0 Views

หลังจากกระโดดจากหน้าผา หานเซิ่นก็เรียกปีกของเขาออกมา เต่ามองลงไปข้างล่างหน้าผา และหันไปรอบๆ เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้ต้องการจะตามหานเซิ่น

 

เมื่อหานเซิ่นเข้ามารวมกลุ่มกับคนอื่นๆที่เหลือ ทุกคนก็ดีใจกันมาก

“หานเซิ่น ที่พวกเรารอดชีวิตมาได้ต้องขอบคุณเธอจริงๆ ฉันต้องขอโทษด้วยที่ทำให้เธอเกือบถูกฆ่า” ซุนหมิงฮว่ารู้สึกผิดมาก

 

“มันไม่ใช่ความผิดของคุณ ศาสตราจารย์ นี่เป็นเพราะผมคนเดียว หานเซิ่น คุณจะลงโทษผมยังไงก็ได้ตามที่คุณต้องการ” หลู่หมิงต๋าพูด

 

จินรื่อเจี๋ยต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกหานเซิ่นขัดจังหวะซะก่อน

“พวกเราทุกคนแค่พยายามจะปกป้องศาสตราจารย์ พวกนายแค่ไม่รู้ว่าเต่าตัวนั้นมันน่ากลัวขนาดไหน แค่รอดตายก็ถือว่าโอเคแล้ว”

 

“หานเซิ่น นายช่วยชีวิตพวกเราทุกคนเอาไว้ พวกเราเป็นหนี้นายแล้ว ถ้านายต้องการอะไรก็บอกมา พวกเราจะช่วยนายทุกอย่าง” จินรื่อเจี๋ยพูดอย่างจริงจัง

 

หลังจากปรึกษากันแล้ว กลุ่มของพวกเขาก็ตัดสินใจกลับไปที่เมืองกลอรี่ เพื่อพักและประชุมวางแผนกันใหม่ ก่อนที่พวกเขาจะกลับไปหาเต่าอีกครั้ง

 

หานเซิ่นใช้โอกาสนี้กลับไปเหยี่ยวดำ เขารีบล็อคอินเข้าไปในกลาดิเอเตอร์ เขาเปิดรายชื่อเพื่อนขึ้นมา และเห็นว่าควีนออนไลน์อยู่ หานเซิ่นรู้สึกดีใจมาก และเขารีบส่งคำท้าสู้ไปทันที

 

เทคนิคการไคท์ติงที่เขาลอกเลียนแบบควีนมายังมีจุดผิดพลาดอยู่มาก มีหลายๆจุดที่เขาไม่เข้าใจและต้องแก้ไข

 

ถ้าเขาสามารถใช้เทคนิคการไคท์ติงได้ระดับเดียวกับควีนละก็ เขาแทบไม่ต้องพึงพาความเร็วเลย ดังนั้นหานเซิ่นปรารถนาว่าเขาจะได้สู้กับควีนอีก เพื่อสังเกตเทคนิคของหล่อน

 

แต่หานเซิ่นก็ไม่รู้ว่าควีนจะยอมรับคำท้าหรือเปล่า เพราะระดับความแข็งแกร่งของพวกเขาแตกต่างกันมาก ถ้าควีนสู้กับเต่า หล่อนจะสามารถฆ่าเต่าได้อย่างง่ายดาย

 

หานเซิ่นลองประมานดูแล้วว่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดน่าจะมีระดับความแข็งแกร่งอยู่ประมาน 40 ขณะคนที่แข็งแกร่งที่สุดในก็อตแซงชัวรี่เขต 1 มีระดับความแข็งแกร่งไม่เกิน 20 ซึ่งมันยังไม่พอที่จะฆ่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดได้

 

สำหรับผู้วิวัฒนาการที่มีระดับความแข็งแกร่งเกิน 100 แบบควีน น่าจะสามารถฆ่าเต่าได้ไม่ยาก

 

