0 Views

หลังจากดูวิดีโอการต่อสู้กับควีน หานเซิ่นก็ได้อะไรมากมาย ควีนชี้ให้เขาเห็นถึงจุดอ่อนของเขาเอง ทำให้เขารู้ว่าจะต้องแก้ไขตรงจุดไหนบ้าง

 

หลังจากดูมันซ้ำไปซ้ำมา หานเซิ่นก็สนุกกับการแก้ไขจุดผิดพลาดไปทีละเล็กทีละน้อย

 

คนหลายคนอาจจะยอมแพ้ เมื่อพวกเขาเห็นจุดผิดพลาดจำนวนมาก แต่หานเซิ่นค่อยๆแก้มันไปทีละเล็กทีละน้อย

 

ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องผิดพลาด และมันเป็นไปไม่ได้ที่ย้อนกลับไปแก้ไขในบางเรื่อง สิ่งที่หานเซิ่นคิดอยู่ตอนนี้ก็คือทำยังไงถึงจะหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในอนาคตได้

 

เทคนิคไคท์ติงไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหวทางร่างกายอย่างเดียว ในการทำให้เทคนิคนี้สมบูรณ์ความคิดและการกระทำมันสำคัญพอๆกัน

 

หานเซิ่นค่อยๆแก้จุดผิดพลาดไปเรื่อยๆ โดยการลองผิดลองถูก

 

ในการต่อสู้ ทุกสิ่งสามารถเกิดขึ้นได้ สิ่งที่หานเซิ่นเรียนรู้จากควีนคือหลักการพื้นฐาน ด้วยหลักการนี้เขาสามารถเอามันไปประยุกต์ใช้กับการต่อสู้ได้หลากหลายสถานการณ์

 

ไม่ว่าพลังสมองเขาจะมีมากแค่ไหน แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะคิดอ่านมากเกินไประหว่างการต่อสู้ เขาจะต้องฝึกฝนกล้ามเนื้อให้มันจดจำการเคลื่อนไหว

 

เพื่อที่จะแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ คนเราจำเป็นต้องเรียนรู้สมการหลายประเภทก่อนที่จะใช้พวกมันในการคำนวณ ควีนบอกหานเซิ่นเกี่ยวกับสมการบางอันที่เขายังไม่รู้ สิ่งที่หานเซิ่นต้องทำก็คือการผสานมันให้กล้ามเนื้อจดจำได้ ซึ่งมันน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเอาไปใช้ในการต่อสู้จริง

 

มันไม่ยากที่จะคิดล่วงหน้าไป 1-2 ก้าว แต่มันยากที่จะรู้ในอีก 10 ก้าวต่อไปเมื่อเขาเคลื่อนไหวไปแล้ว 1 ก้าว

 

มันยากที่จะทำได้ถึงขั้นนั้น จริงๆแล้วมีไม่กี่คนที่ทำมันได้ นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมทั้งสถาบันเอเรส ถึงมีแค่ควีนคนเดียวที่เชี่ยวชาญถึงขั้นนั้น

 

หานเซิ่นไม่หลับไม่นอนทั้งคืน เช้าวันถัดมาตาของเขาก็พร่ามัวราวกับว่าเขาใช้พลังงานสมองมากเกินไป

 

‘ฉันทำมันต่อไปไม่ไหวแล้ว ความเป็นไปได้ของเทคนิคไคท์ติง มันไร้ขีดจำกัดเหมือนกับหมากล้อม ไม่ว่าเราจะมีพรสวรรค์ขนาดไหน แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใจกลยุทธ์ทั้งหมด ถ้าไม่สามารถประยุกต์เอากลยุทธ์ไปใช้ได้ ถึงเราจะเรียนรู้ไปก็ไร้ความหมาย’ หานเซิ่นรู้ว่าตอนนี้เขาหมดพลังแล้ว เขาปิดวิดีโอและล้างหน้า จากนั้นเขาก็เข้านอนทันที

 

เขาไม่รู้ว่าหลับไปนานขนาดไหนจนกระทั่งมีเสียงคอมของเขาดังขึ้นมา หานเซิ่นหาวและลุกขึ้นมา

 

จินรื่อเจี๋ยขอให้หานเซิ่นกลับไปที่ก็อตแซงชัวรี่ เพราะทุกคนเตรียมพร้อมที่จะไปสำรวจเต่าอีกครั้งแล้ว

 

หานเซิ่นตอบตกลง หลังจากกินข้าวที่ร้านอาหาร เขาก็เข้าไปในก็อตแซงชัวรี่

 

มือของหลู่หมิงต๋ายังไม่หายดี ดังนั้นจึงมีแค่จินรื่อเจี๋ย จินฉิวหลี่ ซุนหมิงฮว่าและหานเซิ่นที่จะเดินทางไปภูเขาทองแดง

 

แต่ทว่าเมื่อพวกเขาเดินทางไปถึงจุดเดิมที่พวกเขาพบเต่า เต่าก็ไม่อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว ซุนหมิงฮว่าเก็บรวบรวมเศษของเถาวัลย์ที่เต่ามันกินครั้งสุดท้าย เนื่องจากเต่ามันกินจนเกือบหมดจึงเหลือเพียงแค่เศษๆให้ซุนหมิงฮว่าได้นำกลับไป

 

พวกเขาค้นหาทั่วภูเขา ก่อนที่พวกเขาจะไปได้ไกล พวกเขาก็เห็นมอนสเตอร์ตัวสีแดงกำลังยืนอยู่ที่ภูเขาอีกฝั่ง มันกำลังมองไปรอบๆ

