0 Views

หานเซิ่นต้องผ่านหลายขั้นตอนกว่าที่จะมาเป็นตัวแทนของหวังตี้ได้ ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือการทดสอบยีน เพื่อจำแนกว่าหานเซิ่นผู้วิวัฒนาการหรือยังไม่วิวัฒนาการ เขาต้องผ่านการทดสอบที่เข้มงวดมาก

 

เนื่องจากมีความแตกต่างอย่างเด็ดชัดระหว่างยีนของผู้ที่ยังไม่วิวัฒนาการกับผู้วิวัฒนาการแล้ว ทำให้ไม่ยากที่จะบอกว่าหานเซิ่นเป็นผู้ยังไม่วิวัฒนาการ แต่อย่างไรก็ตามการทดสอบก็ไม่ได้บอกระดับความแข็งแกร่งของหานเซิ่น

 

ในพื้นที่ VIP มีกฎที่สำคัญอยู่กฎหนึ่ง ถ้าใครก็ตามที่จะมาต่อสู้เป็นตัวแทนคนอื่น คนคนนั้นจะต้องมีระดับความแข็งแกร่งสูงกว่าคนที่มาแทน

 

มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับหานเซิ่น เขาควบคุมร่างกายตลอดการทดสอบ เพื่อให้ระดับความแข็งแกร่งของเขามากกว่าหวังตี้เล็กน้อย

 

หลังจากผ่านการทดสอบ หานเซิ่นก็มาปรากฏตัวบนสนามประลอง

 

เมื่อมองดูเถี่ยขวงที่้กำลังคำรามเหมือนกับมอนสเตอร์ หานเซิ่นก็สงบนิ่ง เขาดูไม่ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย

 

ไม่ว่าจะเป็นเสียงเชียร์หรือเสียงขู่คำรามของเถี่ยขวง มันก็ไม่มีผลกับหานเซิ่นเลย

 

ไม่ว่าเถี่ยขวงจะแข็งแกร่งแค่ไหน เขาก็ยังอ่อนแอกว่าโกลเด้นโกรวเลอร์ หานเซิ่นไม่รู้สึกกดดันแค่เพราะเถี่ยขวงสูงกว่าเขา เนื่องจากมีมอนสเตอร์ตัวใหญ่ๆมากมายในก็อตแซงชัวรี่ที่หานเซิ่นเคยสู้มา

 

หานเซิ่นเปลี่ยนร่างเป็นแฟรี่ควีน และเรียกวิญญาณอสูรมีดเคิร์สวูฟออกมาทันที หานเซิ่นมองดูเถี่ยขวงที่พยายามจะยั่วยุอย่างเงียบๆ

 

แม้เถี่ยขวงจะเห็นว่าหานเซิ่นเรียกวิญญาณอสูรออกมา เขาก็ไม่คิดจะใช้วิญญาณอสูร ด้วยระดับความแข็งแกร่งของเขา เขาไม่จำเป็นต้องใช้วิญญาณอสูรใดๆในการต่อสู้กับผู้ที่ยังไม่วิวัฒนาการ ผู้ชมจะรู้สึกสนุกมากว่าที่ได้ดูเขาใช้มือเปล่าๆฉีกร่างของคู่ต่อสู้เป็นชิ้นๆ ซึ่งเถี่ยขวงเองก็ชื่นชอบความรู้สึกนั้นเช่นกัน

 

ทันทีที่สัญญาการต่อสู้เริ่ม เถี่ยขวงก็รีบเดินตรงเข้าไปหาหานเซิ่นทันที เขาแบมือทั้ง 2 ข้างเตรียมที่จะจับหานเซิ่นมาฉีกเป็นชิ้นๆ

 

เถี่ยขวงแทบไม่ได้ป้องกันตัวเลย เนื่องจากเขาคิดว่ามันไม่จำเป็น วิชากายเหล็กที่เขาฝึกฝนมาสามารถป้องกันร่างกายของเขาได้ ถึงจะต้องเจอกับอาวุธเลือดศักดิ์สิทธิของก็อตแซงชัวรี่เขต 1 ก็ตาม

 

แม้แต่ผู้ยังไม่วิวัฒนาการที่แข็งแกร่งระดับต้นๆของพื้นที่ VIP ยังทำได้แค่ทิ้งบาดแผลบางๆไว้บนร่างของเขาเท่านั้น ซึ่งรอยแผลพวกนั้นยิ่งจะทำให้เถี่ยขวงตื่นเต้นมาก และผู้ชมเองก็จะรู้สึกระทึกใจกับการต่อสู้เพิ่มขึ้นอีกด้วย เถี่ยขวงเข้าใจดีว่าจะต้องทำยังไงเพื่อที่จะให้คนดูประทับใจมากที่สุด

 

เมื่อเห็นเถี่ยขวงกำลังเดินเข้าไปหาหานเซิ่น หวงฟูผิงชิงก็รู้สึกกังวลอย่างมาก มือของเธอมีเหงื่อไหลออกมา

 

แม้หานเซิ่นจะย้ำนักย้ำหนาว่าเขาสามารถเอาชนะเถี่ยขวงได้ แต่หวงฟูผิงชิงก็ยังกังวลอยู่ดี เพราะเธอคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้

 

เถี่ยขวงคือผู้ที่วิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิเต็ม ซึ่งผู้ที่ยังไม่วิวัฒนาการไม่ว่าใครก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาทั้งนั้น

 

ขณะที่พวกผู้ชมรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขมาก เมื่อเห็นเถี่ยขวงค่อยๆเดินเข้าไปหาหานเซิ่นอย่างช้าๆ ฉากที่พวกเขารอกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า คนในสนามเริ่มตะโกน

“ฉีกไอ้หนุ่มนั่นให้เป็นชิ้นๆเลย!”