แต่ผู้วิวัฒนาการแล้วไม่สามารถกลับไปที่ก็อตเเซงชัวรี่เขต 1 ได้ นอกจากพวกเขาจะพึ่งวิวัฒนาการใหม่ๆ แต่สำหรับคนที่ยังไม่เป็นผู้ยังวิวัฒนาการหรือพึ่งจะวิวัฒนาการใหม่ ก็ไม่น่าจะมีใครที่สู้กับเต่าได้

 

หานเซิ่นไม่รู้ว่าหล่อนจะยอมรับคำท้าหรือเปล่า แต่เขาต้องการสู้มาก อย่างน้อยเขาก็ขอให้ได้สู้อีกสักครั้ง

 

เมื่อเห็นว่าหานเซิ่นท้าสู้มา ควีนก็นิ่งไปสักพัก หล่อนตั้งค่าไว้ว่าจะไม่รับคำท้าจากคนแปลกหน้า และเธอก็ไม่เคยมีเพื่อนมาก่อน ดังนั้นนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้รับคำท้าต่อสู้

 

เมื่อเห็นว่าทหารคนหนึ่งบนยานรับท้าสู้มา ควีนลังเลก่อนที่จะกดตกลง

 

หานเซิ่นดีใจมากที่ควีนกดตกลง เขากำลังจะได้เห็นเทคนิคการไคท์ติงอันน่ามหัศจรรย์ของหล่อนอีกครั้ง หลังจากการนับถอยหลังเสร็จสิ้น หานเซิ่นก็วิ่งเข้าใส่หล่อนทันที เขาไม่กล้าที่จะรอให้หล่อนเป็นฝ่ายโจมตี ระดับความแข็งแกร่งของพวกเขาแตกต่างกันเกินไป ซึ่งเขาจะแพ้ทันทีถ้าถูกหล่อนโจมตี ในตอนนี้ระดับความแข็งแกร่งของเขามีเพียงแค่ 30 ขณะที่ควีนน่าจะมีประมาน 100

 

ควีนเพียงแค่หลบการโจมตีเหมือนกับครั้งที่แล้ว หานเซิ่นรู้สึกตื่นเต้น เขาออกหมัดใส่หล่อนอีกครั้ง และเคลื่อนที่ไป 1 ก้าว ควีนรู้สึกประหลาดใจ หมัดและการเคลื่อนที่ของหานเซิ่นนั้นไม่ธรรมดาเลย แม้เขาจะไม่ได้เร็วมากในสายตาเธอ แต่เธอก็รู้สึกประหลาดใจกับการเคลื่อนไหวของเขา

 

การเคลื่อนที่ของหานเซิ่นตอนนี้เกือบจะเหมือนเทคนิคไคท์ติงของเธอ ตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะต้อนให้หานเซิ่นเข้ามุม

 

‘เขากำลังเลียนแบบเรางั้นหรอ?’ ควีนมองหานเซิ่น เธอสังเกตเขาอย่างละเอียด

 

ไม่นานเธอก็มั่นใจว่าหานเซิ่นกำลังลอกเลียนแบบเทคนิคไคท์ติงของเธอ ถึงจะมีจุดบกพร่องและการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นอยู่บ้าง แต่มันก็ถือว่าน่าอัศจรรย์มากที่เขาทำได้ถึงขนาดนี้ในเวลาอันสั้น

 

ควีนยังไม่รีบจบการต่อสู้ เธอต้องการเห็นฝีมือของหานเซิ่นให้มากกว่านี้

 

เทคนิคไคท์ติงมันไม่ได้เป็นวิชาลับอะไร ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ แต่มันยากที่จะเชี่ยวชาญ

 

มันเหมือนกับการเล่นหมากล้อม ใครก็ตามที่รู้กฎของมันก็สามารถเล่นได้หมด แต่การจะเล่นให้เก่งนั้นยากมาก

 

ควีนถนัดเทคนิคนี้มาก อย่างน้อยๆในบรรดาคู่ต่อสู้ที่เธอเคยสู้มาก็ยังไม่เคยมีใครใช้เทคนิคนี้ได้ดีกว่าเธอ

