0 Views

หานเซิ่นและจูถิงกำลังซ่อนตัวอยู่หลังก้อนหินใต้เขา พวกเขากำลังรอให้คนที่เหลือไปล่อมอนสเตอร์ออกมา

 

หานเซิ่นประทับใจในทัศนียภาพของภูเขาและป่ามาก

 

“พวกเราใกล้จะเจอกับมอนสเตอร์แล้ว นายก็น่าจะบอกฉันได้แล้วว่ามอนสเตอร์ตัวนั้นมันเป็นยังไงกันแน่” หานเซิ่นพูดกับจูถิง

 

ตลอดการเดินทาง กลุ่มของพวกเขาไม่ได้บอกอะไรกับหานเซิ่นเลยเกี่ยวกับลักษณะของมอนสเตอร์ ดังนั้นหานเซิ่นเลยไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง

 

จูถิงยิ้มและพูด “จะรู้หรือไม่รู้ มันก็ไม่ใช่ปัญหา ทั้งหมดที่คุณต้องทำก็คือใช้มีดแทงมัน เรื่องอื่นไม่ต้องไปใส่ใจ”

 

“มอนสเตอร์มันจะอยู่นิ่งๆให้ฉันแทงงั้นหรอ?” หานเซิ่นขมวดคิ้วและพูด

 

“ใช่ประมานนั้น” จูถิงตอบแบบไม่จริงจัง

 

หานเซิ่นรู้สึกแปลกใจ เดิมทีเขาสงสัยว่ามอนสเตอร์ที่มาล่าน่าจะเป็นมอนสเตอร์ขั้นสุดยอด แต่มอนสเตอร์ขั้นสุดยอดมันจะอยู่เฉยๆให้แทงได้ยังไง?

 

จูถิงไม่ได้บอกอะไรเพิ่มเติมเลย หานเซิ่นเลิกถาม และจ้องไปที่ภูเขาแทน

 

ในตอนแรกหานเซิ่นคิดว่าจะต้องได้ยินเสียงการต่อสู้หรือไม่ก็การเคลื่อนที่ของมอนสเตอร์ แต่ทว่าเขากลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นเสียงการต่อสู้หรือเสียงคำราม

 

หลังจากผ่านไป 2 ชั่วโมง หานเซิ่นก็เห็นกลุ่มของพวกเขาลงมาจากภูเขา พวกเขาเดินกันช้ามาก ดูแล้วเกือบจะไม่เคลื่อนไหวเลยด้วยซ้ำ เนื่องจากพวกเขาอยู่ใกล้เกินไป และต้นไม้จำนวนมากบดบังการมองเห็นของหานเซิ่น ทำให้เขาบอกไม่ได้ว่าคนอื่นๆกำลังทำอะไรอยู่

 

หานเซิ่นเดินไปด้านข้าง เขาต้องการเห็นชัดกว่านี้ ขณะที่จูถิงดึงเขาไว้ และพูด “หยุดก่อน เราต้องซ่อนอยู่ตรงนี้ และรอให้หยางหย่งเฉิงล่อมันมาที่นี่ มอนสเตอร์ตัวนี้มีการมองเห็นที่สุดยอดมาก ถ้ามันเห็นคุณเข้าละก็แผนทุกอย่างจะพัง”

 

หานเซิ่นรู้สึกสงสัยกว่าเดิม เขาสงสัยมากว่ามอนสเตอร์มันเป็นยังไงกันแน่ แต่ไม่มีทางที่หานเซิ่นจะบอกได้ ดังนั้นเขาต้องรอเพียงอย่างเดียว

 

คนอื่นๆที่ไปล่อมอนสเตอร์ค่อยเข้ามาใกล้พวกเขาทีละนิด ผ่านไปสักพัก หานเซิ่นก็มองเห็นมอนสเตอร์ที่ตามพวกเขามา ซึ่งมันทำให้หานเซิ่นตกตะลึง

 

มันคือหอยทากที่มีขนาดพอๆกับรถยนต์ กระดองของมันเป็นเงางามเหมือนกับหยก ตัวที่อยู่ภายใต้กระดองของมันดูเหมือนกับเปลวๆไฟสีแดง ตาของมันมีขนาดใหญ่พอๆกับไฟหน้ารถ

 

หอยทากกำลังไล่ตามกลุ่มคนที่เหลือมา แต่ความเร็วของมันก็ไม่มากนัก ถึงมันจะเร็วกว่าหอยทากจริงๆ แต่ความเร็วของมันก็เร็วพอๆกับความเร็วของมนุษย์เท่านั้น มันไม่มีทางจะไล่ตามพวกเขาได้ทัน

