0 Views

หลังจากนั้นพวกเขาทั้ง 2 คนก็ออกจากหอพัก และเข้าไปในโรงฝึก ซื่อจื้อคังถามชื่อไอดีหานเซิ่น และก็ล็อคอินเข้าไป

 

หลังจากเข้ามาหานเซิ่นก็เห็นคำขอเป็นเพื่อนจากซื่อจื้อคัง ซึ่งชื่อไอดีของซื่อจื้อคังก็คือ ‘ราชาหอก’ เป็นชื่อที่ดี แต่หานเซิ่นรู้สึกว่ามันดูดีเกินไปสำหรับซื่อจื้อคัง

 

ซื่อจื้อคังชวนหานเซิ่นเข้ามาในห้องที่เขาสร้างขึ้น ข้างๆซื่อจื้อคังมีผู้หญิงตัวเล็กๆรูปร่างบอบบางยืนอยู่ พร้อมกับนักเรียนจากหน่วยศิลปะการต่อสู้อีกหลายคน

 

พวกนักเรียนตื่นเต้นกันมากเมื่อเห็นหานเซิ่น เห็นได้ชัดว่าพวกเขาแต่ละคนอยากจะพูดคุยกับหานเซิ่น

 

การที่หานเซิ่นเอาชนะจิงจี้หยาได้อย่างขาดลอย ทำให้นักเรียนทั้งเหยี่ยวดำต่างก็ยำเกรงหานเซิ่น

 

ซื่อจื้อคังรู้สึกว่าเขาคิดผิดที่พาหานเซิ่นมา ตอนแรกเขาต้องการจะโชว์แฟนของเขาว่าเขาสนิทกับหานเซิ่นมากแค่ไหน แต่ในตอนนี้แฟนของเขาและเพื่อนๆของเธอไม่มีใครสนใจเขาหลังจากที่หานเซิ่นปรากฏตัว

 

หลังจากพูดคุยไปได้สักพัก หานเซิ่นก็หันไปมองในสนาม และเห็นคน 2 คนกำลังต่อสู้กันอยู่ เขาถาม “พวกเขาก็เป็นนักเรียนของเหยี่ยวดำงั้นหรอ?”

 

“หวงเจี้ยนอยู่หน่วยเดียวกับฉันเอง แต่อีกคนฉันไม่รู้จัก” อวี๋ซินซิน แฟนของซื่อจื้อคังพูด

 

“หานเซิ่น คุณคิดว่าหวงเจี้ยนสามารถเอาชนะได้ไหม?” อวี๋ซินซินถามอย่างเป็นกังวล

 

หานเซิ่นครุ่นคิดและพูด “เหมือนว่าระดับของหวงเจี้ยนจะต่ำกว่าคู่ต่อสู้ ยากมากที่เธอจะชนะได้”

 

“ยังดี ที่อย่างน้อยก็มีคนที่รู้จักประเมินตัวเอง” เสียงพูดของใครบางคนดังขึ้นมา นักเรียนของเหยี่ยวดำหันไปทางเสียงนั้นทันที คนที่พูดเป็นชายตัวผอมสูง ใบหน้าแสดงความดูถูกออกมาอย่างชัดเจน

 

เขาดูจะอายุเกินกว่าที่จะเป็นนักเรียนโรงเรียนทหาร ดูแล้วเขาน่าจะเป็นเพื่อนของคนที่สู้อยู่กับหวงเจี้ยน

 

หานเซิ่นหันไปมองคนคนนั้น แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร เขาดูการต่อสู้ต่อไป

 

ผลลัพธ์เหมือนกับที่หานเซิ่นบอกไม่มีผิด หวงเจี้ยนแพ้ในการต่อสู้ เธอกลับขึ้นมาบนสแตนด์เชียร์ พร้อมกับรอยยิ้มที่ขมขื่น “ฉันขอโทษ”

 

“จะแพ้หรือชนะก็ไม่เป็นไร แค่พยายามฝึกหนัก ครั้งหน้าเธออาจจะชนะก็ได้” เพื่อนของหวงเจี้ยนพยายามปลอบใจเธอ

 

คู่ต่อสู้ของหวงเจี้ยนหัวเราะเยาะ “ดูเหมือนว่านักเรียนโรงเรียนทหารก็ไม่ได้ต่างจากคนธรรมดา อุสาหลงคิดว่าพวกเธอจะแข็งแกร่งกว่านี้..”

 

คำพูดนั้นทำให้นักเรียนของเหยี่ยวดำโกรธขึ้นมาทันที มีบางคนถึงขนาดส่งคำขอท้าดวลไปให้คนที่พูด

 

“ดี ฉันพอมีเวลาสอนบทเรียนให้กับพวกเธอ ฉันจะแสดงให้ดูว่านักสู้จริงๆมันเป็นยังไง” คู่ต่อสู้ของหวงเจี้ยนพูด และกดรับคำท้า

 

นักเรียนจากเหยี่ยวดำส่งเสียงเชียร์เพื่อน ขณะที่ชายตัวผอมสูงอีกคนยิ้มเยาะ “นักสู้ห่วยก็คือนักสู้ห่วย ไม่ว่าจะส่งเสียงเชียร์ดังแค่ไหน ยังไงก็แพ้”

 

“ตอนนี้มันยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าใครแพ้” อวี๋ซินซินพูด

 

“ฮาฮา ฉันขอบอกได้เลยว่าพวกเธอจะแพ้ ไม่ว่าจะส่งใครออกมาสู้ก็ตาม” ชายตัวผอมสูงหัวเราะ

 

แม้นักเรียนจากเหยี่ยวดำต้องการจะตอบโต้กลับ แต่ตอนนี้เพื่อนของเขาอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ ดังนั้นพวกเขาเลยไม่สามารถตอบโต้อะไรได้

