0 Views

“บอกมาได้เลย” เยี่ยหยู่เฟิงพูด

 

“ลงไปกับฉันอีกรอบ และไปฆ่าหมาป่าตัวนั้น” หานเซิ่นพูดอย่างสงบ

 

เมื่อได้ยินคำพูดของหานเซิ่น พวกเขาทั้ง 3 คนก็อึ้ง พวกเขาไม่อยากจะเชื่อว่าหานเซิ่นจะพูดแบบนั้นออกมา ถ้าสติยังดีอยู่ แค่ดูก็น่าจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าหมาป่าตัวนั้น

 

แม้ตอนนี้พวกเขาทุกคนจะเป็นผู้วิวัฒนาการ พวกเขาก็พึ่งวิวัฒนาการได้ไม่นาน และก็ยังไม่เคยฝึกวิชาไฮเปอร์จีโนสำหรับผู้วิวัฒนาการ ถ้าเปรียบเทียบกับผู้วิวัฒนาการคนอื่นๆโดยเฉลี่ยแล้ว พวกเขายังถือว่าอ่อนแอกว่าคนอื่น

 

“ตกลง นายช่วยชีวิตฉันไว้ มันก็สมควรที่ฉันจะต้องมอบชีวิตคืนให้นาย”

แม้เยี่ยหยู่เฟิงจะเชื่อว่าการกลับลงไปเท่ากับตาย แต่เขาก็ยังตอบตกลง

 

หานเซิ่นยิ้มและพูด “ที่ฉันขอให้นายมาด้วยก็เพราะฉันพอจะมีวิธีสู้กับหมาป่าแล้ว ถ้าฉันจะขอให้นายไปตาย ฉันคงไม่ช่วยนายไว้แต่แรก”

 

ก่อนที่เยี่ยหยู่เฟิงจะได้พูด เฉินจื่อเฉินพูด “ดอลลาร์ นายมีวิธีฆ่าหมาป่าตัวนั้นจริงๆหรอ?”

 

“ถ้ามีแค่ฉันกับเยี่ยหยู่เฟิง ฉันคิดว่าโอกาสฆ่าได้ 50% แต่ถ้านายกับน้องนายยอมลงไปด้วย โอกาสที่พวกเราจะทำสำเร็จคือ 70%” หานเซิ่นพูด เขาดูมั่นใจมาก

 

“70%เลยหรอ?” เฉินหนานชิงมองที่หานเซิ่นและพูดต่อ “เมื่อกี้พวกเราก็ลงไปกัน 4 คนไม่ใช่หรอ? แต่พวกเราก็แพ้กันหมดรูป แถมยังเสียวิญญาณอสูรอีก แล้วทำไมพอจะลงไปลองเป็นครั้งที่ 2 โอกาสถึงได้เพิ่มเป็น 70%?”

 

“รอบที่แล้ว พวกเรายังไม่รู้จักหมาป่าตัวนั้นดีพอ แต่ตอนนี้พวกเรารู้แล้ว พวกเราสามารถวางแผนใหม่ได้” หานเซิ่นยิ้มและอธิบาย

 

เฉินจื่อเฉินครุ่นคิดและพูด “ถึงนั่นจะเป็นความจริง แต่ฉันกลัวว่าแค่แผนธรรมดาคงจะใช้กับหมาป่าตัวนั้นไม่ได้ผล ทั้งความเร็วและความแข็งแกร่งของมันเหนือว่ามอนสเตอร์ตัวอื่นๆมาก”

 

“แล้วถ้าพวกเราเพิ่มเจ้านี้เข้าไปด้วยล่ะ?” หานเซิ่นเรียกวิญญาณอสูรเฟลมเลฟเทนแนนท์ออกมา

 

เฟลมเลฟเทนแนนท์ปรากฏที่ข้างๆหานเซิ่น วิญญาณอสูรทุกดวงที่อยู่ใกล้ๆส่องแสงสีแดงออกมาทันที

 

