0 Views

เยี่ยหยู่เฟิงมองหานเซิ่นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน และค่อยๆวิ่งออกไปข้างนอก ขณะที่วิ่งเขาหันกลับมาดู และเห็นหมาป่าสีดำกระโจนใส่หานเซิ่น

 

เยี่ยหยู่เฟิงไม่ใจแข็งพอที่จะดูฉากแบบนี้ เขารู้สึกผิดมาก แค่ดูก็รู้แล้วว่าหานเซิ่นไม่รอดแน่ ที่เขาทำได้ตอนนี้ก็คือต้องรีบวิ่งออกไปแม้ขาจะบาดเจ็บ ถ้าไม่เร็วพอเขาก็อาจจะตายเช่นเดียวกัน

 

เยี่ยหยู่เฟิงกัดฟัน และวิ่งไปด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่เขากำลังวิ่งไป เขาก็ได้ยินเสียงหอนของหมาป่าดังอย่างต่อเนื่อง

 

ภายในรัง หานเซิ่นจ้องหมาป่าตาไม่กระพริบ ก่อนที่หมาป่าจะกระโดด หานเซิ่นก็เคลื่อนที่ไปข้างหน้าก่อนหนึ่งจังหวะแล้ว

 

ด้วยหัวใจที่เต้นราวกับเครื่องยนต์ และเลือดที่ถูกสูบฉีดอย่างเต็มที่ เส้นเลือดของหานเซิ่นปูดขึ้นมาทั่วร่างเหมือนกับมีงูอยู่ใต้ผิวหนังของเขา ซึ่งมันดูค่อนข้างน่ากลัว

 

ตอนนี้เขาใช้มนตรานอกรีตขั้นสูงสุดที่เขาทำได้ และใช้โอเวอร์โหลดกระตุ้นเซลล์ในร่างการ จนหานเซิ่นรู้สึกว่าได้ยินเสียงร้องครวญครางของกระดูก

 

เมื่อหานเซิ่นเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ตัวของเขาเกือบจะเป็นภาพเบลอๆ เนื่องจากความเร็วของเขา

 

แต่หานเซิ่นก็ยังช้ากว่าหมาป่ามาก เพราะยังไงหมาป่าตัวนี้ก็เป็นมอนสเตอร์ขั้นสุดยอดที่เด่นในด้านความเร็ว ดังนั้นความเร็วของมันสูงกว่ามอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิทุกตัวที่เขาเคยเจอ

 

ถึงตอนนี้ไทม์เคิร์สจะยังแสดงผลอยู่ แต่หานเซิ่นก็ยังช้ากว่ามัน แต่กระนั้นหมาป่าก็โจมตีหานเซิ่นไม่โดน เนื่องจากเทคนิคไคท์ติ้งของหานเซิ่น ทำให้หมาป่าเคลื่อนที่ไปผิดจุด ซึ่งเป็นจุดที่หานเซิ่นง่ายที่จะหลบ

 

แน่นอนว่าหานเซิ่นไม่ได้มองเห็นอนาคตได้ แต่เหตุผลที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะหานเซิ่นสามารถคาดเดาการเคลื่อนที่ของหมาป่าได้ล่วงหน้า เมื่อเขาเข้าใจรูปแบบการเคลื่อนที่ของมัน เขาก็สามารถทำให้หมาป่าโจมตีไปในแบบที่เขาคิดไว้ได้

 

เทคนิคที่เขาได้เรียนรู้มาจากควีนเป็นเทคนิคที่ล้ำค่ามาก มันทำให้เขาป้องกันการโจมตีของหมาป่าได้

 

แต่กระนั้นมันก็เป็นไปไม่ได้ที่หานเซิ่นจะฆ่าหมาป่าตอนนี้ แม้แต่วิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิแบบใช้ได้ครั้งเดียวยังทำอะไรมันไม่ได้ เพราะฉะนั้นหานเซิ่นเองก็ไม่น่าจะทำอะไรมันได้เช่นกัน

