0 Views

หานเซิ่นสามารถบอกได้เลยว่าพี่น้องตระกูลเฉินถอดใจเรียบร้อยแล้ว สำหรับเยี่ยหยู่เฟิงนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะหานเซิ่นช่วยชีวิตเขาไว้ เขาก็คงจะยอมแพ้ไปแล้วเช่นเดียวกัน

 

“ดอลลาร์ พวกเราจะเอายังไงกันต่อ?” เฉินหนานชิงพูดหลังจากลังเลอยู่นาน พวกเขาเป็นคนที่วิวัฒนาการแล้ว ซึ่งไม่สามารถอยู่ในก็อตแซงชัวรี่นานๆได้ ไม่งั้นร่างกายของพวกเขาจะได้รับความเสียหาย

 

เฉินจื่อเฉินพูด “ดอลลาร์ นายก็น่าจะเห็นแล้วว่าหมาป่าตัวนั้นมันแข็งแกร่งแค่ไหน ถึงพวกเราจะมีโอกาสโจมตีมัน แต่เราก็ไม่สามารถทำให้มันบาดเจ็บได้ มันจะเสียเวลาเปล่าถ้าพวกเรายังสู้กันต่อไป”

 

หานเซิ่นครุ่นคิดและพูด “พวกนายเลือกได้เลยว่าจะไปหรืออยู่ต่อ”

 

จากนั้นหานเซิ่นก็หันหน้ามาหาเยี่ยหยู่เฟิงและถาม “แล้วนายมีความเห็นว่ายังไง?”

 

ในตอนนี้หานเซิ่นรู้จักหมาป่าตัวนั้นเป็นอย่างดี ถึงไม่มี 2 พี่น้องตระกูลเฉิน เขาก็ยังคิดว่าสามารถเอาชนะหมาป่าได้ แต่ถ้าไม่มีไทม์เคิร์ส หานเซิ่นไม่มั่นใจ หมาป่าตัวนั้นมันอาจจะเร็วเกินกว่าที่เขาจะโจมตีให้โดนขากรรไกร

 

เยี่ยหยู่เฟิงพูด “ดอลลาร์ นายช่วยชีวิตฉันไว้ เป็นธรรมดาที่ฉันจะทำตามที่นายบอก ถ้านายต้องการให้ฉันอยู่ ฉันก็จะอยู่”

 

“ถ้าแบบนั้นก็ลงไปช่วยฉันสู้อีกครั้ง” หานเซิ่นรู้สึกดีที่เยี่ยหยู่เฟิงพูดแบบนั้น ถ้าไม่มีไทม์เคิร์ส หานเซิ่นก็ไม่มั่นใจเลยว่าจะทำสำเร็จ

 

เยี่ยหยู่เฟิงพยักหน้า เฉินจื่อเฉินและเฉินหนานชิงรู้สึกว่าพวกเขา 2 คนดันทุรังเกินไป พวกเขาลุกขึ้นและพูด “พวกเราจะไปกันแล้ว ขอให้พวกนายทำสำเร็จก็แล้วกัน”

 

แม้พวกเขาจะพูดแบบนั้น แต่พวกเขาก็ไม่เชื่อว่าหานเซิ่นกับเยี่ยหยู่เฟิงจะฆ่าหมาป่าตัวนั้นได้

 

เฉินหนานชิงเชื่อถึงขั้นว่าถ้าไม่มีพวกเขา 2 คน ดอลลาร์กับเยี่ยหยู่เฟิงอาจจะถูกหมาป่าฆ่าเลยก็ได้

 

พวกเขา 2 คนไม่มีวิญญาณอสูรโล่เลือดศักดิ์สิทธิ ดังนั้นพวกเขาไม่มีทางที่จะป้องกันตัวเองได้

 

ก่อนที่พวกเขาจะจากไป เฉินจื่อเฉินมองมาที่หานเซิ่นและเยี่ยหยู่เฟิง เขาลังเลและพูด “พวกเราใช้ชีวิตอยู่กันมาเป็นเดือนแล้ว ไม่ว่าพวกนายจะคิดยังไงฉันก็เคารพและชื่นชมพวกนาย 2 คน มีคำพูดที่ฉันอยากจะบอกกับพวกนาย ถ้าพวกนายไม่ว่าอะไร”

 

“โปรดพูดมา” หานเซิ่นพูด

 

“พวกเราไม่ใช่คนของก็อตแซงชัวรี่เขต 1 แล้ว พวกเราไม่ควรมาเสียเวลาที่นี่มากเกินไป” เฉินจื่อเฉินพูด และก็โบกมือลาหานเซิ่นกับเยี่ยหยู่เฟิง

 

คำพูดของเฉินจื่อเฉิน เตือนสติหานเซิ่น เนื่องจากเขายังไม่ได้วิวัฒนาการ เขาจะไม่ได้รับโทษจากก็อตแซงชัวรี่ แต่เขาไม่รู้ว่าเยี่ยหยู่เฟิงวิวัฒนาการมานานแค่ไหนแล้ว ถ้าเยี่ยหยู่เฟิงยังฝืนอยู่ที่นี่ต่อไปร่างกายของเขาอาจจะได้รับความเสียหายได้

 

หานเซิ่นพูดกับเยี่ยหยู่เฟิง “ถ้านายรู้สึกไม่ดีก็กลับไปพร้อมกับพวกเขาได้นะ”

 

“ไม่ต้องห่วง ฉันยังอยู่ได้อีกหลายวัน” เยี่ยหยู่เฟิงพูด

 

