0 Views

หมาป่าสีดำปรากฏตัวต่อหน้าเฉินหนานชิงอย่างรวดเร็ว แต่เฉินหนานชิงก็เร็วพอเขาที่จะเรียกวิญญาณอสูรโล่สีทองแดงออกมาป้องกัน

 

เคร็ง!

โล่ที่หนากว่า 5 นิ้วถูกกรงเล็บของหมาป่าฉีกขาดได้ง่ายๆเหมือนกระดาษ มันเกือบจะขาดครึ่งเลยทีเดียว

 

“โล่เลือดศักดิ์สิทธิของฉัน!” เฉินหนานชิงร้องออกมาด้วยความโกรธ

 

เฉินจื่อเฉินและเยี่ยหยู่เฟิงฟันไปที่หมาป่าด้วยดาบของพวกเขา ขณะที่ดาบกำลังจะถึงตัว หมาป่าก็กระโจนใส่หานเซิ่นเรียบร้อยแล้ว

 

แม้หานเซิ่นจะถือหอกของบีทเทิลไนท์อยู่ในมือ แต่เมื่อเขาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับโล่ระดับเลือดศักดิ์สิทธิ เขาก็ไม่กล้าที่จะใช้มันป้องกันหมาป่า หัวใจของเขาเต้นรัว และร่างกายของเขาก็มีพลังมหาศาลไหลเวียนอยู่

 

หานเซิ่นใช้สปาติเคิลเคลื่อนที่ไปด้านข้าง เพื่อหลบการโจมตีของหมาป่าสีเงิน

 

หลังจากที่หมาป่าลงพื้น มันก็ไม่ลังเลที่จะกระโจนออกไปโจมตีอีกครั้ง มันหันไปจ้องที่หานเซิ่น เห็นได้ชัดว่ามันประหลาดใจที่หานเซิ่นสามารถหลบการโจมตีของมันได้

 

นอกจากหมาป่าแล้ว เฉินหนานชิง เฉินจื่อเฉินและเยี่ยหยู่เฟิงก็ไม่ได้คาดคิดว่าหานเซิ่นจะหลบการโจมตีของหมาป่าได้เหมือนกัน

 

พวกเขารู้สึกว่ามันไม่ง่ายที่จะทำแบบนั้น ขนาดคนที่วิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยกลายพันธ์ยังไม่สามารถทำแบบนี้ได้

 

การที่หานเซิ่นหลบการโจมตีของหมาป่าได้ ทำให้พวกเขาประหลาดใจมาก

 

“ถอยก่อน!” เยี่ยหยู่เฟิงตะโกน และรีบวิ่งไปที่ทางออกทันที แม้หมาป่าจะอยู่ใต้อิทธิพลของไทม์เคิร์ส แต่พวกเขาก็ยังมองไม่เห็นความหวังที่จะฆ่ามันได้เลย

 

เยี่ยหยู่เฟิงและเฉินหนานชิงเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว แต่ในตอนที่พวกเขาเริ่มขยับ หมาป่าก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างหน้าพวกเขาราวกับเงา มันบังทางออกเอาไว้

 

“บัดซบ! ฉันจะสู้กับมันเอง” เฉินหนานชิงยกโล่ที่แทบจะขาดครึ่งขึ้นมา และใช้มันกระแทกหมาป่า

 

คนอื่นๆเองก็ไม่กล้าที่จะรอช้า พวกเขาพยายามกวัดแกว่งอาวุธของตัวเอง พวกเขารู้ดีว่าถ้าไม่ฝ่าออกไปละก็พวกเขาจะต้องตายอยู่ที่นี่

 

แต่อย่างไรก็ตามการกระทำของหมาป่าทำให้พวกเขามองเห็นความหวังขึ้นมาบ้าง เหตุผลที่พวกเขาไม่สามารถฆ่ามันได้ก็ก่อนหน้านี้ก็เพราะพวกเขามันไม่โดน ซึ่งการที่หมาป่ามาขวางทางออกของพวกเขา มันก็ต้องเตรียมตัวที่จะรับการโจมตีของพวกเขาเช่นกัน บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสในการฆ่ามันก็ได้

 

แต่ไม่นานพวกเขาก็พบว่าจริงๆแล้วมันไม่ได้ง่ายอย่างที่พวกเขาคิดเอาไว้

 

หมาป่ามันไม่ได้แค่หลบการโจมตีของพวกเขาได้ทั้งหมดเท่านั้น แต่มันยังใช้กรงเล็บตะปบโล่ของเฉินหนานชิงในชั่วพริบตา

 

โล่ของเฉินหนานชิงไม่สามารถคงรูปเดิมได้อีกต่อไป เฉินหนานชิงกระเด็นถอยหลังไปด้วยแรงจากการโจมตีของหมาป่า และต้องตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้น

 

ติ๊ง!