 

ก่อนที่เยี่ยหยู่เฟิงจะเรียกไทม์เคิร์สกลับ หานเซิ่นพยายามสู้กับหมาป่าให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เขาต้องการเข้าใจความแข็งแกร่งของมัน และรูปแบบการต่อสู้ให้มากที่สุด ซึ่งมันจะช่วยเขาได้มาก ถ้าต้องกลับมาสู้กับมันอีกครั้งในอนาคต

 

แม้หานเซิ่นจะคาดเดาการเคลื่อนไหวของมันได้หมด แต่มันก็รวดเร็วเกินไป ทำให้เขาไม่มีโอกาสโจมตีตอบโต้

 

เมื่อเห็นว่าเยี่ยหยู่เฟิงหนีออกมาได้เช่นกัน เฉินจื่อเฉินและเฉินหนานชิงก็อึ้ง เยี่ยหยู่เฟิงได้รับบาดเจ็บที่ขา ในตอนแรกพวกเขาคิดว่าเยี่ยหยู่เฟิงไม่น่ารอด

 

เยี่ยหยู่เฟิงไม่อยากจะพูดกับ 2 พี่น้องอีก เขามองไปที่ทางออกแทน แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่เห็นหานเซิ่นตามออกมา

 

“ไม่ต้องไปรอหรอก ต่อให้เป็นดอลลาร์ก็ไม่รอด” เฉินหนานชิงพูด

 

“หุบปากซะ!” แม้เยี่ยหยู่เฟิงเองก็คิดเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่ต้องการฟังเฉินหนานชิงพูด เยี่ยหยู่เฟิงไม่เข้าใจว่าทำไมดอลลาร์ถึงเลือกที่จะเอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยง เพื่อช่วยชีวิตเขา

 

เมื่อเฉินหนานชิงเกือบจะระเบิดอารมณ์ออกมา ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังออกมาจากในรัง

 

“รึว่าหมาป่ากำลังจะออกมา?” เฉินหนานชิงตื่นตระหนก เขาลืมเรื่องที่จะเอาเรื่องเยี่ยหยู่เฟิง และรีบวิ่งหนีให้ห่างจากจุดนั้น

 

เยี่ยหยู่เฟิงมองลงไปข้างล่าง และเห็นชายในชุดเกราะทอง ซึ่งจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากดอลลาร์

 

เฉินจื่อเฉินเองก็เห็นหานเซิ่นเช่นเดียวกัน เขารู้สึกช็อคมาก ‘เขารอดออกมาได้ยังไง มันไม่น่าจะเป็นไปได้’

 

“นายไม่เป็นไรใช่ไหม?” เยี่ยหยู่เฟิงถาม ขณะที่หานเซิ่นกระโดดออกมาจากรัง

 

“ใช่” หานเซิ่นตอบ ถ้าไม่ใช่เพราะเยี่ยหยู่เฟิงหนีออกมาไกลเกินจนไทม์เคิร์สถูกเรียกกลับอัตโนมัติ เขากะว่าจะสู้ต่ออีกหน่อย

 

หลังจากที่ได้ต่อสู้กับหมาป่า เขาก็มั่นใจในความคิดของตัวเองมากขึ้น มันยากเกินไปที่เขาจะฆ่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดคนเดียว ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดจะร่วมมือกับคนอื่นเลย เพราะเขากลัวว่าคนอื่นจะเป็นภาระมากกว่าช่วย

 

แต่อย่างไรก็ตามหลังจากได้เจอกับผู้วิวัฒนาการ หานเซิ่นก็เปลี่ยนความคิดใหม่ โดยทั่วไปแล้วคนที่อยู่ในก็อตแซงชัวรี่เขต 1 จะไม่สามารถสู้กับมอนสเตอร์ขั้นสุดยอดได้ ถึงพวกเขาจะมีจีโนพ้อยเลือดศักดิสิทธิเต็มก็ตาม

 

