0 Views

หานเซิ่นหาที่เหมาะๆ และชื่นชมกับวิญญาณอสูรที่ได้มาใหม่ด้วยความตื่นเต้น

 

ชนิดของวิญญาณอสูร : เกราะสัตว์เลี้ยง

 

“เกราะสัตว์เลี้ยง? มันใช้ใส่ให้สัตว์เลี้ยงงั้นหรอ?” หานเซิ่นไม่เคยได้ยินว่ามีวิญญาณอสูรประเภทนี้มาก่อน

 

ขณะที่กำลังงงอยู่ หานเซิ่นก็เรียกเหมียวออกมาอย่างลังเล และลองใช้วิญญาณอสูรดวงใหม่ใส่เหมียว

 

ทันใดนั้น กลุ่มควันสีแดงก็เข้าไปห่อหุ้มเหมียวเอาไว้ จากนั้นมันก็เปลี่ยนสภาพเป็นเกราะที่เปล่งประกายและเรียบเนียนเหมือนกับหยก มันห่อหุ้มทั้งตัวเหมียว ทำให้มันดูเหมือนกับรูปแกะสลักที่ทำจากหยกไม่มีผิด

 

“เหมียววิ่ง!” หานเซิ่นยังสงสัยอยู่ว่าความเร็วของเหมียวจะลดลงหรือเปล่า หลังจากที่ใส่ชุดเกราะทั้งตัวแบบนั้น

 

เหมียวคำรามออกมา และวิ่งไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า ในชั่วพริบตามันก็ไปได้ไกลถึง 200 ฟุต ไม่เพียงแค่ความเร็วไม่ตก แต่มันยังเร็วขึ้นอีกด้วย

 

หานเซิ่นประหลาดใจ ดูเหมือนเกราะนั่นจะไม่มีผลต่อความเร็วของเหมียว แถมยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้มันอีกด้วย

 

หานเซิ่นเรียกเหมียวกลับมา และลองใช้อาวุธโจมตีมันดู เหมือนว่าชุดเกราะขั้นสุดยอดจะมีพลังป้องกันที่สุดยอดตามชื่อ มันดีกว่าชุดเกราะเลือดศักดิ์สิทธิที่หานเซิ่นใช้อยู่มาก

 

ถ้าไม่ใช้มีดเคิร์สวูฟ หานเซิ่นจะไม่สามารถทำให้ชุดเกราะเป็นรอยได้

 

“โชคดีจริงๆ… เรานี่มันโชคดีเป็นบ้าเลย ด้วยชุดเกราะขั้นสุดยอด เหมียวน่าจะทนการโจมตีของมอนสเตอร์ขั้นสุดยอดได้ มันเหมือนกับว่าเราได้ตัวล่อชั้นดีมา เราจะไม่ต้องเข้าไปเสี่ยงชีวิตเมื่อไปล่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดที่ไม่รู้จักอีก” หานเซิ่นที่กำลังมีความสุขจูบไปที่หน้าผากของเหมียว

 

หานเซิ่นเรียกร็อคเวิร์มและโฮรี่แองเจิลออกมา และเขาก็ลองให้มอนสเตอร์ทั้ง 2 สวมชุดเกราะขั้นสุดยอดดู

 

“สัตว์เลี้ยงที่ยังไม่เปลี่ยนร่างไม่สามารถใช้ชุดเกราะได้” มีเสียงเตือนดังในหัวหานเซิ่น

 

มีเพียงแค่มอนสเตอร์ที่เปลี่ยนร่างแล้ว ถึงสามารถใช้ชุดเกราะได้ โชคดีที่ร็อคเวิร์มใกล้จะเปลี่ยนร่างแล้ว

 

หานเซิ่นคิดว่าถ้าฆ่ามอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิอีกสัก 1 ถึง 2 ตัวแล้วให้ร็อคเวิร์มกินก็น่าจะสามารถเปลี่ยนร่างได้เลย

 

อย่างไรก็ตาม หานเซิ่นยังไม่มีอารมณ์ที่จะไปล่า เขากำลังคิดเกี่ยวกับความสามารถของวิญญาณอสูรบีทเทิลไนท์ หนิงเยวี่ยแสดงให้เขาเห็นถึงพลังของวิญญาณอสูรดอพเพลแกงเกอร์ ถึงเขาใช้ชีวิตอยู่กับหนิงเยวี่ยหลายวัน แต่เขาก็ไม่สามารถบอกได้เลยว่ามันเป็นแค่วิญญาณอสูร มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก ความสามารถนี้มีความหมายกับเขามาก

