0 Views

หานเซิ่นจ้องไปที่รอยแตกบนกำแพงหิน ในตอนแรกเขาคิดว่ากำแพงเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะเลือดของมอนสเตอร์

 

แต่เมื่อมองดูดีๆแล้ว มันมีมากกว่าแค่เลือดของมอนสเตอร์ เหมือนว่ามีของเหลวบางอย่างกำลังพุ่งออกมาจากรอยแยกนั้น

 

ภายใต้แสงสะท้อนจากลาวา ของเหลวที่กำลังพุ่งออกมาดูเหมือนสีแดงก็จริง แต่หานเซิ่นบอกได้เลยว่ามันไม่ใช่เลือด แต่มันเหมือนน้ำมากกว่า

 

“น้ำ!” ทันใดนั้นหานเซิ่นก็เข้าใจว่ามอนสเตอร์ตัวนี้กำลังทำอะไรอยู่

 

ข้างหลังกำแพงหินน่าจะมีน้ำปริมาณมากจากแม่น้ำในถ้ำ มอนสเตอร์ตัวนี้กำลังพยายามพังกำแพงเพื่อที่จะให้น้ำไหลมาท่วมสระลาวา

 

‘บ้าเอ้ย มอนสเตอร์ตัวนี้มันฉลาดมาก’ หานเซิ่นคิด

 

ความรู้พื้นฐานที่ทุกคนต่างก็รู้ เมื่อน้ำเจอกับลาวา ความเป็นไปได้หนึ่งก็คือน้ำจะละเหยไป แต่ทว่าถ้ามีน้ำปริมาณมากพอ ลาวาก็จะกลายเป็นก้อนหินไป

 

แม้เต่าจะสามารถรอดชีวิตในลาวาได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะสามารถรอดชีวิตในหินได้ ถ้าเต่าถูกผลึกอยู่ในหิน หานเซิ่นก็จะหมดโอกาสได้ผลึกพลังชีวิตของมันทันที

 

“ใส่หน้ากากกันแก๊สซะ!” หานเซิ่นบอกอีก 3 คนที่เหลือให้รีบใส่หน้ากากกันแก๊สทันที

 

แม้ซุนหมิงฮว่า จินรื่อเจี๋ยและจินฉิวหลี่ไม่เข้าใจว่าทำไมหานเซิ่นถึงได้พูดแบบนั้น แต่พวกเขาก็เชื่อหานเซิ่น เพราะหานเซิ่นเคยช่วยชีวิตพวกเขาไว้ เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะทำตามหานเซิ่น

 

ไม่นานหลังจากที่พวกเขาสวมหน้ากาก พวกเขาก็ได้ยินเสียงแตกของก้อนหิน และเสียงเหมือนกับมีของเหลวทะลักออกมา

 

น้ำเริ่มไหลออกมาจากกำแพงหินที่ได้รับความเสียหาย มันไหลไปท่วมสระลาวาส่งผลให้เกิดกลิ่นฉุนและควันจำนวนมาก

 

“ถอยออกไป! อย่าให้ไอร้อนลวกเอาได้” หานเซิ่นไม่กล้าที่จะอยู่ดูสิ่งที่เกิดขึ้น เขาดึงศาสตราจารย์ถอยหลังไปพร้อมกับเขา

 

ปัง!

เมื่อพวกเขาขยับถอยหลังไป พวกเขาก็ได้ยินเสียงของก้อนหินที่พังลงมา และน้ำที่กำลังไหลลงมา แล้วก็ยังมีเสียงน้ำเดือด พร้อมกับมีควันจำนวนมาก ตอนนี้ทั่วทั้งถ้ำมีอุณหภูมิสูงมากจนยากที่จะมีสิ่งมีชีวิตทนความร้อนได้

 

พวกเขาทั้ง 4 คนวิ่งหนีออกมา โชคดีที่ควันสีเทาไม่ได้ขยายตัวเร็วมากนัก มันต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่ควันสีเทาจะลอยขึ้นมาบนหน้าผา เมื่อพวกเขาวิ่งหนีกันมาถึงถ้ำเล็กๆที่ห่างจากหน้าผา ทั่วทั้งบริเวณนั้นก็ปกคลุมไปด้วยหมอกควันสีเทา

 

โชคดีที่พวกเขาทุกคนมีชุดเกราะวิญญาณอสูร รวมถึงหน้ากากกันแก๊สพิษ ทำให้พวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

 

หลังจากรออยู่ชั่วครู่ ควันสีเทาก็ค่อยๆจางหายไปในอากาศ และอุณหภูมิในอากาศก็เริ่มเย็นตัวลง พวกเขาได้ยินว่ากำลังมีน้ำไหลอยู่

 

“ฉันจะกลับไปดูหน่อย” หานเซิ่นไม่ต้องการทิ้งโอกาสนี้ไป เขาเตรียมการมานานมาก เพื่อที่จะฆ่าเต่าตัวนี้ให้ได้ ซึ่งเขาจะรู้สึกแย่มากถ้ามันต้องตายในลาวา

 

