0 Views

เมื่อความร้อนและกลุ่มควันเกือบจะถึงระดับที่อันตราย จินรื่อเจี๋ย จินฉิวหลี่และซุนหมิงฮว่าก็ถอยกลับไปทันที แต่ทว่าหานเซิ่นกับไม่ไปไหน เขายังยืนอยู่ที่หน้าผา

 

นี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่เขาจะสามารถฆ่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอด ถ้าเขาถอยตอนนี้ เขาจะหมดโอกาสที่จะเก็บผลึกพลังชีวิต และก็เขาจะไม่มีโอกาสได้วิญญาณอสูรขั้นสุดยอดดวงแรก

 

หานเซิ่นปรารถนาที่จะได้วิญญาณอสูรขั้นสุดยอดมากยิ่งกว่าผลึกพลังชีวิต ถ้าเขาได้อาวุธที่ทรงพลังมา บางที่เขาอาจจะฆ่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดได้ด้วยตัวเอง

 

“หานเซิ่นไปเร็ว ตรงนั้นมันอันตรายมาก” จินรื่อเจี๋ยตะโกนบอกหานเซิ่น

 

“ไปก่อนเลย ฉันขอดูต่ออีกหน่อย” หานเซิ่นกัดฟันและพูด พร้อมกับเริ่มใช้กายหยกในเวลาเดียวกัน

 

ด้วยการปกป้องจากเกราะแฟนท่อมแอนท์เลือดศักดิ์สิทธิ และวิชากายหยก หานเซิ่นสามารถยืนดูการต่อสู้ของมอนสเตอร์ทั้ง 2 ตัวได้ ถึงการมองเห็นของเขาจะเบลอๆจากหมอกควันจำนวนมาก

 

เสียงขู่ เสียงคำราม เสียงลาวา เสียงน้ำและก็หมอกควันที่ลอยขึ้นมา หานเซิ่นสามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์ทั้ง 2 ได้

 

‘แฟรี่ควีน!’ แต่แค่นั้นยังไม่พอ หานเซิ่นยังบอกไม่ได้เกิดอะไรขึ้นข้างล่างบ้าง เขาเรียกวิญญาณอสูรแฟนท่อมแอนท์เลือดศักดิ์สิทธิกลับ และเปลี่ยนร่างเป็นแฟรี่ควีน ด้วยการใช้ความตาที่เหนือมนุษย์ของแฟรี่ควีน ทำให้เขามองเห็นการต่อสู้ชัดขึ้น

 

สายตาของแฟรี่ควีนมีประสิทธิภาพสูงจริงๆ หานเซิ่นมองเห็นแผลขนาดใหญ่ที่ลึกจนกระดูกบนหลังหัวของมอนสเตอร์ที่มีเหมือนกับจระเข้ จากรอยแยกของกระดูกหานเซิ่นสามารถมองเห็นสมองของมันได้

 

‘ถ้าเราสามารถใช้หอกแทงไปที่สมองของมันได้ ก็มีโอกาสสูงที่จะฆ่ามันได้’ หานเซิ่นหยิบหอกของบีทเทิลบไนท์ออกมาจากหลังของเขา

 

แน่นอนว่าเขาจะไม่ลงไปแทงมันตรงๆ เพราะเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมอนสเตอร์ทั้ง 2 ตัว ด้วยการโจมตีครั้งเดียวของพวกมันก็อาจจะทำให้หานเซิ่นถึงตายได้

 

หานเซิ่นตั้งใจจะใช้หอกเป็นเหมือนกับลูกธนู หานเซิ่นเรียกวิญญาณอสูรธนูอสรพิษเขาดำออกมา และใช้วิชามนตรานอกรีตรวมถึงโอเวอร์โหลด เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ถึงขีดสุด ตาสีทองของหานเซิ่นจับจ้องไปที่มอนสเตอร์ทั้ง 2 ตัวแบบตาไม่กระพริบ

 

หานเซิ่นรั้งสายธนูเลือดศักดิ์สิทธิสุดแรง หอกมันหนักและยาวกว่าลูกธนูมาก มันไม่ง่ายที่จะใช้หอกยิงออกไป

 

แต่หานเซิ่นไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว ลูกธนูแบล็คสตริงเกอร์กลายพันธ์มีพลังไม่พอที่จะฆ่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดได้