“นี่คือออร่าเลือดศักดิ์สิทธิงั้นหรอ?” พวกเขาทั้ง 3 คนเบิกตากว้างหลังจากที่ได้เห็นเฟลมเลฟเทนแนนท์ และรู้สึกได้เลยว่าวิญญาณอสูรของพวกเขามีพลังเพิ่มขึ้น

 

“ใช่ วิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิดวงนี้สามารถเพิ่มพลังให้กับวิญญาณอสูรทุกดวงที่อยู่ในระยะได้ ถ้าพวกเราใช้มันร่วมกับไทม์เคิร์ส พวกเราจะสามารถลดความเร็วของหมาป่าลงได้อีก ซึ่งถ้าพวกเราวางแผนกันดีๆละก็พวกเราจะมีโอกาสที่จะฆ่ามันได้” หานเซิ่นพูด

 

เฉินหนานชิงมองที่เฟลมเลฟเทนแนนท์ด้วยความประหลาดใจ วิญญาณอสูรออร่ามันหายากพอๆกับคน 3 ขาเลยก็ว่าได้ ทุกกลุ่มพร้อมยอมทุมเงินมหาศาลเพื่อออร่า แม้จะเป็นแค่ระดับกลายพันธ์ก็ตาม

 

ในบรรดากลุ่มต่างๆในก็อตแซงชัวรี่เขต 1 ที่มีอยู่มากมาย มีไม่กี่กลุ่มที่มีวิญญาณอสูรออร่าใช้ แต่หานเซิ่นกับมีออร่าเลือดศักดิ์สิทธิ ซึ่งมันดูน่าเสียดายมากในความคิดของเฉินหนานชิง

 

ดอลลาร์เหมือนกับหมาป่าเดียวดาย ขณะที่ออร่าถูกออกแบบมาเพื่อล่าเป็นทีม ยิ่งมีคนมากเท่าไหร่ ออร่ายิ่งใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

 

“ด้วยออร่าเลือดศักดิ์สิทธิ พวกเราพอมีโอกาสก็จริง แต่ยังไงพวกเราก็ต้องวางแผนให้รอบครอบเสียก่อน”

เฉินจื่อเฉินมองที่เฟลมเลฟเทนเเนนท์อย่างละเอียด และหันไปถามเฉินหนานชิง “หนานชิง นายยังมีโล่วิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิอยู่อีกดวงใช่ไหม?”

 

“ฉันมีสำรองอยู่อีกดวง แต่มันเป็นดวงสุดท้ายแล้ว วิญญาณอสูรโล่มันค่อนข้างหายาก” เฉินหนานชิงรู้สึกลังเลที่จะใช้วิญญาณอสูรโล่ที่เขาสำรองเอาไว้ เขากลัวว่ามันจะถูกหมาป่าทำลายอีก ถ้าเขาต้องเสียโล่ถึง 2 อันเป็นอะไรที่เสียหายหนักมาก

 

ถึงตอนที่เขาเข้าไปในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 มันอาจจะไม่มีประสิทธิภาพมากนัก แต่มันก็พอจะใช้ปกป้องตัวเขาได้ในช่วงแรกๆ ถ้าเขาต้องมาเสียทุกอย่างในตอนนี้ ตอนที่เขาเข้าไปในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 จะยากลำบากมากขึ้น

 

“ด้วยออร่าเลือดศักดิ์สิทธิ โล่น่าจะแข็งแกร่งมากขึ้น และน่าจะสามารถทนการโจมตีของหมาป่าได้นานกว่าเดิม นายอาจจะไม่ต้องใช้มันมากนัก แค่ใช้ป้องกันตอนที่จวนตัวก็พอ” เฉินจื่อเฉินพูด

 

ทั้งเฉินจื่อเฉินและเฉินหนานชิงยอมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่จะลงไปสู้อีกรอบ แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ทำเพื่อหานเซิ่น แต่เพื่อวิญญาณอสูรหมาป่าตัวนั้น

 