 

ไม่นานนักเรียนคนนั้นก็แพ้ และเดินคอตกกลับขึ้นมาบนสแตนด์

 

ชายตัวผอมสูงหันมาทางอวี๋ซินซินและพูด “สาวน้อย ฉันพูดถูกใช่ไหม? ฉันบอกว่าพวกเธอจะแพ้ พวกเธอก็ต้องแพ้ พวกเธอคงจะคิดว่าตัวเองแน่มากที่เข้าเหยี่ยวดำได้ แต่จริงๆพวกเธอมันก็แค่เด็กอ่อนหัดเท่านั้น”

 

“ถูกต้องแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของฉันได้แล้ว ฉันควรจะเลิกเล่นแค่นี้” ชายคนที่พึ่งชนะดูจะเบื่อมาก

 

เมื่อมองดูสีหน้าที่หน้ารังเกลียดของเขา ทำให้นักเรียนจากเหยี่ยวดำต้องการจะท้าเขาอีกครั้ง

 

“ขอฉันลองหน่อย” หานเซิ่นหยุดพวกเขาไว้และพูดอย่างสงบ หานเซิ่นส่งคำท้าสู้ไปให้อีกฝ่าย

 

หานเซิ่นจะไม่ยอมให้เพื่อนร่วมโรงเรียนสู้กับพวกเขาต่อไป เพราะเห็นชัดว่าพวกนักเรียนไม่มีทางชนะได้

 

ไม่ใช่เพราะว่าพวกนักเรียนไม่มีความสามารถ แต่เพราะว่าชาย 2 คนนี้กำลังโกงอยู่

 

ในกลาดิเอเตอร์ใครๆก็สามารถเข้ามาในส่วนของผู้ยังไม่วิวัฒนาการได้ทั้งนั้น แต่โดยทั่วไปแล้วผู้ที่วิวัฒนาการแล้วจะไม่สนใจเข้ามาในส่วนของผู้ยังไม่วิวัฒนาการ แต่มันก็มีบางพวกที่เป็นข้อยกเว้น เช่นชาย 2คนนี้

 

พวกเขาเป็นแค่พวกปลายแถวในหมู่ผู้วิวัฒนาการ และปรกติจะแพ้คนอื่นๆ แต่ทว่าพวกเขาแสร้งทำเป็นผู้ยังไม่วิวัฒนาการ และเข้ามาสู้กับผู้ยังไม่วิวัฒนาการ เพื่อพยายามจะเรียกความมั่นใจของพวกเขากลับคืนมา แต่โดยปรกติแล้วหลังจากเรียกความมั่นใจได้ พวกเขาก็จะกลับไปสู้ในส่วนของผู้วิวัฒนาการต่อ แต่พวกเขา 2 คนนี้กับมาเหยียดหยามอีกฝ่ายราวกับว่าพวกเขาเป็นยอดฝีมือ

 

แม้พวกเขาจะเป็นแค่ระดับปลายแถวในหมู่ผู้วิวัฒนาการก็ตาม แต่พวกเขาก็อาจจะเก็บจีโนพ้อยกลายพันธ์ได้เต็มและวิวัฒนาการ เพราะฉะนั้นถ้ามาสู้กับผู้ที่ยังไม่วิวัฒนาการ พวกเขาก็ถือว่าไร้เทียมทาน

 

มันไม่เกี่ยวว่าพวกนักเรียนจะมีความสามารถหรือไม่ ยังไงตอนนี้พวกเขาก็ไม่มีทางเอาชนะผู้วิวัฒนาการได้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมหานเซิ่นถึงหยุดพวกเขาไว้ ไม่งั้นพวกเขาอาจจะถูกบดขยี้และเหยียดหยามอีก

 

แต่เดิมหานเซิ่นไม่อยากเสียเวลาต่อสู้กับผู้วิวัฒนาการที่อ่อนแอ เพราะเขาจะไม่ได้พัฒนาฝีมือ แต่ในเมื่อเพื่อนร่วมโรงเรียนถูกเหยียดหยามขนาดนี้แล้ว เขาก็จะไม่ทนอีกต่อไป ชายหนุ่มกดรับคำท้าของหานเซิ่นและเข้าไปในเกม

 

“ฝากด้วยอัจฉริยะ.. สั่งสอนพวกมันให้ที..” นักเรียนทุกคนต่างก็ส่งเสียงเชียร์หานเซิ่น

 

“อัจฉริยะงั้นหรอ? พวกแกทุกคนมันก็แค่ขยะเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเรา” ชายตัวผอมสูงพูด

 

เขาไม่เชื่อว่าจะมีผู้ยังไม่วิวัฒนาการคนไหนเอาชนะเขาได้ ยังไงซะพวกเขาก็คือผู้ที่วิวัฒนาการแล้ว อย่างน้อยๆพวกเขาก็น่าจะสามารถรังแกพวกนักเรียนโรงเรียนทหารได้สบาย หรือแม้แต่คนที่พวกเขาเรียกว่าอัจฉริยะก็คงไม่เท่าไหร่ ถ้าต้องเจอกับผู้วิวัฒนาการ

 

การนับถอยหลังจบลง หานเซิ่นและคู่ต่อสู้เข้าไปในสนามประลอง ชายคนที่แกล้งทำตัวเป็นยอดฝีมือในหมู่ผู้ยังไม่วิวัฒนาการกวักนิ้วท้าให้หานเซิ่นบุกเข้าไป “เข้ามา! ใช้ความสามารถทั้งหมดที่นายมี จะได้ไม่ต้องมาพูดว่าฉันไม่ให้โอกาสนาย”