหาทางเข้าใจมันให้ได้

 

 

“ไปหาที่อื่นคุยกันดีกว่า” หานเซิ่นพูดอย่างสงบ

 

 

“ขอชมเชยในความกล้าหาญ” หนิงเยวี่ยสั่้งให้ผู้วิวัฒนาการล้อมหานเซิ่นไว้ และพาออกจากสตีลอาเมอร์

 

 

กลุ่มสตีลอาเมอร์ หยวนและชิงพยายามตามพวกเขาไป แต่หานเซิ่นขอให้พวกเขากลับไป เหตุผลหนึ่งก็คือเขาไม่อยากให้คนอื่นๆบาดเจ็บ ส่วนอีกเหตุผลก็เพราะเขามีแผนของเขาเอง

 

 

เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงสถานที่สงบเงียบแห่งหนึ่งในภูเขา หานเซิ่นก็หยุดเดิน คนอื่นๆยังคงล้อมเขาไว้อยู่

 

 

“หานเซิ่น นายมีแผนอะไรในใจ?” หนิงเยวี่ยมองหานเซิ่น

 

 

“ฉันยอมให้พวกนายจับกุม แล้วจะมีแผนอะไรได้?” หานเซิ่นพูดอย่างสงบ

 

 

ทุกคนอึ้ง แม้แต่หนิงเยวี่ยยังประหลาดใจ หลังจากนิ่งไปชั่วครู่ เขาหันมองหานเซิ่นและถาม “แน่ใจใช่ไหม?”

 

 

“มีผู้วิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิมากขนาดนี้ ฉันไม่คิดว่าจะมีใครในก็อตเเซงชัวรี่ 1 ที่สามารถหนีไปไหนได้ ถ้าขัดขืนก็เท่ากับตาย งั้นฉันยอมจำนนดีกว่า” หานเซิ่นยื่นมือออกไปเหมือนว่าเขายอมแพ้เรียบร้อยแล้ว

 

 

หนิงเยวี่ยยังคงสงสัยพฤติกรรมของหานเซิ่น เขาสั่งให้คนของเขามัดตัวหานเซิ่นเอาไว้ หานเซิ่นไม่ได้ขัดขืนอะไร เขาปล่อยให้คนพวกนั้นล็อคตัว และกดลงกับพื้นด้วยท่าพิเศษ

 

 

“นายไม่กลัวว่าฉันจะฆ่านายรึไง?” หนิงเยวี่ยมองหานเซิ่นด้วยความประหลาดใจ

 

 

“ฉันรู้ ยังไงนายก็คงไม่ฆ่าฉันแน่ อย่างน้อยๆก็ก่อนที่นายจะได้คำตอบที่ต้องการ” หานเซิ่นพูด ขณะที่ในใจกำลังคิด ‘นายคิดจริงๆหรือว่านายจะฆ่าฉันได้จริงๆ? ถ้าฉันไม่ได้พยายามเข้ามาล้วงความลับ ฉันจะเรียกสัตว์เลี้ยงขั้นสุดยอดทั้ง 2 ออกมาสอนบทเรียนให้พวกนายทุกคน’

 

 

“นายยังมีโอกาสหนีได้นิตอนที่นายยังอยู่ในสตีลอาเมอร์” หนิงเยวี่ยพูด

 

 

“ฉันคือคนของหน่วยพิเศษ งานของฉันคือปกป้องผู้คน ไม่ใช่ให้คนอื่นมาเสียสละเพื่อตัวฉัน ถึงฉันจะรอดไปได้ แต่ก็ต้องมีคนตายจำนวนมาก ฉันไม่อยากอยู่อย่างอับอาย” หานเซิ่นพูดอย่างสงบ

 

 

“ส่งมีดมาให้ฉัน แล้วฉันจะปล่อยนายเป็นอิสระ” หนิงเยวี่ยครุ่นคิดและพูด

 

 

“ถ้าเป็นตอนเจอกันครั้งแรก ฉันก็อาจจะเชื่อนายอยู่ แต่ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้วว่าไม่ควรมอบมีดเล่มนี้ให้นาย ถ้าฉันไม่มีมีด ฉันจะตายอย่างแน่นอน” หานเซิ่นพูดพร้อมกับยิ้ม

 

 

ปัง!

 


หลินหลินชกหน้าหานเซิ่นอย่างแรง ทำให้เขาล้มลงไปบนพื้น และมีเลือดไหลออกมาจากปากของเขา

 

 

“ฉันจะทำให้นายต้องร้องขอชีวิต” หลินหลินพูดด้วยน้ำเสียงที่โหดเหี้ยม และเขาก็เอามีดออกมา

 

 

หลินหลินไม่ได้ใช้มีดฟันไปที่จุดสำคัญของหานเซิ่น แต่เป็นจุดที่โดนแล้วเจ็บที่สุด เขาค่อยๆดันมีดลงไปอย่างช้าๆ และลากมีดไปมา

 

 

หน้าของหานเซิ่นซีดทันที ตัวของชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาพยามจะไม่ส่งเสียงร้องออกมา

 

 

“ฉันไม่เชื่อว่านายจะทนได้นานนักหรอก” หลินหลินเอากระเป๋าหนังที่อยู่ข้างเอวออกมา ข้างในมีเครื่องมือรูปร่างแปลกๆจำนวนมาก หลินหลินเลือกมาหนึ่งอัน และพยายามใช้มันกับหานเซิ่น

 

 

“พอแค่นั้นแหละ พาเขาไปที่หมายเลข 107” หนิงเยวี่ยหยุดหลินหลินเอาไว้ และสั่งคนของเขา

 

 

VIPถึงตอนที่ 1236  เเล้วครับสนใจสมัครได้ที่ https://www.facebook.com/SuperGodGene/