0 Views

กลุ่มของพวกเขายังคงเดินทางต่อไปในทะเลทรายปีศาจ ในตอนกลางคืน ขณะที่พวกเขากำลังพัก หยวนกระซิบกับหานเซิ่น ในตอนที่เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้อยู่ใกล้ๆ “พี่ชาย ที่ไฮ้หยุนหยิ่งแบบนั้นก็เพราะว่าปู่ของเขาคือไฮ้หมิงเว่ยอย่าไปใส่ใจเขาเลย”

 

“วุฒิสมาชิกไฮ้หมิงเว่ย?” หานเซิ่นประหลาดใจ ไฮ้หมิงเว่ยคือวุฒิสมาชิกและเป็นกึ่งเทพ เขาเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่มีอิทธิพลมากที่สุด ไฮ้หมิงเว่ยคือมนุษย์คนแรกที่ฆ่ามอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิของก็อตแซงชัวรี่เขต 4 ได้

 

ยิ่งกว่านั้นทุกคนต่างก็รู้ว่า ไฮ้หมิงเว่ยเป็นสุดยอดนักสู้ แถมยังมีอิทธิพลมาก และเขาก็เป็นคนที่มีโอกาสสูงที่จะได้เป็นประธานของสหพันธ์คนต่อไป (ประธานสหพันธ์คือคนที่มีอำนาจสั่งการสูงที่สุดของมนุษย์)

 

หานเซิ่นเคยได้ยินข่าวลือว่าตระกูลไฮ้เป็นหนึ่งในตระกูลที่ได้รับสืบทอดวิชาการต่อสู้โบราณ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมไฮ้หมิงเว่ยถึงมาถึงจุดนี้ได้

 

หยวนพยักหน้าและพูด “ไฮ้หยุนเป็นทาญาติชาย ทำให้คนในตระกูลเอาใจใส่เขามาก เนื่องจากเขาถูกสุ่มมาที่เมืองสตีลอาเมอร์ ทั้งครอบครัวของผมและชิงต่างก็กำชับพวกเรามาว่าให้ดูแลเขาให้ดีๆ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขา พวกเราจะต้องรับผิดชอบ อย่าไปถือสาคำพูดของเขาเลยนะพี่ชาย”

 

หานเซิ่นพยักหน้า เขาก็ไม่ได้คิดจริงจังกับไฮ้หยุนอยู่แล้ว แต่กระนั้นเขาก็ถามด้วยความสงสัย “ตระกูลไฮ้เป็นตระกูลที่สืบทอดวิชาการต่อสู้โบราณจริงหรือเปล่า?”

 

หยวนพูด “วุฒิสมาชิกหรือคนในสภาส่วนมากก็มาจากตระกูลที่สืบทอดวิชาการต่อสู้โบราณทั้งนั้น ซึ่งมันทำให้พวกเขาได้เปรียบคนอื่นๆ เมื่อพวกเขาเข้ามาในก็อตแซงชัวรี่ เเละทำให้พวกเขายังคงกุมอำนาจในสหพันธ์อยู่ได้”

 

“ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ” เป็นครั้งแรกที่หานเซิ่นได้ยินเรื่องแบบนี้ หยวนและชิงเองก็เป็นลูกผู้มีอิทธิพลเหมือนกัน ถึงจะไม่เท่าไฮ้หมิงเว่ยก็ตาม

 

หานเซิ่นถามหยวนอีก 2-3 คำถาม แต่หยวนก็ไม่รู้อะไรมาก ถึงคนในตระกูลเขาจะมีบางคนที่อยู่ในสภา แต่พวกเขาก็ไม่ใช่คนที่อยู่ในตำเเหน่งสำคัญ ทำให้ไม่รู้อะไรมาก

 

เมื่อพวกเขาออกเดินทางอีกครั้ง ดูเหมือนไฮ้หยุนจะคึกมากเป็นพิเศษ เขาฆ่ามอนสเตอร์เกือบทุกตัวที่เขาเห็น ความแข็งแกร่งของเขาถือว่ายอดเยี่ยม และทักษะการต่อสู้ของเขาก็น่าประทับใจ มีหลายวิชาที่หานเซิ่นไม่เคยเห็นมาก่อน ดูแล้วน่าจะเป็นวิชาลับของตระกูลไฮ้

 

