0 Views

“โอเค” หานเซิ่นเพิ่มความเร็วขึ้นอีกเล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่านำทางได้ช้าอยู่ เพื่อให้มั่นใจว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นจะพอควบคุมสถานการณ์ได้ หลังจากเดินทางมาได้ครึ่งวัน หานเซิ่นก็เห็นฝูงมอนสเตอร์ที่ดูเหมือนครึ่งม้าครึ่งวัวกำลังวิ่งอยู่ภายในภูเขา หานเซิ่นมองดูมันอย่างละเอียด และคิดว่าพวกมันทั้งหมดน่าจะเป็นมอนสเตอร์ระดับกลายพันธ์

 

“ดอลลาร์ เราลองมาแข่งกันหน่อยไหม?ว่าใครจะฆ่ามอนสเตอร์กลายพันธ์พวกนั้นได้เยอะกว่ากัน” เฉินหนานชิงไม่ได้มีความคิดในแง่ลบอะไรกับหานเซิ่น เพียงแค่ดอลลาร์เป็นคนที่มีชื่อเสียงมาก และทุกคนก็พูดกันว่าเขาสามารถเป็นผู้ถูกเลือกอันดับ 1 ได้ ทำให้เขาอยากจะรู้ว่าหลังจากวิวัฒนาการแล้ว เขาพอจะเทียบกับดอลลาร์ได้ไหม

 

การเอาชนะดอลลาร์มีความหมายกับเฉินหนานชิงมาก แค่เอาชนะดอลลาร์ได้ เขาก็สามารถเอาไปคุยโวได้ทั้งชาติ

 

เฉินหนานชิงไม่สนใจว่าจะต้องแข่งอะไรกับดอลลาร์ ขอแค่เขาเอาชนะให้ได้ก็พอ

 

“ไม่จำเป็นต้องแข่งหรอก ฉันไม่เหมาะจะเป็นคู่แข่งของนาย” หานเซิ่นพูด

 

ในสายตาของหานเซิ่น เฉินหนานชิงยังไม่คู่ควรจะเป็นคู่แข่งของเขา การแข่งกับเฉินหนานชิงเป็นเรื่องที่เสียเวลาเปล่าๆ

 

ในกลุ่มคงไม่มีใครต้องการเนื้อมอนสเตอร์ระดับกลายพันธ์ หรือแม้แต่วิญญาณอสูรระดับกลายพันธ์ก็อาจจะไร้ประโยชน์สำหรับพวกเขาที่เป็นผู้วิวัฒนาการแล้ว การมาเสียเวลาล่ามอนสเตอร์พวกนี้เป็นเหมือนเรื่องเล่นของเด็กๆสำหรับหานเซิ่น

 

เฉินหนานชิงหัวเราะอย่างพอใจ เช่นเดียวกับผู้วิวัฒนาการอีก 4 คนที่มองหานเซิ่นด้วยสายตาดูถูก พวกเขาคิดว่าหานเซิ่นกลัวที่จะต้องสู้กับเฉินหนานชิง

 

แต่ทว่าเฉินจื่อเฉินมองหานเซิ่นตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้เพื่อนของเขาจะไม่ได้สังเกต แต่เฉินจื่อเฉินเห็นความเยือกเย็นของหานเซิ่น ถึงจะโดนดูถูกแต่สีหน้าท่าทางของเขาไม่เปลี่ยนเลย

 

การที่หานเซิ่นไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมา มันยิ่งกว่าการดูถูกของพวกเขาซะอีก ในสายตาของเฉินจื่อเฉิน หานเซิ่นคงไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา

 

เฉินจื่อเฉินรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับท่าทีของหานเซิ่น แม้เขาไม่ได้ต้องการจะเอาชนะเพื่อเอาไปโอ้อวดเหมือนกับเฉินหนานชิง แต่ตอนนี้เขาเองก็เริ่มอยากจะเอาชนะหานเซิ่นบ้าง

 

อย่างไรก็ตามเฉินจื่อเฉินลังเล เขาคิด ‘ลืมมันไปดีกว่า ยังไงเราก็วิวัฒนาการแล้ว การเอาชนะเขาได้ตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าจะให้ดีต้องรอให้เขาวิวัฒนาการก่อน ถึงจะยุติธรรม’

 

เนื่องจากหานเซิ่นไม่ได้ถือสาท่าทีดูถูกของพวกเขา ทำให้กลุ่มยังคงเดินทางต่อไปอย่างราบลื่น

 

หลังจากผ่านไป 2 วัน พวกเขาก็ยังไม่เห็นมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิเลยสักตัว ทำให้กลุ่มของพวกเขาเริ่มรู้สึกผิดหวังและหงุดหงิดมาก

 

“เห็นคนมักจะพูดกันว่าในภูเขามังกรหยกมีมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิเยอะนักไง? แล้วทำไมเราเดินทางกันมาตั้งนานแล้วแต่ยังไม่เห็นเจอสักตัว หรือว่านายจะนำทางพวกเรามาผิด?” เฉินหนานชิงถามหานเซิ่นอย่างหมดความอดทน

 

“พวกเรามากันถูกทางแล้ว ภูเขานี้กว้างใหญ่มาก พวกเราเดินทางกันมาได้แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น” หานเซิ่นตอบอย่างใจเย็น

 

หานเซิ่นเลือกเส้นทางที่เขาเคยไปเจอโกลเด้นโกรวเลอร์ ดังนั้นมันก็ควรจะต้องมีมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิอยู่มากมาย

 

หลังจากเดินทางมาอีกครึ่งวัน อยู่ๆหานเซิ่นก็หยุด และมองไปที่ชั้นของภูเขาที่อยู่ข้างหน้าด้วยความรู้สึกยินดี

 

“ทำไมอยู่ๆนายถึงหยุด?” เฉินหนานชิงขมวดคิ้วและถาม

 

“ฉันกลัวว่าพวกเราจะไปต่อไม่ได้แล้ว” หานเซิ่นพูด

 

คนที่เหลือในกลุ่มมองไปข้างหน้า แต่พวกเขาก็ไม่เห็นอะไร เฉินหนานชิงพูดอย่างหมดความอดทน “ไม่เห็นมีมอนสเตอร์หรืออะไรที่ผิดปรกติเลย แล้วทำไมพวกเราถึงไปต่อไม่ได้?”

