0 Views

นี่เป็นอีกครั้งที่หานเซิ่นเข้ามาที่หนองน้ำแห่งความมืด ครั้งสุดท้ายที่เขาเดินทางจากเมืองกลอรี่ไปเมืองสตีลอาเมอร์ เขาใช้เวลาประมานครึ่งเดือน

 

ในครั้งนั้นเขาเดินทางโดยมีเพียงอสูรวัว 3 ตากลายพันธ์สำหรับขี่ และในช่วงที่อยู่ในหนองน้ำแห่งความมืดเขาก็ต้องบิน แต่ครั้งนี้เขาสามารถขี่เหมียวตลอดการเดินทาง ซึ่งแทบไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนกล้าวิ่งเข้ามาขวางหน้าเหมียวเลย

 

หานเซิ่นพยายามฆ่ามอนสเตอร์ให้น้อยที่สุด นอกจากมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิแล้ว เขาไม่ต้องการอะไรทั้งสิ้น และร็อคเวิร์มเองก็ยังไม่ฟื้นตัวจากความอิ่มในตอนที่เข้าไปกินในรัง ทำให้หานเซิ่นไม่ต้องการเสียเวลาระหว่างทางมาก

 

ด้วยความเร็วของเหมียว แทบไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนตามทัน แต่กระนั้นเหมียวก็ไม่ใช่สัตว์ที่เอาไว้สำหรับขี่โดยเฉพาะ ถึงมันจะวิ่งได้เร็ว แต่การขี่จะไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ หานเซิ่นเลยใช้โอกาสนี้ในการฝึกเทคนิคการยึดเกาะของวิชาพาโนราม่า

 

หลักสำคัญของเทคนิคนี้ก็คือการติดตามแรงของคู่ต่อสู้ ถึงมันจะเป็นเทคนิคที่คล้ายๆกับดิเวอร์ชั่น แต่การฝึกแตกต่างกันมาก

 

ดิเวอร์ชั่นคือการใช้แรงของคู่ต่อสู้ แต่ทว่าการยึดเกาะคือการผสานกับพลังของคู่ต่อสู้ ทำให้คู่ต่อสู้ไม่มีโอกาสที่จะปลดปล่อยพลังออกมา

 

ขณะที่เหมียวย่อตัวลง หานเซิ่นจะเคลื่อนตัวลงไปพร้อมกับเหมียว ทำให้เขาได้รับแรงกระแทกจากการวิ่งของเหมียวน้อยลง

 

ในฐานะสารานุกรมของสถาบันเซนท์ พาโนราม่าได้รวบรวมหลักพื้นฐานในการใช้แรงและความแข็งแกร่ง ซึ่งหลักพื้นฐานเหล่านั้นสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อที่จะทำให้สมบูรณ์แบบที่สุด หานเซิ่นฝึกมันแม้กระทั่งตอนที่พักด้วย

 

ถึงเป็นไปไม่ได้ที่จะฝึกให้สมบูรณ์แบบ 100% แต่เขาก็จะพยายามเข้าใกล้กับคำว่าสมบูรณ์แบบให้ได้มากที่สุด

 

เพราะยิ่งเขาแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งมีโอกาสที่จะฆ่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดได้มากเท่านั้น จริงๆแล้ววิชาการต่อสู้ส่วนมากก็ถูกออกแบบมาเพื่อให้ขีดจำกัดของมนุษย์เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว

 

สถานะที่อยู่เหนือผู้วิวัฒนาการขึ้นไปก็คือผู้เป็นเลิศ(surpasser) ซึ่งความหมายของมันก็คือคนคนนั้นได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว ผู้เป็นเลิศสามารถบดขยี้ยานอวกาศได้ด้วยมือเปล่า

 

ขณะที่ควบเหมียวไป ทันใดนั้นหานเซิ่นก็มองเห็นมอนสเตอร์ที่ดูเหมือนกับตะขาบ ซึ่งมันกำลังเคลื่อนที่ไปตามหนองน้ำข้างหน้าเขา

 

มอนสเตอร์ตัวนี้ยังมีความยาวกว่า 30 ฟุต เปลือกของมันเป็นเงาวาววับสีม่วงคล้ำ ลำตัวของมันแข็งเหมือนกับเหล็ก และขาของมันคมราวกับมีด

 

ตะขาบสีม่วงเลื่อยไปรัดๆตัวมอนสเตอร์ที่มีลักษณะเหมือนควาย ด้วยขาที่คมกริบของมัน มอนสเตอร์ที่ดูเหมือนควายแทบจะตายในทันที

 

“ตะขาบตัวนี้น่าจะเป็นมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิ โชคดีจริงๆ! ถึงตัวมันจะใหญ่ แต่มันก็ไม่น่าจะมีเนื้อมากนัก” หานเซิ่นรู้สึกตื่นเต้นที่เจอมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิทั้งๆที่พึ่งเข้ามาในหนองน้ำแห่งความมืดได้ไม่นาน