 

ฟอร์มของหานเซิ่นตอนนี้ทำให้เธอประหลาดใจ เขายังมีบางจุดที่มั่วๆอยู่ แต่ในสายตาของเธอ เขาก็ถือว่าเข้าใจหลักการของเทคนิคนี้อย่างถ่องแท้ หานเซิ่นแค่เลียนแบบได้เก่งหรือว่าเขามีพรสวรรค์ด้านนี้จริงๆ เธอต้องการพิสูจน์ให้เห็นกับตา

 

หลังจากพิสูจน์ระดับของหานเซิ่น ควีนก็หยุดคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ การมีพรสวรรค์ก็เป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น แต่การที่เขาจะไปได้ไกลกว่านี้มันยังต้องมีหลายปัจจัยอื่นมาเกี่ยวข้อง

 

ควีนไม่คิดอะไรอีก เธอแค่หลบการโจมตีของหานเซิ่นต่อไป แต่กระนั้นหานเซิ่นกับรู้สึกถึงแรงกดดันมากกว่าเดิม มันเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆสำหรับเขาที่จะคาดเดาการเคลื่อนไหวของควีน

 

พวกเขาเหมือนนักหมากล้อม 2 คน หานเซิ่นคือผู้เล่นที่ฝีมือด้อยกว่า และการเคลื่อนไหวของเขาก็อยู่ในการคำนวนของควีนหมดแล้ว ไม่มีทางที่เขาจะโต้กลับไปได้ ไม่นานหานเซิ่นก็ถูกต้อนเข้ามุมอีกครั้งเหมือนกับครั้งที่แล้ว

 

ปัง!

ด้วยลูกเตะของควีน หานเซิ่นถูกส่งออกจากเกม เมื่อเขาเปิดรายชื่อเพื่อนดูเขาพบว่าควีนได้ออฟไลน์ไปแล้ว

 

แต่หานเซิ่นก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจ เขากับรู้สึกตื่นเต้นกว่าที่เคย เขาไม่แน่ใจว่าควีนตั้งใจชี้แนะเขาหรือเปล่า แต่การเคลื่อนไหวแต่ละจังหวะของเธอสามารถบ่งชี้จุดที่ผิดพลาดของเขาได้ ซึ่งทำให้เขารู้สึกกดดันจนถึงตอนจบ

 

แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแย่สำหรับหานเซิ่น มันถือเป็นเรื่องที่ดี ควีนก็เหมือนกับอาจารย์ของเขา ที่ช่วยเขาหาจุดผิดพลาด

 

ไม่ว่าหล่อนจะตั้งใจทำแบบนั้นจริงๆหรือไม่ก็ตาม หานเซิ่นก็ต้องขอบคุณควีน เทคนิคไคท์ติงคือสิ่งที่จำเป็นกับเขามากในการล่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอด

 

หลังจากดาวน์โหลดวิดีโอการต่อสู้ หานเซิ่นก็ออกจากกลาดิเอเตอร์ และกลับไปที่โรงฝึกของชมรมวอเฟรมหนัก ขณะที่เขากำลังดูวิดีโอ เขาก็ครุ่นคิดอยู่ว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องของเขาในการใช้เทคนิตไคท์ติง

 

เป็นความจริงที่ควีนพยายามชี้จุดผิดพลาดให้หานเซิ่น มีคนไม่มากที่จะสนใจฝึกเทคนิคไคท์ติง เนื่องจากหานเซิ่นสนใจมัน เธอก็อยากจะบอกเคล็ดลับให้หานเซิ่นรู้

 

‘ถ้าเราสามารถใช้เทคนิคไคท์ติงเพื่อหลบการโจมตีของเต่าได้ละก็ อย่างๆน้อยเราก็ไม่แพ้มัน และเราก็มีโอการฆ่ามันได้ไม่ช้าก็เร็ว’ หานเซิ่นคิดอย่างตื่นเต้น