 

มอนสเตอร์ตัวนั้นสูง 6 ฟุต ตัวของมันเหมือนทำมาจากทองแดง ลำตัวครึ่งบนเหมือนกับแมงป่อง ครึ่งล่างเหมือนกับงู และมีกรงเล็บที่แหลมคม

 

“คอปเปอร์เดมอน!(ปีศาจทองแดง)” จินรื่อเจี๋ยรู้สึกตื่นเต้น เมื่อเห็นมอนสเตอร์ตัวนี้จากระยะไกล

 

หานเซิ่นเองก็เช่นกัน ก่อนที่เขาจะมาภูเขาทองแดง เขาก็ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่แถบนี้มาแล้ว ในภูเขาทองแดงมีมอนสเตอร์ที่มีชื่อเสียงนั่นก็คือคอปเปอร์เดมอน เหตุผลที่มันเป็นที่รู้จักดีก็เพราะแม้แต่ตัวที่อ่อนที่สุดก็ยังเป็นระดับกลายพันธ์ บางครั้งก็มีตัวที่เป็นระดับเลือดศักดิ์สิทธิปรากฏตัวด้วย

 

วิญญาณอสูรคอปเปอร์เดมอนคือประเภทเปลี่ยนร่าง ซึ่งถือว่าหายาก แม้แต่วิญญาณอสูรคอปเปอร์เดมอนระดับกลายพันธ์ก็ยังสามารเพิ่มความเร็วและความแข็งแกร่งของผู้ใช้ได้มาก ซึ่งวิญญาณอสูรคอปเปอร์เดมอนระดับเลือดศักดิ์สิทธิจะมีปีกคล้ายๆแมลงเต่าทอง ทำให้ผู้ใช้สามารถบินได้หลังจากเปลี่ยนร่าง

 

วิญญาณอสูรที่มี 2 คุณสมบัติในดวงเดียวต้องหายากและมีราคาสูงอย่างแน่นอน แม้วิญญาณอสูรระดับกลายพันธ์จะบินไม่ได้ แต่มันก็ยังราคาสู้ เพราะแทบไม่มีใครกล้าเข้ามาล่ามันเลย

 

แต่เพราะคอปเปอร์เดมอนมีอยู่แค่ในภูเขาทองแดง ซึ่งอยู่ใกล้ๆเมืองกลอลี่ ทำให้พวกมันส่วนมากถูกฆ่าไปแล้ว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีคอปเปอร์เดมอนแค่ไม่กี่ตัวที่ถูกพบ ซึ่งดูแล้วมีความเป็นไปได้ที่มันเพิ่งออกมาจากรัง

 

พวกเขาทุกคนเคยได้ยินเกี่ยวกับคอปเปอร์เดมอนกันมาก่อนแล้ว แต่พวกเขายังไม่เคยเห็นตัวจริงมาก่อน การปรากฏตัวของมัน ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นมาก

 

“ไปกันเถอะ มาเสี่ยงโชคกันดีกว่า บางทีเราอาจจะได้วิญญาณอสูรก็ได้” จินฉิวหลี่พูดอย่างตื่นเต้น

 

ไม่มีใครคัดค้าน มันยากที่พวกเขาจะมีโอกาสได้เห็นมอนสเตอร์ที่มีชื่อเสียงแบบนี้ ถึงมันจะเป็นแค่ระดับกลายพันธ์ แต่พวกเขาก็อยากจะลองเสี่ยงโชคดู

 

แต่เมื่อพวกเขาทั้ง 4 คนเดินเข้าไปใกล้ พวกเขาก็ต้องอ้าปากค้าง

 

จุดที่คอปเปอร์เดมอนยืนอยู่คือบริเวณหินที่แบนราบ ข้างหลังของมันมีถ้ำอยู่ ในตอนนี้มีคอปเปอร์เดมอนหลายตัวกำลังเลื่อยออกมาจากถ้ำ มันกวัดแกว่งหางและกรงเล็บของพวกมัน

 

ในบรรดาพวกมัน มีตัวหนึ่งที่สูงกว่าตัวอื่นอย่างเห็นได้ชัด และมันยังมีสีที่แตกต่างจากตัวอื่นด้วย แถมมันยังมีปีกสีแดงเป็นเงาเหมือนกับโลหะ

 

คอปเปอร์เดมอนตัวแรกที่พวกเขาเห็น มันรู้ว่าพวกเขาพยายามเข้าไปใกล้ๆ มันเลยส่งเสียงขู่ออกมา ไม่นานคอปเปอร์เดมอนนับ 10 ตัวก็ออกมา และดูเหมือนว่ายังมีอีกหลายตัวอยู่ในถ้ำ

 

คอปเปอร์เดมอนเลือดศักดิ์สิทธิกระพือปีกของมัน และบินตรงมาหาพวกเขา

 

“บ้าเอ้ย! คุ้มกันศาสตราจารย์” จินรื่อเจี๋ยหน้าซีด เขารีบเรียกวิญญาณอสูรที่เป็นมีดออกมา เพื่อป้องกันมอนสเตอร์ที่เข้ามาโจมตี

 

แต่หานเซิ่นไม่ได้ตื่นตระหนกเหมือนคนอื่น เขารู้สึกตื่นเต้นมาก สำหรับเขาแล้วมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิที่กำลังบินมา ไม่ได้ต่างจากเค้กที่กำลังลอยอยู่บนฟ้า!