 

หานเซิ่นใกล้จะวิวัฒนาการแล้ว และวิญญาณอสูรที่เป็นของดอลลาร์ก็มีประโยชน์น้อยลงเรื่อยๆ แม้เขาจะเอาพวกมันไปขายในฐานะดอลลาร์ แต่เงินและสิ่งของที่เขาได้รับกลับมาก็อาจจะทำให้คนอื่นสืบได้ว่าเขาคือดอลลาร์

 

แต่ด้วยวิญญาณอสูรดอพเพลแกงเกอร์ หานเซิ่นจะสามารถเป็น 2 คนได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งเขาจะสามารถซื้อวิญญาณอสูรของดอลลาร์ต่อหน้าทุกคนได้ และก็ไม่มีใครจะรู้ว่าเขาคือดอลลาร์ นี่เป็นแผนที่สมบูรณ์แบบ

 

หานเซิ่นแทบรอไม่ไหวที่จะได้ทดสอบวิญญาณอสูรบีทเทิลไนท์ว่ามันจะใช้ได้ผลเหมือนกับของที่หนิงเยวี่ยใช้หรือเปล่า

 

หานเซิ่นกลับไปที่เมืองเฟธในตอนกลางคืน และเขาก็เทเลพอร์ตกลับมาที่เหยี่ยวดำ เขาเดินกลับไปที่ห้องพักของเขาทันที หานเซิ่นยืนอยู่หน้ากระจกในห้อง และเรียกวิญญาณอสูรบีทเทิลไนท์ออกมาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยทำสำเร็จ แต่ทว่าครั้งนี้วิญญาณอสูรบีทเทิลไนท์ยอมออกมา

 

บีทเทิลไนท์เข้าไปในกระจกทันที และหลังจากที่มันเข้าไปในกระจก มันก็ผสานร่างของมันเข้ากับภาพสะท้อนของหานเซิ่น และก็เดินออกมาจากกระจก

 

เมื่อเขามองดูบีทเทิลไนท์ ซึ่งดูเหมือนกับเขาไม่ผิดเพี้ยน หานเซิ่นอ้าปากค้าง เขาไม่สามารถบรรยายความตื่นเต้นตอนนี้ได้

 

หลังจากที่ทดลองอะไรหลายอย่าง หานเซิ่นก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ เขาสามารถทำได้แม้กระทั่งควบคุมร่างแยกในมุมมองของร่างแยก

 

ถึงบีทเทิลไนท์จะเปลี่ยนร่างเป็นหานเซิ่น แต่ระดับความแข็งแกร่งของมันก็ยังอยู่ระดับเดียวกับวิญญาณอสูร ซึ่งยังห่างชั้นกับหานเซิ่นตัวจริงมาก

 

แต่นั้นก็เพียงพอสำหรับหานเซิ่น ร่างดอพเพลแกงเกอร์สามารถใช้วิญญาณอสูรได้เหมือนกับมนุษย์ปรกติ ขอแค่หานเซิ่นโอนวิญญาณอสูรไปให้มัน

 

‘มันเป็นสิ่งที่เรากำลังต้องการ ถ้าเป็นแบบนี้ตัวตนของดอลลาร์ก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป’ หานเซิ่นกำลังวางแผนว่าจะทำยังไงถึงจะโอนวิญญาณอสูรของดอลลาร์มาเป็นของเขาได้โดยที่ความลับไม่แตก แต่อย่างยังไงก่อนที่จะทำเรื่องนั้น เขาต้องเดินทางกลับไปที่สตีลอาเมอร์ก่อน

 

เช้าวันรุ่งขึ้น หานเซิ่นเตรียมตัวที่จะเดินทางกลับสตีลอาเมอร์ เนื่องจากเขาฆ่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดไปแล้วก็เหมือนกับเขาเปิดศึกกับหนิงเยวี่ย มันจะไม่เป็นการดีถ้ายังอยู่เมืองเฟธต่อไป

 