แต่ละครั้งที่ไฮ้หยุนฆ่ามอนสเตอร์ได้ เขาจะหันมามองหานเซิ่น เพื่อเป็นการท้าทาย แต่หานเซิ่นก็นิ่งเฉยราวกับไม่เห็นสิ่งที่ไฮ้หยุนทำ

 

เพราะอย่างมากไฮ้หยุนก็ฆ่าแค่มอนสเตอร์กลายพันธ์ 1-2 ตัว ซึ่งมันไม่น่าสนใจสำหรับหานเซิ่น เขาไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะมาแข่งขันกันแบบเด็กๆ

 

วันที่ 3 หลังจากที่เข้ามาในทะเลทราย ในขณะที่พวกเขากำลังเคลื่อนขบวน หานเซิ่นก็แสดงท่าทีประหลาดใจ เขาหยุดสัตว์อสูรของเขา และเรียกธนูกับลูกธนูเลือดศักดิ์สิทธิออกมา

 

“พี่ชายเกิดอะไรขึ้นหรอ?”ชิงถาม เมื่อเห็นท่าทางของหานเซิ่น ทุกคนเลยระวังตัวไว้ก่อน แต่เมื่อพวกเขามองไปรอบๆ พวกเขาก็ไม่เห็นอะไรเลย

 

“ราชาแบล็คเฟเธอร์อยู่ตรงนั้น” หานเซิ่นชี้นิ้วไปข้างหน้า และพูด

 

หานเซิ่นรู้สึกยินดีมาก จุดนี้ไม่ไกลจากจุดที่เขาเคยเจอมันเมื่อคราวก่อน ถือเป็นโอกาสดีที่เขาเห็นมันอีกครั้ง และครั้งนี้เขาจะไม่ปล่อยให้มันหลุดมือไปอีก

 

คนอื่นๆมองไปทางที่หานเซิ่นชี้ แต่พวกเขาเห็นแค่จุดสีดำๆเท่านั้น

 

“ถึงมันอาจจะเป็นจริงก็เถอะ แม้คุณจะมองเห็นมัน แต่คุณก็อยู่ไกลจากมันมากเกินไป แล้วจะเอาธนูออกมาเพื่อ? คุณทำให้มอนสเตอร์ธรรมดาบาดเจ็บไม่ได้ด้วยซ้ำถ้าเป็นระยะนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิ” ไฮ้หยุนพูดพร้อมกับเบ้ปาก

 

หานเซิ่นไม่สนใจ เขารั้งสายธนูจนสุด และเล็งไปทางจุดดำๆที่อยู่ไกลออกไป หลังจากที่เขาเล็งจนมั่นใจแล้ว เขาก็ยิ่งลูกธนูเลือดศักดิ์สิทธิออกไป

 

ลูกธนูสีเทาพุ่งผ่านอากาศไปอย่างรวดเร็ว และหายไปจากสายตาของทุกคน ไม่มีใครบอกได้ว่าลูกธนูไปที่ไหนแล้ว

 

ไม่นานพวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องดังมาจากระยะไกล เหล่าเด็กหนุ่มดูจะประหลาดใจกันมาก หยวนหันมาหาหานเซิ่นและถาม “พี่ชายสำเร็จไหม?”

 

หานเซิ่นพยักหน้าอย่างตื่นเต้น เสียงในหัวทำให้เขามีความสุขมากจนพูดไม่ออก

 

“มอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิราชาเเบล็คเฟเธอร์ถูกฆ่า คุณได้รับวิญญาณอสูรราชาแบล็คเฟเธอร์ เมื่อกินเนื้อของมัน คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 จีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิ”

 

หานเซิ่นประหลาดใจที่ได้รับวิญญาณอสูร เขารู้สึกว่าช่วงนี้ดวงของเขาดีเป็นพิเศษ

 

“พี่ชาย คุณฆ่าราชาแบล็คเฟเธอร์ได้จริงๆหรอ?” ชิงถาม เขาไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น หานเซิ่นบอกว่าฆ่ามันได้ ขณะที่เขายังมองไม่ออกเลยว่ามันคือตัวอะไร เขาเห็นแค่จุดเล็กๆเท่านั้น

 

หานเซิ่นพยักหน้า ไฮ้หยุนไม่อยากที่จะยอมรับ เขารีบเร่งสัตว์อสูรของเขาตรงไปข้างหน้า เขาจะไม่ยอมเชื่อเด็ดขาดจนกว่าจะได้เห็นซากของมันกับตา

