0 Views

หานเซิ่นถามหวงฟูผิงชิงเกี่ยวกับคู่ต่อสู้ที่อาจจะเจอทั้งหมด และเขาก็ตัดสินใจสู้แทนหวังดี

 

หานเซิ่นขอให้หวังดีมอบวิญญาณอสูรให้ก่อน แต่เนื่องจากพวกเขาไม่ได้อยู่เมืองเดียวกัน หานเซิ่นจึงขอให้หวงฟูผิงชิงส่งคนของเธอไปรับวิญญาณอสูรทั้ง 2 ดวงแทน ซึ่งหานเซิ่นจะได้รับมันหลังจากนั้น

 

วิญญาณอสูรอาวุธ เป็นอาวุธประเภทขวาน ซึ่งหานเซิ่นไม่สนใจที่จะใช้มัน ส่วนวิญญาณอสูรเสริมพลังเป็นสิ่งที่เขาต้องการ

 

เมื่อหวงฟูผิงชิงไปถึงพื้นที่ VIP เธอก็เห็นว่าหนิงเยวี่ยอยู่ที่นั่นด้วย มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเลี่ยงการเข้าไปพูดกับเขา

 

“พี่เยวี่ย” หวงฟูผิงชิงเข้าไปทักหนิงเยวี่ย ทุกครั้งที่เธอพบหนิงเยวี่ย เธอจะรู้สึกกังวลมาก ถึงหนิงเยวี่ยจะเป็นคนที่สุภาพและรักพี่น้องก็ตาม แต่การที่เขาเป็นคนเยือกเย็นมาก ทำให้เธอรู้สึกเสียวสันหลัง

 

หวงฟูผิงชิงจึงชอบอยู่ใกล้เซินเทียนจื่อที่เป็นคนเจ้าอารมณ์และหยิ่งทะนงมากกว่า ซึ่งความรู้สึกนี้หวงฟูผิงชิงเองก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไมถึงได้รู้สึกแบบนั้น

 

“ผิงชิง ทำไมไม่ค่อยโผล่มาให้พี่เห็นหน้าบ้างเลย” หนิงเยวี่ยลูบหัวหวงฟูผิงชิง เขายิ้ม ตาของเขาเหมือนกับพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว

 

หนิงเยวี่ยเหมือนกับเซินเทียนจื่อ แต่เขาผอมกว่า ผิวของเขาซีดมาก แม้แต่ริมผีปากของเขาก็ซีด

 

หนิงเยวี่ยเป็นพี่ที่ดีมาตลอด ตั้งแต่ตอนที่พวกเขายังเล็กๆมีครั้งหนึ่งที่หวงฟูผิงชิงมาเยี่ยมตระกลูหนิง พร้อมกับพ่อแม่ของเธอ สาวน้อยได้ทำของล้ำค่าตกแตก เธอกลัวมาก แต่หนิงเยวี่ยก็ลูบหัวของเธอ และแสดงความรับผิดชอบว่าเขาเป็นคนทำเอง ถึงเขาจะถูกตีอย่างหนัก แต่เขาก็ไม่บอกความจริงว่าหวงฟูผิงชิงเป็นคนทำ

 

หวงฟูผิงชิงเคารพในตัวของหนิงเยวี่ยเสมอมา แต่ด้วยเหตุผลที่เธอเองก็ไม่รู้ เธอกลับลังเลที่จะเข้าใกล้เขา แม้แต่ตอนที่หนิงเยวี่ยจะลูบหัวเธอ เธอก็ต้องการจะหลบ

 

ต่อหน้าหนิงเยวี่ย แม้แต่ผู้หญิงที่แกร่งอย่างหวงฟูผิงชิงยังรู้สึกสูญเสียความเป็นตัวเอง

 

หวงฟูผิงชิงไม่อยากอยู่นาน เธอรีบพูดธุระทันที “พี่ ฉันอยากจะขอความช่วยเหลือ”

 

“ผิงชิงจะให้พี่ช่วยอะไรก็ได้ แต่ขอให้ไม่ผิดกฎก็พอ” หนิงเยวี่ยยิ้ม

หลังจากพูดเสร็จ เขาก็ไอออกมาอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าของเขาซีดยิ่งกว่าเดิม

 

“พี่ ทุกวันนี้อาการของพี่ยังไม่ดีขึ้นอีกหรอ?” หวงฟูผิงชิงถามด้วยความกังวล

 

“ไม่มีปัญหา ฉันเริ่มชินกับมันแล้วล่ะ”

หนิงเยวี่ยยิ้มและพูด “จะให้พี่ช่วยอะไร?”

