0 Views

หลังจากที่ผู้วิวัฒนาการทั้ง 3 เข้าไป มอนสเตอร์ที่เหมือนกับหอยทากก็พุ่งออกมาจากกระดองทันที และบินมาหาหนึ่งในผู้วิวัฒนาการ

 

คนที่เป็นเป้าหมายรีบใช้ดาบของเขาฟันไปที่หอยทากอย่างรวดเร็ว หยางหย่งเฉิงและผู้วิวัฒนาการอีกคนเองก็รีบเข้าไปโจมตีด้วยเช่นเดียวกัน

 

หอยทากที่ออกจากกระดองไม่คิดจะหลบด้วยซ้ำ มันปล่อยให้อาวุธฟันเข้ามาที่ตัวมัน

 

พวกผู้วิวัฒนาการรู้สึกมีความหวังขึ้นมาทันที เพราะตอนนี้พวกเขามีระดับความแข็งแกร่งมากกว่า 30 ด้วยการที่ใช้อาวุธเลือดศักดิ์สิทธิ ถึงพวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรกระดองมันได้ แต่พวกเขาก็เชื่อว่าอย่างน้อยๆพวกเขาก็น่าจะทำให้มันเจ็บได้ถ้าฟันโดนเนื้อของมัน

 

แต่ทว่าเมื่ออาวุธของพวกเขาฟันโดนเนื้อของหอยทาก พวกเขาก็ตระหนักว่าคิดผิด ดาบของพวกเขาฟันไปที่เนื้อ เหมือนกับฟันลงไปในกาวไม่มีผิด ไม่เพียงแค่เนื้อของมันไม่เป็นอะไรเท่านั้น แต่แรงทั้งหมดยังถูกดูดไปด้วย

 

หลังจากนั้นหอยทากสีแดงก็เปลี่ยนรูปร่างตัวมันคล้ายกับของเหลว และไปห่อหุ้มอาวุธของพวกเขาไว้

 

ผู้วิวัฒนาการพยายามที่จะดึงอาวุธกลับมา แต่พวกเขาก็พบว่ามันเป็นไปไม่ได้ อาวุธของพวกเขาติดอยู่ในเนื้อของหอยทาก ไม่ว่าจะใช้แรงแค่ไหนก็ดึงมันออกมาไม่ได้ แต่สิ่งที่น่ากลัวหลังจากนั้นก็คือเนื้อสีแดงของมันเริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นเหมือนกับหัวงู และพุ่งตรงมาที่พวกเขา

 

ผู้วิวัฒนาการยอมสละอาวุธ และรีบถอยกลับทันที เมื่อพวกเขาพยายามจะเรียกวิญญาณอสูรกลับ พวกเขาก็พบว่าไม่สามารถทำได้ อาวุธทั้ง 3 ถูกเนื้อสีแดงห่อหุ้มไว้ และละลายไปจนหมด

 

ผู้วิวัฒนาการทั้ง 3 เริ่มตื่นตระหนก เดิมทีพวกเขาคิดว่าหลังจากที่วิวัฒนาการมาแล้วจะสามารถทำให้มอนสเตอร์ตัวนี้บาดเจ็บได้บ้าง แต่ทว่าในตอนนี้พวกเขาเสียอาวุธเลือดศักดิ์สิทธิไปถึง 3 ชิ้น และยังทำอะไรมันไม่ได้เลย

 

เนื้อสีแดงยังไม่หยุดโจมตี ร่างกายของเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ ทำให้มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะหาวิธีป้องกันตัว

 

จริงๆแล้วพวกเขาทั้ง 3 คนไม่กล้าที่จะสัมผัสกับเนื้อของมัน พวกเขาเริ่มตระหนักว่าตอนนี้พวกเขาติดอยู่ในกับดักของหอยทากแล้ว เมื่อเนื้อสีแดงสัมผัสถูกร่างกายของพวกเขา แม้แต่ชุดเกราะของพวกเขาก็เริ่มละลาย พลังของมันน่ากลัวจริงๆ

 