 

หยวนและชิงรู้สึกกังวล พวกเขารีบตามไฮ้หยุนไปติดๆ ขณะที่กลุ่มของพวกเขาเข้าไปใกล้จุดนั้น พวกเขาก็เห็นมอนสเตอร์สีดำจำนวนมากกำลังบินวนไปมาบนท้องฟ้าราวกับพายุ พร้อมกับส่งเสียงร้องออกมา

 

ศูนย์กลางของพายุคือก้อนหินที่มีความสูงกว่า 100 ฟุต ราชาแบล็คเฟเธอร์ขนาดใหญ่ถูกยืดติดกับก้อนหินด้วยลูกธนู ซึ่งเป็นลูกธนูดอกเดียวกับที่หานเซิ่นยิงออกไปเมื่อสักครู่

 

ไฮ้หยุนเบิกตากว้าง เขารู้สึกช็อคมาก คนอื่นๆต่างก็ตกตะลึง หานเซิ่นจะต้องแข็งแกร่งขนาดไหนถึงสามารถฆ่ามอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิจากระยะเป็นไมล์ๆได้

 

“ในก็อตแซงชัวรี่เขต 1 ผมเชื่อว่าไม่มีใครสู้คุณได้อีกแล้ว” หยวนกล่าวชมเชย

 

ไฮ้หยุนมองหานเซิ่นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ในตอนแรกเขายังไม่ได้คิดจริงจังเกี่ยวกับหานเซิ่น แต่ตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่าความห่างระหว่างเขากับหานเซิ่นนั้นกว้างมาก เขายังบอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร แต่หานเซิ่นกับฆ่ามันได้แล้ว ซึ่งเป็นการตบหน้าไฮ้หยุนอย่างแรง

 

“มียอดฝีมือมากมายในสหพันธ์ดวงดาว แค่นี้ถือว่าไม่เท่าไหร่หรอก” หานเซิ่นพูด และรีบตรงเข้าไปที่ซากของราชาเเบล็คเฟเธอร์ เขาพยายามเอาซากแบล็คเฟเธอร์ที่ติดกับก้อนหินออกมา

 

คนอื่นๆรีบตามไป เมื่อไม่มีผู้นำอย่างราชาแบล็คเฟเธอร์แล้ว พวกแบล็คเฟเธอร์ตัวอื่นๆก็ตกอยู่ในความโกลาหลทันที ส่วนมากพวกมันจะบินหนีกระจัดกระจายกันออกไป แต่ก็มีบางตัวที่เลือกเข้ามาโจมตีพวกเขา และก็ถูกฆ่าตาย

 

หานเซิ่นเรียกลูกธนูของเขากลับ ร่างของราชาแบล็คเฟเธอร์ก็ล่วงลงมาบนพื้นทันที

 

หานเซิ่นไม่ได้เก็บร่างของมันขึ้นมา เขาเรียกร็อคเวิร์มออกมาแทน และชี้นิ้วไปที่ซากของราชาเเบล็คเฟเธอร์ จากนั้นร็อคเวิร์มก็รีบเข้าไปกินซากของราชาเเบล็คเฟเธอร์อย่างตื่นเต้น

 

ช่วงนี้ร็อคเวิร์มไม่ยอมกินอะไร นอกจากเนื้อมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิ หานเซิ่นคิดว่ามันใกล้ที่จะเปลี่ยนร่างแล้ว แบล็คเฟเธอร์มีขนาดใหญ่มาก มันจะใช้เวลานานเกินไปถ้าหานเซิ่นจะกินมันคนเดียว เขาคิดว่ามันจะดีกว่าถ้าให้ร็อคเวิร์มกินแทน

 

***ขอแก้หน่วยใหญ่ที่สุดที่กล่าวถึงในเรื่องนี้ จากกาแล็กชี่เป็นสหพันธ์ดวงดาวแทนนะครับเพื่อการแปลที่ถูกต้อง สหพันธ์ดวงดาวประกอบด้วยกาแล็กซี่หลายๆกาแล็กซี่***

 

VIP ถึงตอนที่ 1233  เเล้วครับสนใจสมัครได้ที่ https://www.facebook.com/SuperGodGene/