 

“พี่ คนรู้จักของฉันถูกบังคับให้เข้ามาสู้ในพื้นที่ VIP” หวงฟูผิงชิงรีบพูด

 

“ผิงชิง เธอก็น่าจะรู้ว่ากฎไม่สามารถฝ่าฝืนได้…” หนิงเยวี่ยพูดและก็ไอออกมา

 

“พี่ ฉันไม่ได้ขอให้ปล่อยตัวเขาไป แต่ขอให้เถี่ยขวงเป็นคู่ต่อสู้ของเขาก็พอ” หวงฟูผิงชิงกัดฟันและพูด แม้เธอจะไม่คิดว่านี่เป็นความคิดที่ดี แต่เธอก็เชื่อว่าหานเซิ่นมีวิธีเอาชนะได้จริง

 

“เขาเป็นคนที่เธอเกลียดงั้นหรอ?” หนิงเยวี่ยมองหวงฟูผิงชิงด้วยความประหลาดใจ

 

“ไม่ใช่” หวงฟูผิงชิงรีบส่ายหน้า

“เขาเป็นผู้วิวัฒนาการรึเปล่า”

“เปล่าค่ะ”

หนิงเยวี่ยรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที “น่าสนใจมาก เขาชื่ออะไร?”

 

“หานเซิ่น พี่ช่วยจัดการให้ได้ไหม?” ทุกครั้งที่หวงฟูผิงชิงอยู่ต่อหน้าหนิงเยวี่ย เธอจะรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง

 

“ขอแค่ไม่ผิดกฎ พี่จะทำทุกอย่างที่เธอต้องการ” หนิงเยวี่ยยิ้ม

 

“งั้นได้ใช่ไหมคะ?” หวงฟูผิงชิงรู้สึกดีใจ

 

หนิงเยวี่ยพยักหน้า มุมปากของเขาบิดเบี้ยวเหมือนว่าเขาพยายามจะกั้นไม่ให้ตัวเองไอออกมา

 

พื้นที่ VIP เป็นที่ที่เต็มไปด้วยผู้ชมที่มีจิตใจผิดจากมนุษย์ปรกติ พวกเขาชอบการฆ่าฟัน

 

ไม่มีใครสามารถมองเห็นหน้าตาผู้ชมในสนามได้ พวกเขาทุกคนจะสวมหน้ากากที่ทำจากโลหะ เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ว่าอยู่ที่นี่

 

แม้พวกเขาจะสามารถดูผ่านทางเน็ตได้ถ้าเป็นสมาชิก แต่คนจำนวนมากก็ชอบที่จะมาดูข้างสนามมากกว่า เพื่อให้ได้เห็นการต่อสู้จริงกับตาและได้กลิ่นเลือดสดๆ

 

ชื่อของเถี่ยขวงเป็นที่รู้จักกันดีในพื้นที่ VIP ไม่ใช่เพราะเขาแข็งแกร่งอะไร ในหมู่ผู้วิวัฒนาการแล้ว เถี่ยขวงก็ถือว่าเป็นแค่ดาวรุ่งที่มีอนาคตไกลเท่านั้น

 

แต่ทว่าในพื้นที่ VIP แห่งนี้ พวกผู้ยังไม่วิวัฒนาการที่ไม่สามารถใช้หนี้ได้มักจะถูกจับมาเป็นคู่ต่อสู้ของเถี่ยขวง ซึ่งมันถือเป็นฝันร้ายของพวกเขา

 

ซาตานก็คือชื่อเล่นของเถี่ยขวงที่คนดูตั้งให้ หลังจากที่ได้ดูการต่อสู้ของเขา ความโหดร้ายป่าเถื่อนของเถี่ยขวง ทำให้เขาคู่ควรกับชื่อนั้น

 

สำหรับผู้ยังไม่วิวัฒนาการแล้ว เถี่ยขวงก็คือคนที่ไร้เทียมทาน และโหดร้ายราวกับปีศาจ

 

ในการต่อสู้ที่ผ่านๆมา ไม่มีคู่ต่อสู้คนไหนจะคงสภาพศพของพวกเขาได้เมื่อเจอกับเถี่ยขวง พวกเขามักจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ แม้แต่ส่วนหัวก็ตาม

 

เมื่อไรก็ตามที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ผู้ชมในสนามจะสิ่งเสียงเชียร์อย่างตื่นเต้นไปทั่วทั้งสนาม

 

ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใคร พวกผู้ชมก็ไม่สน พวกเขามาเพื่อดูความป่าเถื่อนของซาตาน

 

“ฉันจะฉีกหัวของแกออกมา” เมื่อเถี่ยขวงมายืนอยู่ที่สนามประลอง เขาจะชี้นิ้วไปที่คู่ต่อสู้ และตะโกนประโยคที่เขามักจะพูดเป็นประจำ ทำให้ผู้ชมในสนามต่างก็ส่งเสียงเชียร์

 

จริงๆแล้วถ้าเปรียบเทียบกับเถี่ยขวง ผู้ชมยังดูเหมือนกับปีศาจมากกว่า

 

ในห้องพิเศษที่อยู่เหนือสนามประลอง หนิงเยวี่ยกำลังนั่งดื่มไวน์ที่มีสีเหมือนเลือดไม่มีผิด เขายิ้มและมองลงไปยังสนามประลอง

 

“นั่นหานเซิ่น ถ้าจำไม่ผิดเขาเป็นคนที่น้องชายฉันเกลียด หัวหน้าของหน่วยพิเศษสตีลอาเมอร์ และยังเป็นคนที่ยังไม่วิวัฒนาการซะด้วย น่าสนใจจริงๆ”

หนิงเยวี่ยมองหานเซิ่นที่กำลังเดินเข้ามาที่สนามประลอง พร้อมกับรอยยิ้มที่ลึกลับ