0 Views

“พวกเรามีกัน 2 คน แล้วทำไมนายถึงขอส่วนแบ่งเนื้อครึ่งหนึ่ง และยังจะขอทำลายไข่อีก?” เฉินหนานชิงพูดอย่างไม่พอใจ

 

“ถ้าพวกนายมีวิธีฆ่ามอนสเตอร์ตัวนั้นก็เสนอมาได้เลย ฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว และพวกนายจะได้เป็นคนทำลายไข่” เยี่ยหยู่เฟิงพูด

 

เฉินหนานชิงไม่พูดอะไร ถ้ามีวิธีเขาคงไม่เสียเพื่อนไปถึง 4 คน

“โปรดอธิบายแผนมา” เฉินจื่อเฉินพูด

 

“ฉันคิดว่าพวกนายคงจะรักษาสัญญา ดังนั้นฉันจะไม่ปิดปังอะไรพวกนาย” เยี่ยหยู่เฟิงหยุดไปชั่วครู่ และพูดต่อ “จริงๆมันเป็นวิธีที่ง่ายมาก เนื่องจากมอนสเตอร์ตัวนั้นมีความเร็วที่สูงมาก สิ่งที่เราต้องทำก็คือลดความเร็วของมัน”

 

“นายก็พูดไปแล้วไม่ใช่หรอ? ที่เราอยากรู้ก็คือจะลดความเร็วมันยังไง?” เฉินหนานชิงเริ่มหัวร้อน

 

“พวกนายทำไม่ได้แน่นอน แต่ฉันทำได้” เยี่ยหยู่เฟิงเรียกวิญญาณอสูรที่เป็นกลุ่มควันสีดำออกมา กลุ่มควันรวมตัวกันเป็นรูปนาฬิกาทราย

 

“นี่เป็นวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิเสริมพลังของฉัน ไทม์เคิร์ส (time curse) มันสามารถทำให้มอนสเตอร์ช้าลงได้ ถึงมันจะเป็นวิญญาณอสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ แต่ประสิทธิภาพของมันก็ไม่ได้สู้มากนักถ้าใช้ใส่มอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิ แต่กระนั้นมันก็ยังสามารถลดความเร็วของมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิ์ได้ นายคิดว่าเป็นยังไงบ้าง” เยี่ยหยู่เฟิงถาม ขณะชี้ไปที่วิญญาณอสูรของเขา

 

“มันก็ขึ้นอยู่กับว่าความเร็วมันจะลดลงมากแค่ไหน” เฉินจื่อเฉินพูด ขณะจ้องมองไปที่ไทม์เคิร์ส

 

“นายสามารถทดสอบได้ด้วยตัวเอง” เยี่ยหยู่เฟิงพูด และใช้ไทม์เคิร์สใส่ เฉินจื่อเฉิน

 

กลุ่มควันสีดำเข้าไปปกคลุมตัวของเฉินจื่อเฉินทันที เฉินจื่อเฉินลองเดินดู และพบว่ามันช้าลงอย่างเห็นได้ชัดเจน

 

เฉินจื่อเฉินพยักหน้าและพูด “ผลของมันค่อนข้างดี ถึงมันจะไม่ได้ช้าลงมาก แต่มันก็น่าจะพอทำให้เราโจมตีมอนสเตอร์ตัวนั้นโดน รีบไปจัดการมันเลยดีกว่า”

 

“เยี่ยม” เยี่ยหยู่เฟิงวางแผนกับ 2 พี่น้องตระกูลเฉิน หลังจากนั้นพวกเขาทั้ง 3 ก็เข้าไปในรังด้วยกัน หานเซิ่นตามพวกเขาลงไปด้วย ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรหานเซิ่นมาก บางทีหานเซิ่นอาจจะช่วยก่อกวนมอนสเตอร์ให้พวกเขาได้ ดังนั้นพวกเขาเลยไม่คิดจะหยุดหานเซิ่น

 

มันไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับหานเซิ่นที่ได้เข้ามาในรัง แสงสีขาวที่อยู่ตามผนังไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกังวล ถึงมอนสเตอร์ข้างในเป็นมอนสเตอร์ขั้นสุดยอด หานเซิ่นก็เชื่อว่าเขาสามารถดิ้นร่นจนเอาชนะมันได้

 

ไม่นานหานเซิ่นก็เห็นกำแพงสีเขียวที่ถูกทำลาย ข้างหลังกำแพงเป็นลานกว้างๆที่เต็มไปด้วยห้องจำนวนมากที่มีขนาดแตกต่างกัน

 

ห้องแต่ละห้องเรียงตัวกันเหมือนกับใยแมงมุม ทำให้คนรู้สึกเสียวสันหลัง ราวกับว่าจะมีแมงมุมนับล้านออกมา

 

ข้างในกำแพงสีเขียวมีเลือดสาดกระจายไปทั่ว แต่พวกเขาไม่พบร่างของทั้ง 4 คนที่ลงมาก่อนหน้านี้เลย บางทีพวกเขาอาจจะถูกกินไปแล้วก็ได้

 

“เฉินจื่อเฉิน ในบรรดาพวกเรา นายเป็นคนเดียวที่หลบการโจมตีแบบถึงตายของมอนสเตอร์ได้ดีที่สุด ฉันกลัวว่านายจะต้องไปล่อมอนสเตอร์ออกมา ฉันจะได้ใช้ไทม์เคิร์สใส่มัน” เยี่ยหยู่เฟิงหยุดเดินและพูด

 

เฉินจื่อเฉินพยักหน้าและเรียกวิญญาณอสูรที่มีรูปร่างเหมือนลิงออกมา เขาค่อยๆย่องเข้าไปในรังมอนสเตอร์อย่างช้าๆ