“งั้นพักกันอีก 2 ชั่วโมงแล้วลงไปลองสู้กันอีกครั้ง ถ้าครั้งนี้พวกเรายังทำไม่สำเร็จ นายก็กลับไปได้เลย” หานเซิ่นไม่อยากจะเอาเปรียบเยี่ยหยู่เฟิงมากเกินไป ถ้าครั้งนี้ไม่สำเร็จ เขาคงต้องสู้คนเดียวแล้ว

 

แม้เยี่ยหยู่เฟิงต้องการจะตอบแทนหานเซิ่นจากใจจริง แต่หานเซิ่นก็ไม่อยากให้เขาเสียสละมากเกินไป

 

หลังจากพักกันจนพอใจ หานเซิ่นและเยี่ยหยู่เฟิงก็เข้าไปในรังอีกครั้ง ก่อนจะเข้าไปในกำแพงสีเขียว หานเซิ่ยพูดกับเยี่ยหยู่เฟิง “ฉันจะไปล่อหมาป่าออกมาเอง สิ่งที่นายต้องทำก็คือใช้ไทม์เคิร์สใส่หมาป่า ครั้งนี้นายไม่ต้องสู้กับมัน”

 

“ตกลง” เยี่ยหยู่เฟิงตอบและก็ไม่พูดอะไรอีกเลย

 

หานเซิ่นสุดลมหายใจลึกๆ และเดินเข้าไปข้างใน แต่เขาไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง เขาเดินซิกแซง ซ้ายทีขาวที มันเหมือนว่าเขาเมา หานเซิ่นกำลังผสานเทคนิคไคท์ติงเข้ากับการเคลื่อนที่ไร้รูปแบบของโครงกระดูก เพื่อทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของเขาได้

 

แม้หมาป่าจะออกมาแบบทันที หานเซิ่นก็เชื่อว่าเขาจะหลบการโจมตีของมันได้ทัน

 

ทันใดนั้นหมาป่าก็กระโจนเข้าใส่หานเซิ่นเหมือนกับผี แต่กระนั้นมันก็กระโจนมาผิดตำแหน่ง เนื่องจากการเคลื่อนไหวที่พิสดารของหานเซิ่น

 

ในขณะเดียวกันเยี่ยหยู่เฟิงก็ใช้ไทม์เคิร์สใส่หมาป่าทันที ด้วยการเสริมพลังจากเฟลมเลฟเทนแนนท์ หมาป่าเคลื่อนที่ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

 

หานเซิ่นใช้หอกแทงไปที่หมาป่าทันที เนื่องจากเขาสู้กับมันมาหลายครั้งแล้ว หมาป่ารู้ว่าหอกนั้นมันไม่อันตราย มันเคลื่อนที่หลบไปด้านข้างเล็กน้อย และกระโจนเข้าใส่หานเซิ่นอีกครั้ง

 

แต่ทว่าหานเซิ่นก็ใช้เทคนิคไคท์ติ้งหลบการโจมตีของมัน เขารู้ดีว่าหมาป่าจะต้องโจมตีมาแบบนี้

 

หลังจากใช้ไทม์เคิร์สเรียบร้อยแล้ว เยี่ยหยู่เฟิงก็ต้องการจะเข้าไปช่วยหานเซิ่น แต่หลังจากที่เห็นการต่อสู้ระหว่างหานเซิ่นกับหมาป่า ร่างกายของก็หยุดนิ่งด้วยความช็อค

 

หลังจากใช้ชีวิตอยู่กับหานเซิ่นมาระยะหนึ่ง เยี่ยหยู่เฟิงก็คิดว่าหานเซิ่นน่าจะเป็นผู้ที่วิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิ แต่อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดว่าหานเซิ่นจะแข็งแกร่งไปกว่า 2 พี่น้องตระกูลเฉินและตัวเขามากนัก

 

เดิมทีเยี่ยหยู่เฟิงไม่คิดว่าแค่เขากับดอลลาร์ 2 คนจะสามารถสู้กับหมาป่าได้เหมือนกับตอนที่มี 4 คน หลังจากที่ 2 พี่น้องตระกูลเฉินไปแล้วก็มีปัญหาเรื่องการซื้อเวลา เพื่อให้เขาใช้ไทม์เคิร์ส แต่ตอนนี้หานเซิ่นแสดงให้เขาเห็นในสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

 

เนื่องจากปรกติพวกเขาสู้กัน 4 คน เขาเลยยังไม่รู้แน่ชัดว่าหานเซิ่นแข็งแกร่งขนาดไหน แต่เมื่อเห็นหานเซิ่นเผชิญหน้ากับหมาป่าคนเดียว เยี่ยหยู่เฟิงก็รู้สึกช็อคมาก

 

ด้วยเฟลมเลฟเทนแนนท์และไทม์เคิร์ส หานเซิ่นที่เปลี่ยนร่างเป็นนักฆ่ากระหายเลือดก็ยังช้ากว่าหมาป่าอยู่มาก พูดง่ายๆคือหานเซิ่นไม่น่าจะหลบการโจมตีของหมาป่าได้

 

แต่หานเซิ่นกับสามารถหลบการโจมตีทั้งหมดของหมาป่าได้อย่างง่ายดาย ทำให้เยี่ยหยู่เฟิงไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ‘ดอลลาร์ช้ากว่ามาก แต่เขาหลบมันได้แบบง่ายๆ เป็นไปได้ยังไง’

 

ยิ่งดูเยี่ยหยู่เฟิงก็ยิ่งรู้สึกสับสน ฟุตเวิร์คของหานเซิ่นดูไม่เหมือนฟุตเวิร์คที่สุดยอดอะไร แต่มันกับใช้หลบการโจมตีของหมาป่าได้อย่างพอดิบพอดี ไม่ว่าหมาป่าจะเคลื่อนที่เร็วแค่ไหนมันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะโจมตีโดนหานเซิ่น