0 Views

พวกเขา 4 คนเข้าไปในรังทีละคนตามแผนที่วางไว้ คราวนี้เฉินหนานชิงเป็นแรกคนที่เข้าไป

 

เฉินหนานชิงเดินนำหน้า พร้อมกับยกโล่เลือดศักดิ์สิทธิขึ้นมาป้องกันส่วนหัวของเขา หน้าที่ของเขาก็คือป้องกันการโจมตีครั้งแรกของหมาป่า เพื่อซื้อเวลาให้เยี่ยหยู่เฟิงใช้ไทม์เคิร์ส

 

สำหรับหานเซิ่น ถึงเขาจะถือหอกบีทเทิลไนท์อยู่ แต่เขาก็ไม่คิดจะใช้มัน เพราะยังไงเกียร์จะไม่ได้รับผลจากเฟลมเลฟเทรแนนท์ ซึ่งหานเซิ่นกำลังซ่อนดาบวิญญาณอสูรและวิญญาณอสูรเดวิลซอร์ดอยู่ เขาตั้งใจที่จะใช้มันโจมตีไปที่จุดอ่อนของหมาป่าถ้ามีโอกาส

 

เฉินหนานชิงถือโล่กลมๆสีดำเดินเข้าไปในรังอย่างช้าๆ เขารู้สึกเครียดมาก โล่อันนี้แม้จะเป็นโล่ที่ใหญ่ แต่มันก็มีขนาดที่เล็กกว่าโล่อันก่อนหน้านี้ของเขา เมื่อนึกถึงความเร็วและความแข็งแกร่งของหมาป่าแล้ว เขาก็รู้สึกไม่มั่นใจว่าจะใช้มันป้องกันได้

 

พร้อมๆเสียงหอนมีเงาสีดำพุ่งออกจากห้อง โดยไม่เปิดโอกาสให้เฉินหนานชิงหลบ เฉินหนานชิงรีบยกโล่ขึ้นมาป้องกันตัวทันที

 

ปัง!

เขารู้สึกถึงแรงมหาศาลที่กระแทกมาที่โล่ของเขา เฉินหนานชิงกระเด็นไปข้างหลังหลายฟุตแม้เขาจะใช้ไหล่ดันโล่เอาไว้ เฉินหนานชิงรีบลุกขึ้นมา เขาเห็นรอยยาวๆ 3 รอยบนโล่ของเขา ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเกิดจากกรงเล็บของหมาป่า

 

ด้วยการเสริมพลังจากเฟลมเลฟเทนแนนท์ โล่จึงมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ถ้าไม่ได้รับการเสริมพลังมันอาจจะถูกทำลายไปแล้วก็ได้

 

เฉินหนานชิงรีบหันไปมองหมาป่า และเห็นว่าเยี่ยหยู่เฟิงใช้ไทม์เคิร์สใส่มันเรียบร้อยแล้ว เมื่อเห็นหมาป่าเคลื่อนไหวช้าลง เฉินหนานชิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

 

แต่กระนั้นหมาป่าก็ยังมีความเร็วที่สูงอยู่ มันกระโจนใส่เฉินหนานชิงอีกครั้ง ถึงมันจะช้าลง แต่ความเร็วของมันก็ยังถือว่าน่ากลัวมาก

 

หลังจากโดนกระโจนใส่อีกรอบ เฉินหนานชิงก็กลิ้งไปตามพื้น เขารีบตะโกน “ถ้าพวกนายไม่รีบ ฉันจะถูกฆ่า”

 

เฉินจื่อเฉินดึงเฉินหนานชิงออกมาห่างจากหมาป่า ขณะเดียวกันหานเซิ่นและเยี่ยหยู่เฟิงก็กระหน่ำโจมตีใส่หมาป่าอย่างรวดเร็ว

 

ภายใต้การเสริมพลังจากเฟลมเลฟเทรแนนท์ ไทม์เคิร์สทำให้หมาป่าช้าลงได้ชัดเจน แต่กระนั้นหมาป่าก็ยังสามารถหลบการโจมตีของพวกเขาทั้ง 4 คนได้ทั้งหมด

 

แม้จะเป็นสถานการณ์ที่สู้แบบ 1 ต่อ 4 แต่หมาป่าก็ยังดูเหนือกว่า พวกเขาทั้ง 4 คนร่วมมือกันต่อสู้กับหมาป่า แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้ โชคดีที่พวกเขาวางแผนกันมาก่อน ทำให้พวกเขาไม่ได้ตื่นตระหนกมาก

 

“บ้าเอ้ย! ทำไมหมาป่าตัวนี้มันถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้?” เฉินหนานชิงถูกตะปบเข้าที่ไหล่ ถึงเขาจะหลบเลี่ยงจุดสำคัญได้ แต่ไหล่ของเขาก็เป็นแผลลึก และมีเลือดไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

ปัง!