เยี่ยหยู่เฟิงใช้มีดของเขาโจมตีไปที่หมาป่าในตอนที่มันเผลอ

 

“วิญญาณอสูรต้องเป็นของฉัน!” เยี่ยหยู่เฟิงร้องออกมา ตาของเขาเป็นประกาย เห็นได้ชัดว่าเขามั่นใจในการโจมตีครั้งนี้มาก

 

ปัง!

มีดสัมผัสกับคอของหมาป่า และระเบิดออก เศษมีดนับพันชิ้นกระจัดกระจายไปทุกทิศทาง ส่วนมากจะกระเด็นไปที่หมาป่าด้วยความเร็วสูง

 

หานเซิ่นช็อคเล็กน้อย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเยี่ยหยู่เฟิงถึงได้มั่นใจนัก นั่นก็เพราะเขามีมีดที่เป็นวิญญาณอสูรแบบใช้ได้ครั้งเดียวเหมือนบูมเมอแรงโกสบัพเตอร์ฟราย ดูแล้วมันน่าจะเป็นวิญญาณอสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิด้วย

 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นทำให้เยี่ยหยู่เฟิงหน้าซีด

 

เศษมีดนับพันชนเข้ากับตัวของหมาป่าแล้วก็เด้งออก ด้วยความคมและความเร็วของมันไม่สามารถทำอะไรหมาป่าได้เลยแม้แต่เส้นขนของมัน เศษมีดล่วงลงไปบนพื้นเหมือนกับเศษแก้วแตก

 

“นี่มันเป็นไปได้ยังไง?” เยี่ยหยู่เฟิงเบิกตากว้าง

เฉินหนานชิงและเฉินจื่อเฉินเองก็ตกตะลึงเช่นกัน แค่ดูพวกเขาก็รู้ว่ามีดนั่นมีพลังมากแค่ไหน แต่การที่มันใช้กับหมาป่าไม่ได้ผล ทำให้พวกเขารู้สึกสิ้นหวังมาก

 

มีเพียงแค่หานเซิ่นคนเดียวที่ดูไม่แปลกใจกับผลลัพธ์นี้เท่าไหร่ เพราะเขารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นมอนสเตอร์ขั้นสุดยอด

 

หลังจากที่โดนโจมตี หมาป่าก็แสดงความหงุดหงิดออกมา มันหอนและกระโจนใส่เยี่ยหยู่เฟิง

 

เยี่ยหยู่เฟิงใช้แรงทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อวิ่งหนี แม้เขาจะสามารถหลบเลี่ยงจุดตายเอาไว้ได้ แต่ขาของเขาก็มีเลือดไหลออกมา

 

เฉินจื่อเฉินและเฉินหนานชิงใช้โอกาสนี้เพื่อหนีออกไปทางกำแพงสีเขียวที่เปิดอยู่ จากนั้นพวกเขาก็รีบวิ่งหนีออกไปทันที

 

เพราะได้รับบาดเจ็บที่ขา ทำให้เยี่ยหยู่เฟิงไม่สามารถวิ่งหนีได้ เขาเป็นคนที่อยู่รั้งท้าย และเขาก็ไม่สามารถหลบการโจมตีของหมาป่าได้อีกเป็นครั้งที่ 2

 

ตอนนี้เขารู้สึกสิ้นหวังมาก เขาต้องการจะฟันหมาป่าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย แม้สถานการณ์จะสิ้นหวัง แต่เขาก็ไม่ต้องการตายอย่างไร้ประโยชน์ ดาบวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิของเขาเด้งกลับมา หลังจากฟันไปที่หมาป่า

 

เมื่อเห็นกรงเล็บของหมาป่าเกือบจะถึงตัวเขาแล้ว แม้เยี่ยหยู่เฟิงจะใส่ชุดเกราะระดับเลือดศักดิ์สิทธิก็ตาม เขาก็ไม่คิดว่ามันจะป้องกันการโจมตีนี้ได้

 

‘ฉันจะต้องมาตายแบบนี้น่ะหรอ?’ เขาคิด

 

แต่ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่ามีใครบางคนดึงเขาไปข้างหลัง เพื่อหลบการโจมตีของหมาป่า

 

ปัง!

เยี่ยหยู่เฟิงถูกโยนไปที่ทางออก หลังจากลุกขึ้นมาได้ เขาก็เห็นหานเซิ่นกำลังยืนประจัญหน้ากับหมาป่า

 

“ดอลลาร์?” เยี่ยหยู่เฟิงอึ้ง เขาไม่อยากเชื่อว่าดอลลาร์จะมาช่วยชีวิตเขา

 

“รีบไป! ทำไมนายยังมัวยืนอยู่ตรงนั้นอีก?” หานเซิ่นตะโกนออกมา ขณะจ้องไปที่หมาป่า

 

เหตุผลที่เขาช่วยเยี่ยหยู่เฟิง ไม่ใช่เพราะว่าเขาชอบคนประเภทนี้ แต่เพราะเขาคิดวิธีที่จะฆ่ามอนสเตอร์ตัวนี้ได้แล้ว และไทม์เคิร์สของเยี่ยหยู่เฟิงก็เป็นสิ่งที่จำเป็นในแผนการของเขา