“คุณหาน พวกเราไปหาที่คุยกันหน่อยได้ไหม?” ก่อนที่หานเซิ่นจะได้ออกจากเมืองเฟธ หนิงเยวี่ยก็ยืนอยู่ต่อหน้าของเขา ด้วยรอยยิ้มที่ดูสุภาพเหมือนกับปรกติ ราวกับไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างเขากับหานเซิ่น

 

“พวกเรายังมีอะไรต้องคุยกันอีกหรอ?” หานเซิ่นมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นคนน่าสงสัย

 

“ผมมาคนเดียว และคุณก็เป็นฝ่ายเลือกได้เลยว่าพวกเราจะคุยกันที่ไหน”
หนิงเยวี่ยยิ้มและพูดต่อ “คุณหาน การแข่งขันกับธุรกิจมันคนละเรื่องกัน ถ้าคุณฆ่ามอนสเตอร์ตัวนั้นไปแล้ว ผมก็อยากจะขอซื้อเนื้อมัน และถ้าคุณจะขายวิญญาณอสูรด้วยมันก็จะยิ่งดี ผมสามารถจ่ายเท่าไหร่ก็ได้ตามที่คุณต้องการ”

 

“คุณหนิง คุณคิดจริงๆหรอว่าผมจะสามารถฆ่ามอนสเตอร์ตัวนั้นได้ด้วยตัวคนเดียว?” หานเซิ่นเลียริมผีปากและพูด

 

“ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่เชื่อ แต่หลังจากที่ได้เห็นความแข็งแกร่งของคุณ ผมก็ต้องคิดใหม่ คุณเป็นคนที่ไม่ธรรมดา” หนิงเยวี่ยพูดอย่างจริงจัง

 

“คุณหนิง คุณประเมินผมสูงเกินไปแล้ว ผมไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คุณคิด” หานเซิ่นหยุดชั่วครู่ก่อนจะพูดต่อ “คุณก็เห็นอยู่ชัดๆว่าผมกลับมาที่เมืองนี้โดยไม่ได้เอาเนื้ออะไรมาด้วย ผมคิดว่าคงไม่ต้องพูดอะไรอีก”

 

หนิงเยวี่ยเข้าใจสิ่งที่หานเซิ่นพยายามจะสื่อ มอนสเตอร์ตัวนั้นมีขนาดมาก ซึ่งหานเซิ่นเดินทางกลับมาแทบจะทันที หลังจากที่ร่างดอพเพลแกงเกอร์ของเขาถูกฆ่า ถ้าเขาได้เนื้อมาจริง มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะกินมันหมดในเวลาอันสั้น

 

“แต่มอนสเตอร์ตัวนั้นมันหายไปแล้ว” หนิงเยวี่ยมองตาหานเซิ่นและพูด

 

“ผมเองก็ลงไปเช็คข้างล่างหน้าผา แต่ก็ไม่เจอมันเหมือนกัน ถ้าคุณจะถามผมว่ามันไปที่ไหน ผมก็คงจะตอบไม่ได้ เพราะผมเองก็หามันไม่เจอเช่นกัน” หานเซิ่นไม่ได้กลัวว่าหนิงเยวี่ยจะไม่เชื่อเขา เพราะยังไงคงไม่มีใครคาดคิดว่ามอนสเตอร์ที่ตัวใหญ่ขนาดนั้นจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากถูกฆ่า ไม่ว่าหนิงเยวี่ยจะฉลาดแค่ไหน เขาก็จับต้นจนปลายไม่ถูกว่าเนื้อมันหายไปไหนกันแน่

 

หนิงเยวี่ยมองหน้าหานเซิ่นอยู่ชั่วขณะ เขาหัวเราะออกมาและพูด “หลังจากนี้คุณมีแผนจะทำอะไรต่อ? พวกเราน่าจะมาร่วมมือกันอีกครั้ง คุณคิดว่ายังไง?”

 

“ขอบคุณ แต่ไม่ดีกว่า บอกตรงๆ ผมกลัว” หานเซิ่นโบกมือ และเดินตรงไปที่ทางออกเมืองเฟธ “ผมจะกลับไปที่เมืองสตีลอาเมอร์ เลิกคิดเรื่องร่วมมือกันเถอะ ผมหมดวัยที่จะทำเรื่องลุ้นระทึกแบบนั้นแล้ว”

 

VIP ถึงตอนที่ 1233  เเล้วครับสนใจสมัครได้ที่ https://www.facebook.com/SuperGodGene/