ผู้วิวัฒนาการอย่างเยี่ยหยู่เฟิง เฉินหนานชิงและเฉินจื่อเฉินสามารถเผชิญหน้ากับมอนสเอตร์ขั้นสุดยอดได้ โดยเฉพาะเยี่ยหยู่เฟิง เขามีประโยชน์มาก เพราะเขามีวิญญาณอสูรที่วิเศษอย่างไทม์เคิร์ส

 

แม้ไทม์เคิรส์จะไม่สามารถทำให้หมาป่าตัวนั้นช้าลงได้มาก แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหา หานเซิ่นยังมีเฟลมเลฟเทนแนนท์ที่สามารถเพิ่มพลังให้กับวิญญาณอสูรไทม์เคิร์สได้

 

ถ้าหานเซิ่นสามารถหาวิญญาณอสูรอื่นที่มีหลักการทำงานคล้ายๆกัน บางทีเขาอาจจะสามารถลดความสามารถของมอนสเตอร์ลงได้มากกว่านี้

 

แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งก็คือทำยังไงถึงจะฆ่ามันได้หลังจากที่ความเร็วมันลดลงแล้ว แม้แต่วิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิแบบใช้ได้ครั้งเดียวยังไม่สามารถทำให้มันบาดเจ็บได้ การจะฆ่ามันเป็นเรื่องที่ยากมาก

 

หานเซิ่นมีวิญญาณอสูรดาบเลือดศักดิ์สิทธิที่ได้มาจากคุณอวี้ ด้วยการเพิ่มพลังจากเดวิลซอร์ดและเฟลมเลฟเทนแนนท์ บางทีมันก็อาจจะเป็นไปได้ที่จะฆ่าหมาป่า ขอแค่เขาโจมตีมันให้โดนก็พอ

 

แต่หานเซิ่นคนเดียวไม่น่าจะทำได้ ดังนั้นเขาจึงต้องทำให้เยี่ยหยู่เฟิงรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ เพื่อทำให้เยี่ยหยู่เฟิงยอมตกลงช่วยเขา และมันจะดียิ่งขึ้นไปอีก ถ้าเขาได้เฉินจื่อเฉินและเฉินหนานชิงมาช่วยอีกแรง ถ้าได้พวกเขา 2 คนมาจะทำให้ถ่วงเวลามอนสเตอร์ได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้หานเซิ่นมีเวลาและโอกาสมากขึ้น

 

หานเซิ่นยังสงสัยอยู่ว่าเฉินหนานชิงจะมีวิญญาณอสูรโล่เลือดศักดิ์สิทธิอยู่อีกสักอันหรือไม่ ถ้ามี เขาจะซื้อเวลาได้มากขึ้น

 

“ดอลลาร์ สรุปว่านายคือผู้วิวัฒนาการ นายปิดบังพวกเรามาตลอด” เฉินหนานชิงพูด

 

เป็นธรรมดาที่เฉินหนานชิงจะคิดว่าหานเซิ่นเป็นผู้วิวัฒนาการเหมือนพวกเขา ไม่งั้นแล้วเขาจะสามารถหนีรอดจากหมาป่าได้ยังไง?

 

เยี่ยหยู่เฟิงและเฉินจื่อเฉินเองก็มีความคิดแบบเดียวกัน พวกเขามั่นใจมากว่าผู้ยังไม่วิวัฒนาการไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้ได้

 

หานเซิ่นไม่ได้โต้แย้งอะไร เขาไม่สนว่าคนอื่นจะคิดยังไง

 

“ดอลลาร์ ถ้านายต้องการอะไรในอนาคต แค่ขอมา นายเป็นคนช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันจะจำเรื่องนี้ไปตลอดชีวิต” เยี่ยหยู่เฟิงพูดกับหานเซิ่นอย่างจริงจัง

 

“ฉันมีบางอย่างที่ต้องการขอนายช่วยตอนนี้” หานเซิ่นพูดขึ้นมาทันที