0 Views

เมื่อได้ยินคำพูดของจิงจี้หยา หานเซิ่นก็ยิ้มและลูบไล่ของเขา “จิงจี้หยา ถ้านายต้องการจะขู่ใครสักคน นายจะต้องฉลาดกว่านี้ เวลานายพูด นายต้องทำหน้าตาให้มันน่ากลัวกว่านี้ ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันอาจจะกลัวก็ได้”

 

ใบหน้าของจิงจี้หยาเริ่มน่ากลัวขึ้น เขาพูด “พี่ชาย ผมไม่ได้มาเล่นตลก”

 

หานเซิ่นเอนหลังพิงเก้าอี้และยืดตัว จากนั้นก็พูดอย่างช้าๆ “เนื่องจากนายสืบเรื่องของครอบครัวฉันมาเป็นอย่างดี นายก็ควรจะรู้ว่าฉันเป็นใคร นายกล้าแตะต้องพวกเขารึ? ตอนนี้ลองบอกฉันอีกทีว่านายไม่ได้เล่นตลก”

 

จิงจี้หยาพูด พร้อมกับยิ้ม “พี่ชายที่คุณพูดมาก็อาจจะจริงที่ผมไม่กล้ายุ่งกับครอบครัวคุณ แต่เพื่อนของคุณไม่ได้โชคดีแบบพวกเธอ ถึงผมจะไม่กล้าทำอะไรหวังเหมียนเหมียนหรือลู่เหมิน แต่สำหรับซื่อจื้อคังและจางหยางมันเป็นอีกเรื่อง พวกเขาไม่ได้มีคนคุ้มกัน”

 

“ฉันก็อยากจะรู้ว่านายมีแผนจะทำร้ายพวกเขายังไง ในเมื่อพวกเขาอยู่ในเหยี่ยวดำ” หานเซิ่นพูด

 

จิงจี้หยายังคงยิ้ม “มันไม่ง่ายที่ผมจะทำร้ายพวกเขาในโรงเรียนก็จริง แต่ครอบครัวของพวกเขาล่ะ หรือไม่ผมอาจจะล่อลวงแฟนของพวกเขาก็ได้ คุณคิดว่าผมจะทำสำเร็จไหม?”

 

“จิงจี้หยา มันมีสิ่งที่นายไม่ควรจะทำ ฉันต้องขอเตือนนายเอาไว้” หานเซิ่นตอบอย่างเคร่งขรึม ไม่ว่าจิงจี้หยาจะทำสำเร็จหรือไม่ เขาก็จะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น

 

“ถ้าคุณไม่พอใจ คุณก็มาดวลกับผม” จิงจี้หยาพูดอย่างสุภาพ

 

“งั้นก็ตามใจนายแล้วกัน” ถึงหานเซิ่นไม่อยากจะเสียเวลาไปสู้กับรุ่นน้อง แต่เขาก็ไม่อาจจะทนการยั่วยุจากเด็กคนนี้ได้อีกต่อไป

 

จิงจี้หยาตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ผมจะรอคุณ โปรดรักษาสัญญา ไม่งั้น..”

จิงจี้หยาไม่พูดให้จบ แต่ถึงจะโง่แค่ไหนก็น่าจะเข้าใจความหมายของเขา หานเซิ่นยิ้มและพูด “ดูเหมือนจิงจี้อู่จะไม่ได้สอนน้องชายให้ดี ดังนั้นฉันจะต้องแสดงความเป็นเพื่อนที่ดี และสั่งสอนน้องชายให้เขา”

 

จิงจี้หยารู้สึกไม่พอใจที่ได้ยินแบบนั้น แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ยังไงหานเซิ่นก็รับคำท้าของเขาแล้ว สิ่งที่เขาต้องทำก็คือเอาชนะหานเซิ่นให้ได้ การโต้เถียงไม่มีประโยชน์อะไร

 

จิงจี้หยาคิดเสมอว่าขอเพียงแค่เอาชนะหานเซิ่นได้ เขาก็จะแก้แค้นให้พี่ชายได้สำเร็จ

 

เมื่อเห็นจิงจี้หยาเดินออกไป หานเซิ่นก็ไปหาข้อมูลและเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปยังเมืองกลอรี่ ถึงเขายังรู้สึกว่าอ่อนแอ เมื่อเทียบกับมอนสเตอร์ขั้นสุดยอด แต่บางทีเขาอาจจะมีโอกาสก็ได้

 

เฟลมเลฟเทนแนนท์ เดวิลซอร์ดและมนตรานอกรีตขั้นที่ 2 อาจพอมีหวังที่เขาจะฆ่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดได้ ที่สำคัญที่สุดเต่าตัวนั้นไม่ได้รวดเร็วมาก ดังนั้นถ้าไม่ไหวจริงๆ เขาก็สามารถหนีได้ตลอดเวลา

 

“ก่อนจะออกเดินทางไปเมืองกลอรี่ เหมือนว่าเราคงต้องไปตบเกรียนเด็กซะก่อน” หานเซิ่นไม่ต้องการพลาดโอกาสนี้ไป เพราะมอนสเตอร์ขั้นสุดยอดมันหายากมากๆ เขาไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะมีโอกาสอีกถ้าเขาพลาดการล่ามอนสเตอร์ตัวนี้ไป

 

หลังจากที่จิงจี้หยาออกไป เขาก็ไปกระจายข่าวลือว่าการต่อสู้ระหว่างเขากับหานเซิ่นจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ที่สนามยิงธนู เพื่อกอบกู้ชื่อของพี่ชายกลับคืนมา เขาต้องการให้คนจำนวนมากเห็นว่าเขาเอาชนะหานเซิ่นได้

 