“ฆ่าเขา”

“ฉีกหัวของเขาออกมา”

“ฆ่ามัน!”

มันเหมือนกับขุมนรกที่ปีศาจนับพันกำลังส่งเสียงตะโกนอยู่

 

ไม่นานเถี่ยขวงก็เข้ามาประชิดตัวหานเซิ่น มือของเขาเกือบจะสัมผัสกับไหล่ของหานเซิ่นอยู่แล้ว ถึงเถี่ยขวงจะมีร่างกายที่ใหญ่โต แต่เขาก็รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

 

ในสายตาของผู้ที่ยังไม่วิวัฒนาการ เถี่ยขวงนั้นรวดเร็วเหมือนกับสายฟ้า ถึงจะเป็นสายตาของคนที่มีจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิสูงก็ตาม แต่กระนั้นในสายตาของหานเซิ่นที่เปลี่ยนเป็นแฟรี่ควีนรออยู่แล้ว เถี่ยขวงก็ไม่ได้รวดเร็วอะไร

 

ในตอนที่เถี่ยขวงเกือบจะจับไหล่ของหานเซิ่น หานเซิ่นก็ใช้มนตรานอกรีต ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวๆ และเริ่มสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย

 

ตูม!

ด้วยการใช้สปาติเคิล ร่างของหานเซิ่นกลายเป็นภาพเบลอๆ เงาสีดำๆเคลื่อนไหวผ่านเถี่ยขวงไปอย่างรวดเร็ว

 

“ไม่ว่าแกจะใช้ลูกไม้อะไรก็ตาม ร่างกายของฉันแข็งเหมือนกับเหล็ก และมีดทื่อๆของแกก็ไม่สามารถทำอะไรฉันได้” เถี่ยขวงหันมาพูดกับหานเซิ่น

 

“จริงหรอ?” หานเซิ่นมองเถี่ยขวงด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก

 

“…..” เมื่อเถี่ยขวงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เขาก็ไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้ คอของเขามีเลือดพุ่งออกมาจำนวนมาก

 

ผู้ชมในสนามกลายเป็นเงียบสงัด ร่องรอยแห่งความโหดร้ายป่าเถื่อนที่อยู่บนหน้าของเถี่ยขวงจางหายไป เถี่ยขวงรู้สึกช็อค เขาพยายามจะใช้มือปิดบาดแผลเพื่อห้ามเลือด

 

แต่ทว่าบาดแผลกว้างและลึกเกินไป ไม่ว่าเถี่ยขวงจะพยายามห้ามเลือดยังไงก็ไม่สำเร็จ ไม่นานเขาก็ล้มลงไปบนพื้น

 

หลังจากเงียบไปพักใหญ่ ผู้ชมก็ส่งเสียงเชียร์อีกครั้ง

 

หานเซิ่นเก็บวิญญาณอสูร และเดินลงจากสนามประลองทันที เขาเองก็ประหลาดใจกับความคมของมีดเช่นกัน มันสามารถฟันคอของผู้วิวัฒนาการที่ฝึกร่างกายมาเป็นอย่างดีได้ง่ายๆ อาวุธอันนี้มันคมอย่างไม่น่าเชื่อ

 

หวงฟูผิงชิงมองดูหานเซิ่นเดินออกไปจากสนามประลองด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่อ

 

“น่าสนใจจริงๆ.. พาเขามาพบฉันหน่อย..” หนิงเยวี่ยพูด ด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

 

หานเซิ่นถูกเจ้าหน้าพามาที่ห้อง เมื่อมาถึงเขาก็เห็นหนิงเยวี่ยกำลังนั่งยิ้มอยู่ และหวงฟูผิงชิงที่สีหน้าดูจะเป็นกังวล

 

“สวัสดีครับ ผมชื่อหนิงเยวี่ย” หนิงเยวี่ยเดินไปหาหานเซิ่น และยื่นมือที่ดูไม่มีพิษมีภัยของเขาออกไป

 

“หานเซิ่น” หานเซิ่นจับมือทักทายกับหนิงเยวี่ย ความรู้สึกที่เขารู้สึกได้จากหนิงเยวี่ยนั้นต่างจากที่หวงฟูผิงชิงเคยบรรยายไว้

 

หานเซิ่นบอกไม่ถูกว่าความรู้สึกตอนนี้เป็นยังไง แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรเหมือนกับที่หวงฟูผิงชิงบอก เขารู้สึกว่าหนิงเยวี่ยเป็นเหมือนกับดอกไม้ที่เบ่งบาน ซึ่งน่าดึงดูดเป็นอย่างมาก