โชคดีที่ถึงมอนสเตอร์ตัวนี้จะไวมาก แต่ก็ไม่ได้ไวเท่ากับเคิร์สวูฟ ไม่งั้นพวกเขาทั้ง 3 คนคงจะตายกันไปตั้งนานแล้ว

 

แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็พบว่ามันยากมากที่จะล่อมันไปตรงตำแหน่งที่หานเซิ่นและหนิงเยวี่ยรออยู่ได้

 

หานเซิ่นเปลี่ยนร่างเป็นแฟรี่ควีน และเรียกมีดเคิร์สวูฟออกมา เขาต้องการเข้าไปช่วยพวกเขา แต่จริงๆแล้วหานเซิ่นพยายามที่จะหาโอกาสฆ่ามอนสเตอร์ตัวนี้ให้ได้

 

ก่อนที่หานเซิ่นจะออกไป หนิงเยวี่ยก็ดึงเขาไว้ และพูดอย่างสงบ “ไม่ต้องรีบ มันยังไม่ถึงเวลา รอให้พวกเขาล่อมอนสเตอร์มาในถึงจุดก่อน”

 

หานเซิ่นมองหนิงเยวี่ยที่มีใบหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก ดูเหมือนเขาจะไม่กังวลหรือสนใจใยดีชีวิตของผู้วิวัฒนาการทั้ง 3 คนเลย ราวกับว่าพวกเขาไม่ได้มีความหมายต่อหนิงเยวี่ย

 

เหมือนว่าหนิงเยวี่ยจะอ่านความคิดของหานเซิ่นได้ “ถ้าคุณออกไปตอนนี้ พวกเขาจะเสี่ยงยิ่งมากกว่าเดิม และสิ่งที่พวกเขาพยายามทำทั้งหมดจะสูญเปล่า”

 

ก่อนที่หานเซิ่นจะตอบ หนิงเยวี่ยก็เรียกวิญญาณอสูรที่เป็นดาบออกมา และเดินตรงไปที่มอนสเตอร์

 

หานเซิ่นประหลาดใจ หนิงเยวี่ยป่วยหนักและยังไม่วิวัฒนาการ แล้วทำไมเขาถึงเดินออกไปเหมือนว่าจะสู้ด้วยตัวเอง

 

หนิงเยวี่ยรีบใช้ดาบของเขาแทงไปที่หอยทากอย่างรวดเร็ว ความเร็วของเขาไม่ธรรมดาเลย เขาโจมตีโดนตัวมันจริงๆ และดาบของเขาก็ไม่ได้ติดอยู่ในเนื้อของมันด้วย

 

น่าประทับใจมาก แม้พวกเขาจะเป็นฝาแฝดกัน แต่หนิงเยวี่ยคนนี้แข็งแกร่งกว่าเซินเทียนจื่อมาก หานเซิ่นรู้สึกช็อคเล็กน้อย แค่ดูก็พอจะรู้แล้วว่าหนิงเยวี่ยยังไม่วิวัฒนาการ แต่เขาก็สามารถก่อกวนมอนสเตอร์ขั้นสุดยอด และหลีกเลี่ยงการโจมตีของมันได้ ยิ่งกว่านั้นทักษะการใช้ดาบของเขาก็ยอดเยี่ยมมาก ถึงเขาจะเคลื่อนไหวแค่ 1 จังหวะ เขาก็มักจะโจมตีจากมุมที่ไม่คาดคิด มีเพียงแค่ดาบของเขาเท่านั้นที่สามารถฟัน และยังดึงกลับมาจากเนื้อของหอยทากได้ ซึ่งแม้แต่ผู้วิวัฒนาการแล้วยังไม่กล้าจะสัมผัสมัน แม้ดาบของเขาจะไม่สามารถทำให้มอนสเตอร์บาดเจ็บได้ก็ตาม แต่มันก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากเเล้ว

 

ภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียดขนาดนี้ หนิงเยวี่ยกับดูสงบเยือกเย็นมากจนหานเซิ่นคิดว่าเขากำลังเดินเล่นอยู่ในสวน

 

พวกผู้วิวัฒนาการดูมีรูปแบบมากขึ้น หลังจากที่หนิงเยวี่ยเข้าร่วมด้วย พวกเขาเคลื่อนที่ไปมารอบๆตัวหอยทาก และพยายามล่อมันไปตรงตำแหน่งที่หานเซิ่นอยู่

 

‘น่าเสียดายที่หนิงเยวี่ยมีระดับความแข็งแกร่งน้อยเกินไป ความแข็งแกร่งของเขาอยู่ที่ประมาน 15 ซึ่งเท่ากับคนปรกติที่มีจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิเต็ม ถึงเขาจะได้มีดเคิร์สวูฟไป เขาก็ไม่น่าจะฆ่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดได้’ หานเซิ่นคิด

 

หลังจากดูไปได้สักพัก หานเซิ่นก็เข้าใจว่าความเร็วเป็นจุดเด่นที่สุดของหนิงเยวี่ย ซึ่งระดับความเร็วของเขาน่าจะอยู่ที่ 20 ส่วนอย่างอื่นอยู่ประมาน 15

 

เมื่อเห็นมอนสเตอร์กำลังถูกล่อเข้ามา หานเซิ่นก็กำมีดแน่น เขาดูมามากพอแล้ว ตอนนี้เขารู้ระดับความแข็งแกร่ง และรูปแบบการต่อสู้ของมอนสเตอร์ตัวนี้หมดแล้ว

 

ตราบใดที่เขาไม่ใช้มนตรานอกรีตและโอเวอร์โหลด เขาสามารถกดความเเข็งเเกร่งของตัวเองให้ต่ำลง เพื่อที่จะทำให้มอนสเตอร์บาดเจ็บได้ แต่ไม่ถึงกับฆ่ามันตาย ซึ่งเป็นสิ่งที่หานเซิ่นต้องการ เขาไม่สามารถฆ่ามอนสเตอร์ตัวนี้ต่อหน้าคนอื่นๆได้

 

ในที่สุดมอนสเตอร์ก็ตรงเข้ามาหาหานเซิ่น หานเซิ่นพุ่งออกไปอย่างไม่ลังเล และรีบใช้มีดฟันไปที่เนื้อของมัน

 

เนื้อที่ผู้วิวัฒนาการไม่สามารถทำอะไรมันได้ ถูกมีดของหานเซิ่นฟันจนบาดแผลลึกประมาณ 3 นิ้ว และมีเลือดไหลออกมาทันที มอนสเตอร์รีบหดย่อตัวของมันอย่างรวดเร็ว

 

ทุกคนประหลาดใจมาก เพราะหลังจากที่มันหดย่อลง บาดแผลของมันก็หายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

หานเซิ่นมาสมทบกับคนอื่นๆ แต่ดูเหมือนมอนสเตอร์ตัวนั้นมันจะกลัวมีดเคิร์สวูฟมาก มันรักษาระยะห่างจากหานเซิ่น และไปโจมตีคนอื่นๆที่เหลือ

 

ถึงหานเซิ่นจะมีโอกาสได้แทงมันหลายครั้ง แต่มันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเนื้อสีแดงของมันมีพลังในการฟื้นฟูที่สูงมาก

 

“เวลาในการเปลี่ยนร่างของผมใกล้จะหมดแล้ว” ผู้วิวัฒนาการพูดอกมา

 

ม่านตาของหยิงเยวี่ยหดลง เขารีบสั่งการด้วยเสียงที่เยือกเย็น “ถอยก่อน”

 

เมื่อได้ยินหนิงเยวี่ย คนอื่นๆก็เริ่มถอยไปรวมตัวกับหนิงเยวี่ยทันที แต่หานเซิ่นกับเคลื่อนที่ไปข้างหน้า เพื่อเข้าหามอนสเตอร์แทน

 

VIP ถึงตอนที่ 1218  เเล้วครับสนใจสมัครได้ที่ https://www.facebook.com/SuperGodGene/