 

‘รอ… ต้องรออีกหน่อย… รอให้โอกาสมาถึง..’ หานเซิ่นจ้องไปที่มอนสเตอร์ภายในหมอกควัน แม้เขาจะมองเห็นรอยแยกของกะโหลก แต่หานเซิ่นก็ยังไม่ยิงออกไป

 

หอกหมุนไม่ใช่วิญญาณอสูร มันไม่สามารถเรียกกลับมาได้หลังจากยิงออกไป เขามีโอกาสเพียงแค่เดียวเท่านั้น ซึ่งเขาต้องรอโอกาสที่ดีที่สุดเพื่อฆ่ามอนสเตอร์ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ไม่งั้นเขาจะหมดโอกาสทันที

สายตาของหานเซิ่นเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง

 

แม้มอนสเตอร์ที่มีปากเหมือนจระเข้จะบาดเจ็บสาหัส แต่มันก็ยังสามารถต่อสู้กับเต่าต่อไปได้ ตอนนี้เต่าก็คิดเหมือนกับหานเซิ่น มันพยายามจะกัดไปที่บริเวณหลังหัวของอีกฝ่าย แต่มอนสเตอร์ที่มีปากเหมือนจระเข้ก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

 

“เขากำลังจะทำอะไร?” ซุนหมิงฮว่าเห็นว่าหานเซิ่นยังคงยืนอยู่ตรงหน้าผา

 

จินรื่อเจี๋ยและจินฉิวหลี่ยิ้มอย่างขมขื่น พวกเขาไม่รู้ว่าหานเซิ่นต้องการจะทำอะไรกันแน่ แค่ยืนอยู่ไกลๆพวกเขาก็ยังเหงื่อแตกเหมือนกับหมูถูกลวก

 

แต่ทว่าหานเซิ่นยังคงยืนอยู่ตรงหน้าผาอย่างมั่นคง จินรื่อเจี๋ยและจินฉิวหลี่คิดว่าหานเซิ่นคงจะเสียสติไปแล้ว

 

“หรือว่าเขาพยายามจะฆ่ามอนสเตอร์ 2 ตัวนั้น?” จินฉิวหลี่พูดขึ้นมา

 

“มันจะเป็นไปได้หรอ?” จินรื่อเจี๋ยหยุดชะงักไปก่อนจะตอบ การฆ่ามอนสเตอร์ในสถานการณ์แบบนั้น มันไม่เหมือนว่ามนุษย์จะทำได้

 

ถ้าเป็นคนอื่น จินรื่อเจี๋ยจะพูดว่ามันเป็นไปไม่ได้ออกมาทันที เพราะถ้าดูจากระดับความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ทั้ง 2 ตัวนั้น มันง่ายที่จะบอกว่าการฆ่าพวกมันนั้นอยู่เหนือความสามารถของมนุษย์

 

แต่อย่างไรก็ตามคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือหานเซิ่น ซึ่งมันทำให้จินรื่อเจี๋ย รู้สึกว่าพอเป็นไปได้ หานเซิ่นคือคนที่เหนือความคาดหมายของเขา

 

จินรื่อเจี๋ยเคยเห็นคนมามากมาย แต่เขายังไม่เคยเจอคนแบบหานเซิ่นเลย ความสามารถของหานเซิ่นโดดเด่นกว่าคนอื่น มันอยู่เหนือระดับผู้ยังไม่วิวัฒนาการ

 

“บางทีมันอาจจะเป็นไปได้” จินรื่อเจี๋ยพูด พร้อมกับยิ้มอย่างขมขื่น

 

ซุนหมิงฮว่าพูดด้วยความเป็นกังวล “มันเสี่ยงเกินไป พวกเราควรไปบอกให้เขาถอยกลับมา เมื่อพวกมอนสเตอร์ตายแล้ว พวกเราค่อยเข้าไปเอาเนื้อของพวกมันทีหลังก็ได้”

 

“ผมกลัวว่าเป้าหมายของเขาจะไม่ใช่แค่เนื้อ แต่มันคงจะเป็นวิญญาณอสูร” จินรื่อเจี๋ยพูดพร้อมกับส่ายหัว

 

 

Facebook Page : SuperGodGene

ตอนนี้กลุ่มลับถึงตอน 1072 แล้วครับ