 

“ถ้าฉันมองไม่ผิด ข้างหน้าเราน่าจะมีดอกบัวแห่งชีวิตอยู่” หานเซิ่นชี้ไปที่ชั้นของภูเขาและพูด

 

“อะไรนะ? นายจะบอกว่ามีรังอยู่ที่นี่งั้นหรอ?” ทุกคนเริ่มตื่นเต้นทันที และมองไปที่ภูเขา แต่กระนั้นพวกเขาก็บอกไม่ได้ว่าดูยังไงถึงเป็นดอกบัวแห่งชีวิต ในบริเวณนี้มีภูเขาจำนวนมาก แต่ภูเขาพวกนี้ก็ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษสำหรับพวกเขา

 

“นายแน่ใจหรอว่าที่นี่มีรังจริงๆ?” เฉินหนานชิงถามหานเซิ่นทันที

 

“ฉันเพียงแค่คาดเดา” หานเซิ่นตอบ แต่ในใจของเขามั่นใจมากว่ามันต้องเป็นรังแน่

 

หานเซิ่นกำลังวางแผนอยู่ว่าทำยังไงถึงจะได้ทำลายไข่ก่อนคนอื่นๆ

 

ในสัญญาระบุไว้เพียงแค่ให้หานเซิ่นนำทางพวกเขามาที่นี่ เมื่อมีมอนสเตอร์ปรากฏตัว หานเซิ่นสามารถที่จะฆ่ามันได้ ใครก็ตามที่ฆ่ามอนสเตอร์ได้ก็จะถือว่าเป็นเจ้าของมอนสเตอร์ตัวนั้น

 

ซึ่งนั้นเป็นเงื่อนไขที่หานเซิ่นเป็นคนเสนอเองก่อนที่จะออกเดินทาง และกลุ่มของพวกเขาก็ยอมตอบตกลงง่ายๆ เพราะพวกเขาไม่เชื่อว่าผู้ยังไม่วิวัฒนาการจะสามารถแย่งพวกเขาฆ่ามอนสเตอร์ได้

 

“งั้นไปดูกันเถอะ” เฉินจื่อเฉินควบสัตว์ขี่ตรงเข้าไปที่ดอกบัวแห่งชีวิตเป็นคนเเรก

 

ตรงดอกบัวแห่งชีวิตเป็นเนินที่ชันมาก ถ้าไม่มีปีกก็จะต้องปีนขึ้นไปเท่านั้น

 

หานเซิ่นตามพวกเขาไป ถ้าเป็นที่อื่นหานเซิ่นคงจะวิ่งเข้าไปข้างในก่อนคนอื่นๆแล้ว แต่ในเมื่อที่นี่คือภูเขามังกรหยก หานเซิ่นจึงต้องระวังมากเป็นพิเศษ เขายังไม่แน่ใจว่ามีมอนสเตอร์อะไรอยู่ข้างในบ้าง

 

หลังจากปีนเข้ากันไปได้สักพัก ทุกคนก็เริ่มเห็นชัดแล้วว่ามันคือดอกบัวแห่งชีวิตไม่ผิดแน่ พวกเขาดีใจกันมากและพูด “มันคือรังจริงๆ พวกเราโครตโชคดี!”

 

ถึงพวกเขาจะเจอมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิสัก 3-4 ตัว พวกเขาก็ยังรู้สึกว่าไม่โชคดีเท่าเจอรัง เพราะการฆ่ามอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิไม่ได้การันตีว่าจะได้วิญญาณอสูร แต่การทำลายไข่จะได้วิญญาณอสูร 100%

 

แม้แต่ในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 วิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิก็ยังพอจะมีประโยชน์อยู่บ้างในช่วงแรกๆ และถึงจะไม่มีประโยชน์เลยก็ตามมันก็เอาไปแลกกับวิญญาณอสูรของก็อตแซงชัวรี่เขต 2 หรือขายเป็นเงินได้ ดังนั้นถึงกลุ่มของพวกเขาจะวิวัฒนาการกันหมดแล้ว แต่พวกเขาก็ยังต้องการวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิกันมาก ไม่มีทางที่พวกเขาจะปล่อยโอกาสดีๆแบบนี้หลุดลอยไป

 

หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าเป็นรังจริงๆ พวกเขาก็เร่งความเร็วตรงเข้าไปที่ศูนย์กลางของดอกบัวแห่งชีวิต

 

“ระวัง!” อยู่ๆหานเซิ่นที่ตามมาด้านหลังก็ตะโกนออกมา

 

กลุ่มของพวกเขาช็อค และรีบหันไปมองหานเซิ่น หานเซิ่นชี้นิ้วไปบนท้องฟ้า พวกเขามองตามขึ้นไป และเห็นว่ามีนกตัวหนึ่งกำลังบินตรงมาที่พวกเขาเหมือนก้อนเมฆสีดำ

 

 

Facebook Page : SGG

ตอนนี้กลุ่มลับถึงตอน 1136 แล้วครับ