0 Views

“นายนี่มันอึดจริงๆ..” หานเซิ่นยกนิ้วให้จูถิง และเข้าไปล็อคตัวจูถิงอีกครั้ง

 

 

จูถิงกรีดร้องออกมาทันที มันเป็นความเจ็บปวดที่เกินกว่าที่คนธรรมดาๆจะทนได้ ถึงจูถิงจะอึดกว่าคนทั่วไป แต่เขาก็ร้องออกมาไม่หยุด

 

 

“ทั้งหมดที่ผมบอกไปคือ… ความจริง… ผมไม่รู้เรื่องอื่นจริงๆ.. มันเป็นแค่ข้อความจากคนเก่าคนแก่ในตระกูล..” จูถิงกรีดร้องและพยายามพูดออกมา

 

 

หานเซิ่นหยุดและถาม “มันคืออะไร?”

 

 

“อย่าทำอะไรผมอีกเลย คุณจะถามอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ ผมจะบอกคุณทุกเรื่อง” จูถิงรู้สึกกลัว

 

 

“รีบๆพูดมา” หานเซิ่นเริ่มหมดความอดทน

 

 

จูถิงสิ้นหวังมากในตอนนี้ สิ่งที่หานเซิ่นถามมันก็ไม่ใช่ความลับอะไร เขาตอบไปโดยไม่ได้ปิดบังอะไร แต่เขาก็ยังถูกหานเซิ่นทรมาน มันทำให้เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าหานเซิ่นต้องการคำตอบ หรือว่าแค่ชอบทรมานคนกันแน่

 

 

ไอ้โรคจิต! ไอ้โง่! ไอ้บ้า! จูถิงแอบด่าหานเซิ่นอยู่ในใจ แต่เขาก็ต้องพูดออกมาอย่างนุ่มนวล “ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก ผมแค่ได้ยินจากคนแก่ๆในตระกูลที่เข้ามาในก็อตแซงชัวรี่ยุคแรก พวกเขาพบอะไรบางอย่างที่พิสูจน์ได้ว่ามีมอนสเตอร์ที่ระดับสูงกว่าเลือดศักดิ์สิทธิอยู่ ตอนนี้ตระกูลเฉินเองกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อพิสูจน์สมมุติฐานเรื่องนี้ แต่มอนสเตอร์ที่พวกเราสงสัย มันแข็งแกร่งเกินไป ไม่มีอาวุธอะไรในก็อตแซงชัวรี่เขต 1 ทำอะไรพวกมันได้…”

 

 

“นายไม่ได้แซ่จูหรอ? สรุปนายเป็นคนตระกูลเฉินจริงๆใช่ไหม?” หานเซิ่นจ้องจูถิง

 

 

“ผมมันคนไม่เอาไหนของตระกูล ดังนั้นผมเลยต้องใช้แซ่แม่ คุณรู้จักเฉินจื่อเฉินไหม? พวกเรามีพ่อคนเดียวกัน” จูถิงรีบพูด

 

 

หานเซิ่นไม่ได้สนใจจะรู้ว่าจูถิงเป็นคนตระกูลเฉินรึเปล่า เขาครุ่นคิดและถามต่อ “แล้วทำไมนายถึงได้เข้ามาเป็นสปายในกลุ่มสตาร์รี่? อย่าบอกนะว่าแค่เล่นสนุก”

 

 

จูถิงหน้าซีดและพูด “เนื่องจากผมบอกความจริงไปหมดทุกอย่างแล้ว ผมก็ไม่มีอะไรต้องปกปิดอีก บรรพบุรุษของหนิงเคยทำงานอยู่ในหน่วยงานเดียวกันบรรพบุรุษตระกูลเฉิน ในตอนที่พวกเขาค้นพบเรื่องนี้ พวกเขาก็ร่วมงานกันอยู่ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมหนิงถึงได้รู้สมมุติฐานนี้เช่นกัน และยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อพิสูจน์มัน”

 

 

“คุณก็น่าจะรู้ว่ากลุ่มสตาร์รี่มีอิทธิพลมากแค่ไหน และตระกูลเฉินก็ไม่สามารถเทียบกับพวกเขาได้ ด้วยการที่ผมมาเป็นสปาย ถ้าพวกเขาค้นพบอะไร พวกเราก็จะได้รู้ข้อมูลไปด้วย..” จูถิงหยุดและไม่ยอมพูดต่อ

 

 

“อะไรคือชื่อของหน่วยงานที่ว่า?” หานเซิ่นถามอย่างสงบ แต่หัวใจของเขาเต้นรัว เพราะเขากำลังนึกถึงแผ่นป้ายที่ปู่ทวดทิ้งเอาไว้

 

 

“แล้วผมจะไปรู้เรื่องนั้นได้ยังไง… นั่นมันผ่านมาตั้งนานแล้ว…”
เมื่อเห็นหานเซิ่นทำหน้าตาหน้ากลัว จูถิงก็พูดเพิ่ม “ผมเคยได้ยินผ่านๆว่าอะไรลับๆนี่แหละ..”