 

ขณะที่ตะขาบยักษ์กำลังจะกินควาย หานเซิ่นก็ชักดาบเพชรออกมา และกระโดดจากหลังเหมียว ด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว เขาก็ตัดทั้งตะขาบและควายไปพร้อมๆกัน ตะขาบถูกตัดเป็นชิ้นๆเนื่องจากมันพันรอบตัวควายอยู่

 

“มูชูเลือดศักดิ์สิทธิถูกฆ่า ไม่ได้รับวิญญาณอสูร เมื่อกินเนื้อของมัน คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 จีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิ”

 

“ควายแห่งหนองน้ำกลายพันธ์ถูกฆ่า ไม่ได้รับวิญญาณอสูร เมื่อกินเนื้อของมัน คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 จีโนพ้อยกลายพันธ์”

 

แม้จะไม่ได้รับวิญญาณอสูร แต่หานเซิ่นก็ยังตื่นเต้นที่เขาสามารถฆ่ามอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธ์ได้ด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว

 

เขาเรียกร็อคเวิร์มเลือดศักดิ์สิทธิออกมากินเนื้อควายแห่งหนองน้ำ เห็นได้ชัดเลยว่าร็อคเวิร์มสนใจเนื้อของมูชูมากกว่า แต่ที่สำคัญดูเหมือนมันจะไม่ได้หิวกระหายเหมือนแต่ก่อน มันเหลือเนื้อควายไว้กว่าครึ่งหลังจากที่กินจนพอใจ

 

หานเซิ่นหาแหล่งน้ำ และนำซากมูชูไปล้างให้สะอาด ก่อนจะแกะเอาเนื้อของมันออกมา

 

แม้มูชูจะดูน่าเกลียดน่ากลัว แต่เนื้อของมันก็นุ่มเหมือนกับเยลลี่ หลังจากเอามันมาย่าง หานเซิ่นก็ได้กลิ่นหอมน่ากลิ่นทันที

 

หานเซิ่นเรียกโฮลี่แองเจิลออกมา เธอมองดูบาร์บีคิวที่หานเซิ่นกำลังย่างด้วยใบหน้าที่อยากจะกินมาก

 

“รออีกหน่อย มันยังไม่สุก” หานเซิ่นพูดและลูบหัวของโฮลี่แองเจิล

 

เธอไม่พูดอะไร ตาของเธอจ้องมองเพียงแค่บาร์บีคิว ราวกับว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่เธอเห็นอยู่ตอนนี้

 

แต่เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งจากหานเซิ่น เธอเลยยังไม่สามารถกินมันได้

 

หานเซิ่นรู้สึกขบขัน สาวน้อยเลือกกินเฉพาะเนื้อระดับเลือดศักดิ์สิทธิเท่านั้น แม้แต่เนื้อระดับกลายพันธ์เธอก็ไม่ชายตามอง

 

ในตอนนี้หานเซิ่นไม่ได้เก็บเนื้อของมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิกลับไปกินเหมือนแต่ก่อน เพราะตอนนี้เขาเกือบจะเก็บจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิเต็มแล้ว และยังไงการล่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดก็ต้องใช้เวลาอีกมาก ซึ่งในช่วงนั้นหานเซิ่นก็สามารถล่ามอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิ และเก็บจีโนพ้อยได้เต็มอยู่แล้ว

 

ดังนั้นทุกครั้งที่เขามีโอกาส เขาจะให้โฮลี่แองเจิลกินเนื้อเลือดศักดิ์สิทธิด้วย ถ้าหล่อนวิวัฒนาการได้เหมือนเหมียวละก็ หล่อนจะกลายเป็นวิญญาณอสูรขั้นสุดยอด ถ้าถึงตอนนั้นเขาแทบจะไม่ต้องกระดิกนิ้วด้วยซ้ำ เขาสามารถให้หล่อนสู้แทนได้

 

เมื่อบาร์บีคิวพร้อม โฮลี่แองเจิลก็เริ่มกินเนื้อของมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิตามที่หานเซิ่นบอกทันที เนื้อชิ้นใหญ่ๆหายไปในชั่วพริบตา

 

ความหิวกระหายของมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธ์เหนือคำบรรยายจริงๆ หานเซิ่นเพิ่งจะกินไปแค่ชิ้นเดียว ขณะที่โฮลี่เเองเจิลกินไป 10 กว่าชิ้นแล้ว และดูเหมือนเธอยังไม่รู้สึกอิ่มอะไรเลย

 

หานเซิ่นปล่อยให้โฮลี่แองเจิลกินจนพอใจ เขาเก็บเนื้อไว้บางส่วนเพื่อเอาไว้กินระหว่างทาง ในส่วนที่หานเซิ่นกินเข้าไปเพิ่มจีโนพ้อยให้เขาได้อีก ทำให้ตอนนี้หานเซิ่นมีจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิทั้งหมด 79 จีโนพ้อยแล้ว