หมาป่าตัวนั้นมันแข็งแกร่งมาก ถ้าพวกเขาได้วิญญาณอสูรของมันมา หลังจากเข้าไปในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 มันจะมีประโยชน์มาก

 

“สำหรับส่วนแบ่ง ฉันขอเนื้อของหมาป่าตัวนั้น และใครก็ตามที่ฆ่ามันได้ก็ได้วิญญาณอสูรไป ตกลงไหม?” หานเซิ่นเสนอ

 

หมาป่าตัวนั้นต้องเป็นมอนสเตอร์ขั้นสุดยอดแน่ เขาต้องการทั้งวิญญาณอสูรและผลึกพลังชีวิต เขายังไม่แน่ใจว่าจะได้วิญญาณอสูรรึเปล่า แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่สามารถให้ใครล่วงรู้เรื่องผลึกพลังชีวิตได้

 

พวกเขาไม่ได้ต้องการเนื้อเลือดศักดิ์สิทธิ เพราะพวกเขาวิวัฒนาการแล้ว ที่พวกเขาพอทำได้คือเอามันไปขาย

 

“แล้วเรื่องไข่ล่ะจะเอายังไง?” เฉินจื่อเฉินถามเรื่องที่สำคัญที่สุด พวกเขาอาจจะไม่ได้วิญญาณอสูรจากหมาป่า แต่ไข่เป็นสิ่งเดียวที่จะการันตีวิญญาณอสูรได้

 

“มันยังเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องไข่ เราลองไปสู้กับมันดูก่อน” หานเซิ่นยังไม่อยากตกลงอะไรตอนนี้ มันมีโอกาสที่จะได้วิญญาณอสูรขั้นสุดยอดจากไข่เช่นเดียวกัน และหานเซิ่นเองก็ไม่ต้องการให้คนอื่นๆทำลายไข่

 

พี่น้องตระกูลเฉินเองก็เล็งไข่ไว้เช่นเดียวดัน แต่พวกเขาก็ยังไม่พูดอะไรในตอนนี้ ถ้าเกิดมีการโต้เถียงกันก็อาจจะทำให้ทุกคนไม่สามารถร่วมทีมกันได้

 

“งั้นก็ได้” เฉินจื่อเฉินพยักหน้าห็นด้วยกับหานเซิ่นที่จะยังไม่ตกลงกันตอนนี้ เขาเชื่อว่าถ้าพวกเขาสามารถฆ่าหมาป่าได้จริงๆ พวกเขา 2 คนจะมีโอกาสทำลายไข่ได้มากกว่าถ้าร่วมมือกัน

 

พวกเขาทั้ง 4 คนเริ่มอธิบายเกี่ยวกับวิญญาณอสูรแต่ละดวงที่พวกเขามี และคิดแผนการสู้กับหมาป่าตามนิสัยและรูปแบบการต่อสู้ของหมาป่า พวกเขาใช้เวลานานมากกว่าจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายได้

 

“จำไว้ ถ้าทำตามแผนแล้วยังเอาชนะมันไม่ได้ รีบหนีทันที อย่าเอาตัวเข้าไปเสี่ยง พวกเราสามารถกลับมาสู้กับมันเมื่อไรก็ได้ ยังไงหมาป่าตัวนั้นมันก็อยู่ข้างในรัง ไม่ต้องจำเป็นต้องรีบ” เฉินจื่อเฉินย้ำแผนการก่อนที่จะลงไปในรัง

 

เขากลัวกว่าหานเซิ่นและเยี่ยหยู่เฟิงจะอยากได้วิญญาณอสูรมากเกินไปจนทำอะไรฝืนๆ ซึ่งอาจจะทำให้เสียแผน

 

“พวกเราจะทำทุกอย่างตามแผน” หานเซิ่นพูด ในใจเขาเชื่อว่าไม่มีใครแย่งวิญญาณอสูรไปจากเขาได้ มีเขาแค่คนเดียวที่สามารถฆ่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดได้