0 Views

หานเซิ่นไม่เชื่อว่าหนิงเยวี่ยจะไม่สืบเรื่องของเขามาเลย ไม่ว่าปู่ทวดของหานเซิ่นจะเป็นเพื่อนกับปู่ทวดของหนิงจริงหรือไม่ หรือความตายของพ่อจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มสตาร์รี่หรือไม่ พฤติกรรมของหนิงเยวี่ยมันก็ดูแปลกๆ

 

“ขอทราบชื่อสหายของปู่ทวดคุณหน่อยได้ไหม? บางทีเขาอาจจะเป็นญาติของผมก็ได้” หานเซิ่นพูดลองเชิงพร้อมกับยิ้ม

 

“หานจิงจื่อ” หนิงเยวี่ยตอบโดยไม่ลังเล

 

“บังเอิญจริงๆ ชื่อปู่ทวดของผมก็หานจิงจื่อเหมือนกัน พวกเขาไม่ใช่คนคนเดียวกันหรอ?” หานเซิ่นถาม มันคงง่ายสำหรับหนิงที่จะหาข้อมูลแบบนี้ ดังนั้นหานเซิ่นเลยถามออกไปตรงๆ

 

หนิงเยวี่ยพูดอย่างสุภาพ “พวกเขาไม่น่าจะใช่คนคนเดียวกัน เท่าที่ผมรู้มาสหายของปู่ทวดผมแก่กว่าปู่ทวดของคุณมาก และเขาก็เป็นคนโสดด้วย”

 

คำตอบของหนิงเยวี่ยทำให้หานเซิ่นสับสน และมันก็ทำให้หานเซิ่นเข้าใจสักทีว่าทำไมคำพูดของจูถิงถึงดูไม่สมเหตุสมผล

 

นั่นก็เพราะปู่ทวดของเขา หานจิงจื่อนั้นยังไม่เกิดด้วยซ้ำในตอนที่ก็อตแซงชัวรี่ถูกค้นพบ

 

แต่กระนั้นถ้าปู่ทวดของหานเซิ่นไม่ได้ทำงานในองค์กรลับและเข้าไปในก็อตเเซงชัวรี่พร้อมกับหนิงและเฉิน แล้วทำไมเขาถึงได้มีป้ายประจำตำแหน่งขององค์กรลับได้?

 

ยิ่งคิดหานเซิ่นก็ยังงงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พวกองค์กรลับไปเจออะไรในก็อตแซงชัวรี่กันแน่

 

“สหายของหนิงคงจะต้องเป็นคนที่มีชื่อเสียงใช่ไหม?” หานเซิ่นถาม

 

หนิงเยวี่ยยิ้มและพยักหน้า “เขาเป็นคนที่สุดยอดจริงๆนั่นแหละ ในยุคที่ก็อตแซงชัวรี่พึ่งจะถูกค้นพบ ก่อนที่มนุษย์จะได้รับจีโนพ้อย และวิชาไฮเปอร์จีโนยังไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมา หานจิงจื่อเป็นปรมาจารย์ด้านชี่กง เขาคือยอดฝีมือแห่งยุค”

 

“ปรมาจารย์ชี่กง?” หานเซิ่นอึ้ง เท่าที่เขารู้มาชี่กงเป็นแค่วิชาต้มตุ๋นหลอกลวงเท่านั้น

 

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด หานจิงจื่อเป็นสุดยอดฝีมือจริงๆ และเขาก็เป็นผู้ก่อตั้งหน่วยพิเศษบูลบลัด(Blue Blood)” หนิงเยวี่ยยิ้มและพูด เขารู้ว่าหานเซิ่นกำลังคิดอะไรอยู่

 

“ผู้ก่อตั้งหน่วยพิเศษบูลบลัด?” หานเซิ่นช็อค หน่วยพิเศษบูลบลัดยังคงเป็นหน่วยรบชั้นแนวหน้าของมนุษย์ชาติ แม้แต่สมาชิกทั่วไปในหน่วยยังมีระดับเป็นผู้เป็นเลิศ แค่นี้ก็พอจะบอกได้แล้วว่ามันเป็นหน่วยที่แข็งแกร่งขนาดไหน หัวหน้าหน่วยบูลบลัดคนปัจจุบันคือกึ่งเทพที่มีชื่อเสียงมาก

 

หานเซิ่นยิ่งสับสนไปใหญ่ ถ้าปู่ทวดของเขาคือหานจิงจื่อคนที่หนิงเยวี่ยกำลังพูดถึงจริงๆแล้ว ตระกูลของเขาก็ไม่น่าจะยากจนขนาดนี้ ยิ่งกว่านั้นหานเซิ่นก็ยังไม่เคยได้ยินเรื่องของชี่กงในตระกูลเลย

 

หานเซิ่นต้องการถามเกี่ยวกับหานจิงจื่อมากกว่านี้ แต่มันถึงเวลาที่ต้องออกเดินทางต่อแล้ว หนิงเยวี่ยลุกขึ้น และบอกทุกคนให้ออกเดินทาง

 

‘เราพลาดอะไรไปรึเปล่า?’ หานเซิ่นรู้สึกว่ามีบางสิ่งขาดหายไปทำให้เรื่องราวไม่ปะติดปะต่อกัน

 

หานเซิ่นต้องเก็บความสงสัยเอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้เขาเดินทางมาถึงป่าบรรพกาลแล้ว ตอนนี้สิ่งที่หานเซิ่นต้องสนใจมากที่สุดก็คือการฆ่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอด

 

เขาต้องฆ่ามันให้ได้ แต่เขาก็ไม่สามารถให้คนอื่นๆในกลุ่มเห็นผลึกพลังชีวิตได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก

 

ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนมาก หยิงเยวี่ยและหานเซิ่นถูกคุ้มกันอย่างดีโดยสมาชิก 3 คน ซึ่งเป็นผู้วิวัฒนาการแล้ว ด้วยระดับความแข็งแกร่งที่สูงขึ้น ทำให้พวกเขารู้สึกว่างานน่าจะง่ายขึ้น

 

เมื่อพวกเขาทั้ง 5 คนเดินทางมาที่ภูเขาอีกครั้ง พวกเขาก็ปีนขึ้นไปตามคำสั่งของหนิงเยวี่ย ภูเขาลูกนี้มีขนาดใหญ่มาก แม้มันจะไม่ได้สูงชันก็ตาม หานเซิ่นเดิมตามคนอื่นๆขึ้นไป เมื่อพวกเขาเกือบจะไปถึงยอดภูเขา พวกเขาก็เริ่มระมัดระวังตัวทันที

 

บนยอดเขามีก้อนหินรูปครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ ซึ่งหอยทากมันกำลังนอนพักอยู่ตรงนั้น มันซ่อนตัวอยู่ในกระดองของมัน ส่วนที่เป็นเนื้อสีแดงๆถูกปิดเอาไว้โดยสมบูรณ์

 

“นายน้อย คุณหาน รออยู่ที่นี่สักครู่ พวกเราจะไปล่อมันมาเอง” หยางหย่งเฉิงกระซิบ

 

“ระวังด้วย” หนิงเยวี่ยพยักหน้า

 

ผู้วิวัฒนาการ 3 คนพยักหน้า และตรงเข้าไปหามอนสเตอร์ พวกเขาเรียกวิญญาณอสูรธนูออกมา และเริ่มยิงลูกธนูโลหะZไปที่กระดอง

 

ปัง ปัง ปัง!

ลูกธนูโลหะZถูกทำลายทันทีเมื่อชนเข้ากับกระดอง ผู้วิวัฒนาการทั้ง 3 คนเปลี่ยนร่างโดยใช้วิญญาณอสูรที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ ด้วยการที่พวกเขาที่เป็นผู้วิวัฒนาการแล้ว หลังจากที่เปลี่ยนร่างพวกเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก

 

หานเซิ่นสังเกตเห็นว่าตอนที่ลูกธนูโลหะZหัก พวกมันไม่ได้พังเพราะผู้วิวัฒนาการแข็งแกร่ง แต่เป็นเพราะกระดองของหอยทากมีแรงเด้งกลับ

 

‘มอนสเตอร์ขั้นสุดยอดไม่มีตัวไหนสู้ได้ง่ายเลยสินะ’ หานเซิ่นคิด

 

หลังจากที่ยิงลูกธนูไปหลายดอก ในที่สุดหอยทากก็เอาส่วนเนื้อออกมาจากกระดอง และจ้องมาที่พวกเขา ทันใดนั้นมันก็พุ่งตรงมาที่พวกเขา

 

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ พวกเขาจะต้องรักษาระยะห่างจากหอยทาก แต่ทว่าครั้งนี้พวกเขาบุกเข้าไปทันที ทำให้หอยทากออกมาจากกระดอง ซึ่งมันจะทำให้หานเซิ่นสามารถใช้มีดโจมตีมันได้

 

ผู้วิวัฒนาการทุกคนมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม พวกเขาคิดว่าตัวเองคือหนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุดในก็อตแซงชัวรี่เขต 1 ทำให้พวกเขาไม่กลัวมอนสเตอร์

 

ไม่นานพวกเขาก็พบว่าประเมินมอนสเตอร์ตัวนี้ต่ำเกินไป แม้จะได้รับความแข็งแกร่งของผู้วิวัฒนาการมาแล้ว แต่มันก็ไม่ง่ายที่พวกเขาจะสู้กับมอนสเตอร์ตัวนี้

 

***ชี่กงคือการเคลื่อนไหวทางกายภาพที่ใช้พลังภายในเข้ามาผสมผสาน***

 

VIP ถึงตอนที่ 1218  เเล้วครับสนใจสมัครได้ที่ https://www.facebook.com/SuperGodGene/