 

 

“เอาชื่อเต็ม” หานเซิ่นพูด ตอนนี้เขากำลังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ในใจ

 

 

สิ่งที่จูถิงพูดถึงน่าจะเป็น องค์กรลับ ที่เขียนอยู่บนแผ่นป้ายของปู่ทวด ถ้านั่นเป็นความจริงละก็ เขาก็เริ่มที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

 

ปู่ทวดของเขา คนของหนิงและก็คนของเฉินน่าจะทำงานอยู่ในองค์กรลับร่วมกัน และดูเหมือนว่าพวกเขาจะค้นพบอะไรบางอย่างในก็อตแซงชัวรี่เขต 1 เนื่องจากปู่ทวดของหานเซิ่นเหลือคำว่าสุดยอดยีนทิ้งเอาไว้ บางทีอีก 2 ตระกูลก็อาจจะเหลือข้อความให้ลูกหลานเช่นเดียวกัน ซึ่งอาจจะมีรายละเอียดที่มากกว่า

 

 

แต่ป้ายประจำตำแหน่งของปู่ทวด โชว์ว่าเขาเป็นแค่เจ้าหน้าที่สืบสวน บางทีคนของอีก 2 ตระกูลอาจจะมีคนที่เป็นระดับหัวหน้า ไม่งั้นมันก็ยากที่จะอธิบายว่าทำไมกลุ่มสตาร์รี่ถึงได้รุ่งเรืองขึ้นมาได้ในชั่วเวลาไม่กี่รุ่น

 

 

“ผมไม่รู้จริงๆ พ่อของผมพูดมันออกมาลอยๆ คุณก็รู้ว่าผมแค่ลูกไม่เอาไหน และผมก็แทบจะไม่ได้อยู่ในตระกูลเลย แล้วผมจะไปรู้เรื่องลับๆของตระกูลมากได้ไง? ถ้าพวกเขาไม่สั่งให้ผมมาเป็นสปาย ผมก็คงไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ” จูถิงพูดอย่างขมขื่น

 

 

หานเซิ่นถามจูถิงอีก 2-3 คำถาม แต่ก็ไม่ค่อยได้ข้อมูลอะไรเพิ่ม

 

 

หานเซิ่นรู้ว่าจูถิงยังคงปกปิดข้อมูลบางส่วนเอาไว้ แต่เขาก็เข้าใจว่ามันยากที่จะจับผิดว่าสิ่งที่จูถิงพูดมาเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ประโยชน์จากสิ่งที่จูถิงพูดออกมา

 

 

“คุณหาน ผมบอกคุณไปหมดทุกอย่างแล้ว โปรดปล่อยผมไปเถอะ” จูถิงขอร้องหานเซิ่น

 

 

“เเม้ว่าเรื่องที่นายเป็นสปายมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน แต่ว่าเรื่องที่นายพยายามจะเล่นงานฉัน ฉันคงปล่อยนายไปไม่ได้ ฉันจะส่งตัวนายให้หนิงเยวี่ย และมันก็ขึ้นอยู่กับเขาแล้วว่านายจะรอดหรือไม่รอด” หานเซิ่นพูดพร้อมกับยิ้ม

 

 

จูถิงตัวสั่นทันที เขากัดฟันและพูด “คุณหาน ผมยอมจ่ายเพื่อแลกกับชีวิต โปรดบอกมาว่าคุณต้องการเท่าไหร่?”

 

 

แค่คิดถึงหนิงเยวี่ยก็ทำให้จูถิงตัวสั่นแล้ว ถ้าเขาตกไปอยู่ในมือของหนิงเยวี่ยแล้ว เขาก็ไม่น่าจะได้ตายสบายนัก

 

 

แม้หานเซิ่นจะค่อนข้างเถื่อนสำหรับเขา แต่มันก็ยังดีกว่าถ้าเทียบกับหนิงเยวี่ย จากที่จูถิงรู้จักคนคนนี้มา มันทำให้เขารู้สึกกลัวหนิงเยวี่ย

 

 

“ก็ได้ งั้นบอกมาว่าตัวนายมีค่าสักเท่าไหร่? นายเป็นคุณชายตระกูลเฉินนิ นายคงไม่ทำให้ฉันผิดหวังใช่ไหม?” หานเซิ่นมองจูถิงด้วยความสงสัย

 

 

“ผมมันแค่เด็กเหลือขอของตระกูล ไม่นับว่าเป็นทาญาติด้วยซ้ำ คุณชายบ้านไหนจะเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงแบบนี้มั่ง?… ชีวิตผมมีค่า 100 ล้าน คุณคิดว่ายังไง?” จูถิงกัดฟันและพูด

 

 

หานเซิ่นไม่พูดอะไรแค่ยิ้ม

 

 

“200 ล้าน?” จูถิงบอกราคาเพิ่มไปเหมือนกำลังเล่นขายของ

 

 

“ดูเหมือนว่านายจะไม่อยากอยู่ต่อไปแล้ว” หานเซิ่นเดินไปที่หยางหย่งเฉิง และพบว่าเขาใกล้จะตื่นแล้ว

 

 

ไม่ว่าจูถิงจะตะโกนอะไร หานเซิ่นก็ไม่สนใจเขาอีกแล้ว ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้ที่จูถิงจะมีเงินติดตัวมาในก็อตแซงชัวรี่มาก เต็มที่หานเซิ่นคิดว่าจูถิงมีเงินไม่เกิน 2 หมื่น แค่ฟังที่จูถิงพูด หานเซิ่นก็พอจะรู้ว่าหมอนี่ไม่ได้คิดจะจ่ายเงิน