 

พวกเขายืนกระจายๆกัน หยางหย่งเฉิงและลูกน้องยิงธนูและขว้างมีดไปที่หอยทาก เพื่อชะลอความเร็ว และรักษาระยะห่างกับมันไว้

 

แต่อย่างไรก็ตาม อาวุธทุกอย่างไร้ผลโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะไปโดนส่วนกระดองหรือส่วนเนื้อก็ตาม

 

ลูกธนูที่ไปโดนกระดอกของมันแหลกเป็นชิ้นๆ ยังดีที่มันเป็นแค่ลูกธนูโลหะz ถ้าเป็นลูกธนูวิญญาณอสูร เจ้าของคงจะขำไม่ออกแน่ ส่วนอาวุธที่ไปโดนส่วนเนื้อของมันจะเด้งกลับมาเหมือนไปกระทบกับยาง

 

แม้หอยทากตัวนี้ดูเหมือนจะแข็งแกร่งมาก แต่มันก็ไม่ค่อยระมัดระวังตัว และยังเคลื่อนที่ช้า ทำให้หานเซิ่นสงสัยว่าพวกเขาจะไปเสียเวลาล่อมันออกมาทำไม แทนที่จะสั่งให้หานเซิ่นเข้าไปลุยกับมันเลยตั้งแต่แรก

 

แต่หานเซิ่นก็รู้ดีว่าที่พวกเขาทำแบบนั้นต้องมีเหตุผลบางอย่างแน่ ดังนั้นหานเซิ่นเลยต้องรออย่างอดทน

 

“อยู่นิ่งๆไว้ก่อน รอจนกว่ามันจะมาถึงก้อนหินนี่ และใช้โอกาสนั้นแทงมัน จำไว้ต้องทำให้เร็ว หลังจากแทงแล้วไม่ว่ามันจะบาดเจ็บหรือไม่ก็ตาม รีบหนีทันทีอย่างลังเล” จูถิงบอกหานเซิ่น

 

หานเซิ่นพยักหน้า เขายิ่งสงสัยมากขึ้นกว่าเดิมว่าหอยทอกยักษ์ตัวนี้มันยังไงกันแน่ มันมีความสามารถแบบไหนซุกซ่อนอยู่ พวกเขาถึงได้กลัวมัน

 

ถ้าดูจากแค่ความเร็วของมัน หานเซิ่นแทบจะไม่รู้สึกถึงอันตรายจากมันเลย

 

ขณะที่หอยทากเข้ามาใกล้ก้อนหิน หานเซิ่นก็เรียกวิญญาณอสูรเคิร์สวูฟออกมา และใช้หลังพิงก้อนหินไว้ รอให้หอยทากมา

 

ไม่นานหอยทากก็ผ่านก้อนหินไป ในเวลาเดียวกันหยางหย่งเฉิงก็ผิวปากทันที ซึ่งมันคือการส่งสัญญาณของเขา หานเซิ่นออกมาจากหลังก้อนหิน พร้อมกับมีดในมือ เนื้อสีแดงของมันเผยให้เห็นภายใต้กระดองสีขาว

 

มีดของหานเซิ่นพุ่งไปที่เนื้อของมันในชั่วพริบตา ก่อนที่มีดจะสัมผัสตัวมัน หอยทากก็เหมือนจะรู้สึกถึงอันตรายบางอย่าง มันพยายามจะเข้าไปซ่อนในกระดอง แต่ทว่ามันก็สายเกินไปแล้ว มีดสีดำของหานเซิ่นแทงเข้าไปที่ตัวของมันเรียบร้อยแล้ว ทำให้เกิดบาดแผลที่มีความยาว 1 ฟุต หานเซิ่นรู้สึกเหมือนตัดเนื้อวัวที่เหนียวๆ ถึงมันจะถูกแทง แต่ก็ไม่ได้ลึกมาก หอยทากรีบเข้าไปซ่อนในกระดองทันที มีเลือดไหลนองอยู่บนพื้น

 

หานเซิ่นกวัดแกว่งมีดไปที่กระดองของมัน เขาพยายามจะฆ่ามันให้ได้

 

“วิ่ง!” จูถิงดูตื่นตระหนกมาก ก่อนที่หานเซิ่นจะได้ทำอะไร เขาก็ตะโกน และดึงหานเซิ่นออกไปทันที

 

ทันใดนั้นหอยทากที่พึ่งจะเข้าไปซ่อนในกระดองก็ออกมาจากกระดอง และบินตามหานเซิ่นมา มันดูเหมือนกับงูที่มีปีกไม่มีผิด