เขาวิ่งมาที่หน้าผาอีกครั้ง หานเซิ่นมองลงไปข้างล่าง แม้จะมีหมอกควันเหลืออยู่จางๆ แต่เขาก็มองเห็นได้ชัด เนื่องจากมีแสงส่องออกมาจากรอยแยกของกำแพงที่ถูกทำลาย

 

ไม่มีแสงจากลาวาอีกต่อไป ใต้หน้าผาคือทะเลสาบแห่งใหม่ น้ำพวกนี้มาจากน้ำปริมาณมากที่อยู่ข้างหลังกำแพง

 

ใต้น้ำพวกนี้คือสระลาวาอยู่ ลาวาทั้งหมดเย็นตัวลงแล้วกลายเป็นก้อนหินสีดำๆ แต่ผิวของมันมีรอยตะปุ่มตะป่ำเหมือนกับผิวของดวงจันทร์

 

มีมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ที่หัวเหมือนจระเข้กำลังหมุนตัวในสระอย่างตื่นเต้น

‘เต่าตายง่ายๆแบบนั้นเลยหรอ?’ หานเซิ่นไม่อยากเชื่อว่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดจะถูกฆ่าได้ง่ายๆแบบนั้น

 

หานเซิ่นคิดว่ามันไม่น่าจะง่ายแบบนั้น ลาวาเป็นของเหลว มันน่าจะต้องมีแหล่งกำเนิดความร้อนอยู่ใต้สระนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากแหล่งกำเนิดความร้อนยังไม่ได้ถูกนำออกไป เป็นไปได้ยากที่ลาวาจะแข็งไปจนถึงข้างล่าง ดูแล้วมันน่าจะแข็งแค่บริเวณผิว

 

“มอนสเตอร์บ้านี่มันรู้จักวางกลยุทธ์ด้วยหรอ ฉันคิดว่าที่มันทำแบบนั้นก็เพื่อจัดการเต่าตัวนั้น” จินฉิวหลี่พูด พวกเขาเดินมารวมตัวกับหานเซิ่น

 

เมื่อซุนหมิงฮว่ากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เขาก็ได้ยินเสียงพื้นผิวลาวาเริ่มแยก

 

มอนสเตอร์ขนาดใหญ่เหมือนจะตกใจกับเสียงนั้นเช่นกัน มันยืดตัวเหมือนกับงูเห่าที่พร้อมต่อสู้ และจ้องไปที่รอยแยกใต้ทะเลสาบ

 

ตูม!

หินใต้ทะเลสาบระเบิดออก เต่าขนาดใหญ่พุ่งออกมาพร้อมกับลาวาที่กำลังเดือด มันดูเหมือนกับการขึ้นมาจากขุมนรกของอสุรกาย

 

หลังจากที่เต่าออกมา มันก็ส่งเสียงขู่มอนสเตอร์อีกตัว และพุ่งชนมอนสเตอร์ตัวนั้น พร้อมกับซ้อนหัวไว้ในกระดองทันที

 

มอนสเตอร์บิดลำตัวของมันเพื่อหลบเต่า แต่ทว่าเต่าก็ยืดหัวออกมาจากกระดอง และกัดไปที่มอนสเตอร์ตัวนั้นกลางอากาศ

 

มอนสเตอร์ใช้หางของมันรัดตัวเต่า และกัดไปที่คอของเต่า ด้วยปากที่เหมือนกับจระเข้ของมัน

 

มอนสเตอร์ทั้ง 2 ตัวกัดไปที่คอของอีกฝ่าย และกลิ้งไปตามทะเลสาบ ทำให้ก้อนหินบริเวณโดยรอบพังทลาย

 

พวกเขาทั้ง 4 คนอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น มอนสเตอร์ทั้ง 2 ตัวกำลังต่อสู้กันเหมือนในหนังพวกก็อตซิล่าหรือกาเมร่าไม่มีผิด

 

หานเซิ่นรู้สึกยินดีอยู่ในใจ เนื่องจากมอนสเตอร์ตัวนั้นสามารถสู้กับเต่าได้อย่างสูสี แสดงว่ามันต้องเป็นมอนสเตอร์ขั้นสุดยอดเช่นเดียวกัน ถ้าเป็นแบบนั้นจริงละก็ครั้งนี้ถือว่าเขาโชคดีมาก

 

ขณะที่หานเซิ่นกำลังคิดหาวิธีฆ่าพวกมันในคราวเดียว จากนั้นเขาก็เอาผลึกพลังชีวิตของพวกมันมา และกลายเป็นผู้วิวัฒนากรด้วยจีโนพ้อยขั้นสุดยอด ไม่นานเขาก็ตระหนักว่ามันไม่ง่ายแบบที่เขาคิด

 

การต่อสู้ของมอนสเตอร์ทั้ง 2 ตัว ทำให้ผิวของหินลาวาด้านล่างทะเลสาบเปิดออก ลาวาพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยก และเมื่อมันเจอเข้ากับน้ำก็เกิดควันสีเทาขึ้นอีกครั้ง ไม่นานควันสีเทาก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณนั้น