 

เยี่ยหยู่เฟิงและเฉินหนานชิงกำลังมองดูเฉินจื่อเฉินอย่างใจจดใจจ่อ เช่นเดียวกันหานเซิ่น เขาอยากรู้ว่ามอนสเตอร์ตัวที่ว่ามันเป็นยังไง

 

ก่อนจะลงมาพวกเขาก็ตกลงกันแล้วว่าจะต้องมีหนึ่งคนไปล่อมอนสเตอร์มา แต่เยี่ยหยู่เฟิงจะไม่ใช่คนที่ไปล่อ เพราะถ้าเข้าไปล่อมอนสเตอร์ เขาจะไม่สามารถใช้ไทม์เคิร์สได้

 

เห็นได้ชัดว่าเยี่ยหยู่เฟิงไม่สามารถใช้ความสามารถในการหลบได้เต็มที่ถ้าเขาใช้ไทม์เคิร์ส ซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาต้องหาคนช่วย

 

เมื่อเฉินจื่อเฉินเดินผ่านช่องว่างของกำแพงเข้าไป เขาก็เห็นเงาดำๆกำลังวิ่งเข้ามาหาเขาจากห้องที่อยู่ใกล้ๆ

 

เงานั้นเคลื่อนไหวว่องไวมาก หานเซิ่นมองมันเต็ม 2 ตา โดยใช้สมาธิเต็มที่ แต่เขาเห็นแค่เบลอๆเท่านั้น เขารู้สึกว่ารูปร่างมันเหมือนกับหมาป่าหรือสุนัขจิ้งจอก

 

เฉินจื่อเฉินเป็นคนที่แข็งแกร่งจริงๆ ภายใต้สถานการณ์ที่วิกฤตแบบนี้ เขาก็ยังควบคุมสติได้ เขารีบหมุนตัวไปในมุมที่ไม่น่าเชื่อ เพื่อป้องกันจุดตายของเขาเอาไว้ เงาสีดำเพียงแค่เฉี่ยวแขนเขาไปเท่านั้น แต่กระนั้นมันก็ยังทำให้เขาเลือดออก

 

หลังจากตัวมันลงพื้นแล้ว เงานั้นก็ยังไม่หยุด มันก็กระโดดเข้าไปใส่เฉินจื่อเฉินอีกครั้ง

 

“เอานี่ไปกิน” เยี่ยหยู่เฟิงใช้ไทม์เคิร์สใส่มอนสเตอร์

 

ผลของไทม์เคิร์สเป็นแบบล็อคเป้าหมาย ไม่ว่ามอนสเตอร์ตัวนั้นจะหนีไปไหน มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหลบวิญญาณอสูรแบบนี้ ทันใดนั้นเงาสีดำที่เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับสายฟ้าก็ลดความเร็วลง

 

ในที่สุดกลุ่มของพวกเขาก็เห็นลักษณะของมอนสเตอร์ มันคือหมาป่าสีดำที่มีขนาดใหญ่กว่าปรกติ ขนาดของมันพอๆกับเสือโครงตัวเต็มวัย ขนของมันเป็นเงาเหมือนกับโลหะ ถ้ามันไม่ขยับตัว มันจะดูเหมือนกับรูปปั้นเลย

 

“ฆ่ามัน!” ทั้งเยี่ยหยู่เฟิงและเฉินหนานชิงบุกเข้าไปใส่มอนสเตอร์ทันที พวกเขาพยายามจะฆ่ามันโดยร่วมมือกับเฉินจื่อเฉิน

 

หานเซิ่นเปลี่ยนร่างเป็นนักฆ่ากระหายเลือด และเดินเข้าไปเช่นเดียวกัน มอนสเตอร์เริ่มช้าลงแล้ว และพวกเขาก็เห็นการเคลื่อนที่ของมัน ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะฆ่ามันให้ได้

 

เพราะความเร็วของมันลดลง ทำให้มอนสเตอร์ไม่สามารถทำอันตราย เฉินจื่อเฉินได้ในการกระโดดใส่เมื่อสักครู่ หลังจากที่มันลงพื้น มันก็เห็นว่ามีคนบุกเข้ามาเพิ่ม แต่ดูเหมือนมันไม่ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย

 

พวกเขาทั้ง 4 คนเรียกอาวุธของตัวเองออกมา แต่ทว่าอยู่ๆหมาป่าสีดำก็หอน จากนั้นมันก็กระโดดอีกครั้ง ความเร็วของมันไม่ได้น้อยกว่าตอนที่ยังไม่โดนไทม์เคิร์สเลย

 

“บ้าชัดๆ มอนสเตอร์ตัวนี้แปลกมาก ไทม์เคิร์สใช้กับมันไม่ได้ผล” เยี่ยหยู่เฟิงพูดออกมาอย่างตื่นตระหนก

 

เฉินจื่อเฉินและเฉินหนานชิงหน้าซีด พวกเขาเองก็พอจะดูออกว่าความเร็วของมันตอนนี้เหมือนตอนที่ไม่ยังได้โดนไทม์เคิร์สไม่มีผิด ราวกับว่าไทม์เคิร์สใช้ไม่ได้ผล

 

แต่ทว่าหานเซิ่นกับคิดว่าหมาป่าตัวนี้ไม่ได้ต้านทานไทม์เคิร์สได้ จริงๆแล้วไทม์เคิร์สยังแสดงผลอยู่ แต่เนื่องจากมอนสเตอร์ไม่ได้ช้าลง แสดงว่าในตอนแรกมันยังไม่ได้ใช้ความเร็วเต็มที่