จิงจี้หยาถึงขนาดเตรียมคำพูดตอนที่เอาชนะหานเซิ่นเอาไว้แล้ว “ถึงคุณจะมีฝีมืออยู่บ้าง แต่คุณก็เทียบกับผมไม่ได้ และยิ่งคนละชั้นกับพี่ชายของผม ชัยชนะแค่ครั้งเดียวของคุณก็มาจากโชคล้วนๆ”

 

ไม่นานทั้งเหยี่ยวดำก็รู้เรื่องการดวลครั้งนี้ เกือบทุกคนที่ได้ยินข่าวรู้สึกตื่นเต้นมาก

 

หานเซิ่นคือตำนานของเหยี่ยวดำ และจิงจี้หยาคือปีศาจคนที่ 2 ต่อจากพี่ชายของเขา ดังนั้นการต่อสู้ของพวกเขาจะต้องเป็นอะไรที่สุดยอดมาก

 

แม้แต่พวกอาจารย์ก็ยังตัดสินใจจะไปดูการดวล หลังจากที่ได้ยินข่าวนี้

 

ในเช้าวันรุ่งขึ้นก่อนที่จิงจี้หยาและหานเซิ่นจะไปถึง บนสแตนด์เชียร์ของสนามยิงธนูก็เต็มไปด้วยนักเรียนจำนวนมาก

“พวกนายคิดว่าใครจะชนะ?”

 

“อัจฉริยะอยู่แล้ว แม้แต่จิงจี้อู่ยังสู้เขาไม่ได้เลย ไม่ต้องพูดถึงจิงจี้หยา” พวกนักเรียนปี 4 ต่างก็เคยเห็นความแข็งแกร่งของหานเซิ่นมากับตา ทำให้พวกเขาสนับสนุนหานเซิ่น

 

“ผมไม่คิดแบบนั้นนะ พวกรุ่นพี่น่าจะได้เห็นสถิติของจิงจี้หยาแล้ว ซึ่งมันน่าจะดีกว่าของจิงจี้อู่ในสมัยที่เขายังเรียนอยู่ หานเซิ่นอาจจะเอาชนะจิงจี้อู่ได้ด้วยโชคหรืออะไรก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้ลงแข่งอะไรเลยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผมคิดว่าเขาต้องแพ้จิงจี้หยาแน่..”

นอกจากนักเรียนปี 4 แล้วนักเรียนปีอื่นๆต่างก็สนับสนุนจิงจี้หยา โดยเฉพาะพวกผู้หญิง เนื่องจากจิงจี้หยาหน้าตาดี ทำให้เขาฮอทมาก

 

“แม้แค่คุณเฉินก็มาดูการดวลครั้งนี้ด้วยหรอคะ?” ซื่อถูเซียงประหลาดใจที่เห็นเฉินหลิงมาดูการดวลครั้งนี้ด้วย

 

“ค่ะ หานเซิ่นเองก็เคยลงแข่งให้กับชมรมศิลปะการป้องกันตัว ฉันเลยมาเพื่อเอาใจช่วยเขา” เฉินหลิงพูดพร้อมกับยิ้ม

 

“มานี่ค่ะ มานั่งตรงนี้ที่นี่มองเห็นได้ชัดกว่า” ซื่อถูเซียงเชิญเฉินหลิงมานั่งตรงที่นั่งของโค้ช

 

“โค้ชซื่อถู คุณคิดว่าใครมีโอกาสชนะมากกว่า หานเซิ่นหรือว่าจิงจี้หยา?” เฉินหลิงถาม

 

“มันยากที่จะพูด ดูเหมือนจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับหานเซิ่นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่ฉันพูดได้ก็คือจิงจี้หยาเหนือกว่าพี่ชายของเขา” ซื่อถูเซียงพูดพร้อมกับยิ้มอย่างขมขื่น

 

เฉินหลิงเข้าใจความหมายของซื่อถูเซียงดี เธอพยักหน้าและไม่พูดอะไรต่อ

 

รูทเมทของหานเซิ่นเองก็มีเชียร์เขาด้วย รวมถึงหวังเหมียนเหมียนก็มาดูพร้อมกับเพื่อนของเธอ แต่ทว่าสแตนด์เชียร์ก็เต็มหมดแล้ว ทำให้พวกเขาต้องยืนดู

 

“เซิ่นมันจะเอาชนะได้ไหมนะ? ไอ้เด็กปีหนึ่งนั้นไม่ธรรมดาเลย” ซื่อจื้อคังดูจะเป็นกังวล ช่วงที่ผ่านมาเขาเห็นฟอร์มของจิงจี้หยามามาก

 

เนื่องจากจิงจี้หยาอยู่ในหน่วยธนู ทำให้ซื่อจื้อคังเคยเจอเขาหลายครั้งแล้ว ซื่อจื้อคังรู้สึกว่าเมื่อเผชิญหน้ากับจิงจี้หยา เขารู้สึกกดดันมากกว่าตอนเจอกับจิงจี้อู่ซะอีก

 

จางหยางกับลู่เหมินไม่พูดอะไร จริงๆพวกเขาทั้ง 2 คนเคยได้ดวลกับจิงจี้หยามาแล้ว และพวกเขาก็แพ้ยับเยิน พวกเขาเองก็รู้สึกแบบเดียวกันกับซื่อจื้อคัง จิงจี้หยาดูไร้เทียมทานยิ่งกว่าจิงจี้อู่ซะอีก

 

“พี่หานต้องชนะแน่นอน” หวังเหมียนเหมียนคือแฟนคลับตัวยงของหานเซิ่น เธอเชื่อหานเซิ่นจนเรียกว่าหน้ามืดตามัวก็ได้ ไม่ว่าหานเซิ่นจะพูดอะไรเธอจะเชื่อไปซะหมด