หานเซิ่นแทงหอกไปที่หมาป่า มันเป็นครั้งแรกที่เขาโจมตีโดนหมาป่า แต่กระนั้นพลังหมุนของหอกก็ทำอะไรมันไม่ได้

 

หมาป่าสะบัดตัวของมัน ทำให้หอกกระเด็นกลับมา ขนของมันยังอยู่ครบถ้วนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“ถอยก่อน..” เฉินจื่อเฉินตะโกนออกมา พวกเขาทั้ง 4 คนได้รับบาดเจ็บมากบ้างน้อยบ้าง ดังนั้นมันจะไม่มีประโยชน์ถ้าพวกเขายังฝืนสู้ต่อไป

 

ตามแผนที่วางไว้พวกเขาจะสู้ไปถอยไป หลังจากที่พวกเขาเข้ามาในอุโมงค์แคบๆได้ หมาป่าก็เลิกไล่ตามพวกเขา เนื่องจากอุโมงค์แคบเกินกว่าที่หมาป่าจะเข้ามาได้

 

หลังจากพักรักษาตัวกันเป็นเวลา 2 วัน พวกเขาทั้ง 4 คนก็กลับลงไปสู้กับหมาป่าอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สำเร็จ

 

อย่างไรก็ตาม แม้พวกเขาจะไม่สามารถเอาชนะหมาป่าได้ แต่พวกเขาก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับหมาป่ามากขึ้นเรื่อยๆ

 

พวกเขาสามารถโจมตีโดนหมาป่าบ่อยขึ้นเรื่อยๆ และพวกเขาก็ได้รับบาดเจ็บน้อยลงเรื่อยๆ แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังไม่สามารถทำให้หมาป่าบาดเจ็บได้ถึงจะใช้อาวุธระดับเลือดศักดิ์สิทธิก็ตาม

 

“มอนสเตอร์ตัวนั้นมันแข็งแกร่งมาก ฉันคิดว่าถึงเราจะพยายามกันต่อไปก็ทำอะไรมันไม่ได้” เฉินหนานชิงถอดใจแล้ว หลังจากลองมาหลายครั้ง

 

เฉินจื่อเฉินและเยี่ยหยู่เฟิงนิ่งเงียบ จริงๆพวกเขาก็เห็นด้วยกับเฉินหนานชิง หมาป่าตัวนี้มันแข็งแกร่งเกินไป พวกเขาไม่สามารถทำให้มันบาดเจ็บได้เลย แต่พวกเขาก็มาไกลเกินกว่าที่จะยอมแพ้ไปง่ายๆ พวกเขาหันมามองที่หานเซิ่น

 

จริงๆแล้วหานเซิ่นไม่ต้องการยอมแพ้ ถึงพวกเขาจะไม่สามารถทำให้มันบาดเจ็บได้ก็ตาม แต่พวกเขาก็โจมตีมันโดนหลายครั้งแล้ว

 

หานเซิ่นสังเกตปฏิกิริยาของหมาป่าอย่างละเอียด แม้มันจะเป๋นมอนสเตอร์ที่เร็วที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา แต่มันก็ยังอ่อนแอกว่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดตัวอื่นๆ

 

ความแข็งแกร่งของมันถ้าไม่นับความเร็วแล้วก็ไม่ได้ดีเด่นไปกว่าลูกของโกลเด้นโกรวเลอร์เลย จุดเด่นของมันมีแค่ความเร็วอย่างเดียวเท่านั้น แต่เนื่องจากมอนสเตอร์ขั้นสุดยอดมันแข็งแกร่งมาก แม้แต่จุดอ่อนของมันก็ยังแข็งแกร่งกว่าจุดแข็งของมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิ

 

ตัวอย่างเช่นตอนที่หานเซิ่นเจอลูกโกลเด้นโกรวเลอร์ เขาไม่สามารถทำให้มันบาดเจ็บได้ ถึงจะโจมตีไปที่ตาของมันก็ตาม

 

ครั้งนี้สถานการณ์ก็คล้ายๆกัน แต่ยังดีกว่าตอนนั้น หลังจากที่ได้ลองสู้มาหลายครั้ง หานเซิ่นก็เริ่มพบจุดอ่อนของหมาป่ามากขึ้นเรื่อยๆ

 

แต่อย่างไรก็ตามแม้แต่จุดอ่อนของมัน หานเซิ่นก็ต้องการระดับความแข็งแกร่งมากกว่า 35.0 บวกกับดาบเลือดศักดิ์สิทธิ รวมถึงเดวิลซอร์ดและเฟลมเลฟเทนแนนท์ ถึงจะทำให้มันบาดเจ็บได้

 

หานเซิ่นรู้แล้วว่าจุดอ่อนที่สุดของหมาป่าตัวนี้ก็คือขากรรไกรหรือปากของมัน

 

แต่โดยปรกติแล้วหมาป่าจะพยายามระวังตรงจุดนั้นเป็นพิเศษ ดังนั้นมันยากมากที่จะโจมตีให้โดนจุดนั้น

 

โชคดีที่กลุ่มของพวกเขาอ่อนแอเกินไป ทำให้หมาป่าเริ่มลดความระวังลง หลังจากที่ได้สู้กับพวกเขาหลายครั้ง มันก็เริ่มคิดว่าพวกเขาไม่สามารถทำอะไรมันได้

 

นี่คือสิ่งที่หานเซิ่นรอคอยอยู่ และก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เขายังไม่ใช้วิญญาณอสูรดาบเลือดศักดิ์สิทธิและเดวิลซอร์ด

 

เขามีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าเขาทำไม่สำเร็จ ครั้งต่อไปหมาป่าจะระวังตัวมากขึ้น

 

ดังนั้นหานเซิ่นจึงยังไม่ได้ทุ้มกำลังเต็มที่ และรอคอยโอกาสที่ดีที่สุดในการโจมตีแบบเอาตายในครั้งเดียว

 

 

Facebook Page : SGG

ตอนนี้กลุ่มลับถึงตอน 1160 แล้วครับ