0 Views

หานเซิ่นถอยหลังและหลบการโจมตีของสวี่จู ขณะจ้องมองสวี่จู อย่างประหลาดใจ

 

เขาอยู่ในกลาดิเอเตอร์มาเป็นเวลานาน เนื่องจากอัตราการชนะของเขาต่ำ ปรกติเลยไม่ค่อยมีคนมาท้าเขาสู้เท่าไหร่ ซึ่งหานเซิ่นก็มักจะเลือกการต่อสู้แบบสุ่มอยู่เสมอ

 

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคนชวนเขา เขาก็คิดว่าคู่ต่อสู้คงจะต้องเป็นมือใหม่เหมือนกัน ถึงต้องการหาคนที่อ่อนกว่าในการต่อสู้

 

แต่ทว่าเมื่อเริ่มต่อสู้ หานเซิ่นก็พบว่าคู่ต่อสู้ของเขามีความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิด และยังฝึกดิเวอร์ชั่น วิธีการที่เขาใช้แรงของหานเซิ่นเพื่อโจมตีกลับเป็นวิธีที่ชาญฉลาดมาก

 

พาโนราม่าเองก็มีเทคนิคคล้ายๆกันนี้รวมอยู่ด้วย ซึ่งหานเซิ่นได้ฝึกมันมากว่าครึ่งปีแล้ว

 

ถ้าหานเซิ่นสามารถฝึกพาโนราม่าให้เชี่ยวชาญได้ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คู่ต่อสู้จะจับตัวได้ เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่มีประโยชน์มาก เมื่อต้องต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่มีแขนและหนวดจำนวนมาก

 

แต่กระนั้นวิธีการใช้แรงของคู่ต่อสู้โจมตีกลับ มันค่อนข้างยากในการฝึก สิ่งสำคัญที่สุดในการฝึกดิเวอร์ชั่นคือต้องฝึกจากการต่อสู้จริงๆ ในตอนนี้หานเซิ่้นเข้าใจหลักของดิเวอร์ชั่นเพียงแค่อย่างผิวเผินเท่านั้น

 

โชคดีที่หานเซิ่นเคยฝึกวิชาปีศาจพันธนาการมาก่อน ดังนั้นเขาเลยไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนกเมื่อเจอเทคนิคแบบนี้ แต่กระนั้นมันก็ต้องใช้เวลากว่าที่หานเซิ่นจะสามารถเรียนรู้ดิเวอร์ชั่นจากคู่ต่อสู้ได้

 

เมื่อเห็นวิชาดิเวอร์ชั่นของสวี่จู หานเซิ่นก็รู้สึกตื่นเต้นมาก

 

ผู้วิวัฒนาการเต็มไปด้วยคนที่มีเทคนิคและทักษะการต่อสู้ที่สูงจริงๆ ดีที่การต่อสู้ในกลาดิเอเตอร์ใช้การจำลองร่างกาย ไม่งั้นถ้าคู่ต่อสู้ใช้วิชาที่เปลี่ยนแปลงเซลล์ในร่างกาย ไม่มีทางเลยที่หานเซิ่นจะสู้กับพวกเขาได้

 

เมื่อเห็นหานเซิ่นพยายามถอยหนี สวี่จูก็ตามไปทันที ทันใดนั้นเขาก็เห็นหานเซิ่นยกมือซ้ายของเขาไปจับที่แขนขวา และจัดข้อต่อให้เข้าที่

 

สวี่จูขมวดคิ้ว การที่หานเซิ่นทำแบบนั้นได้ แสดงว่าเขาต้องเคยฝึกวิชาที่คล้ายๆกันมาก่อนแน่นอน

 

แต่สวี่จูก็ไม่ได้ใส่ใจเกี่ยวกับมันมาก หานเซิ่นมีระดับความแข็งแกร่งต่ำกว่าเขามาก ถึงหานเซิ่นจะฝึกดิเวอร์ชั่นมาก็ตาม ก็ไม่สามารถสู้กับเขาได้

 

สวี่จูพุ่งเข้าไปหาหานเซิ่นอีกครั้ง ทั้ง 2 คนมีระดับความแข็งแกร่งแตกต่างกันประมาน 10 ถึงหานเซิ่นต้องการจะวิ่งหนี มันก็ยากที่จะทำสำเร็จ

 

แม้กล้ามเนื้อจะไม่เคลื่อนไหว แต่หัวใจของหานเซิ่นก็เริ่มเต้นเร็วและรุนแรงขึ้นในทันทีด้วยวิชามนตรานอกรีต ตอนนี้อัตราการเต้นของหัวใจหานเซิ่นสู้กว่าปรกติ

 

ด้วยการกระตุ้นจากการเต้นของหัวใจ เลือดในกายของหานเซิ่นก็เริ่มไหลเวียนด้วยความเร็วที่สูงขึ้น ทำให้ระดับความแข็งแกร่งของหานเซิ่นสูงขึ้นไปอีก

 

แม้ระดับความแข็งแกร่งของหานเซิ่นยังต่ำกว่า 30 แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นมาอยู่ประมาน 28

 

มันยากมากที่หานเซิ่นจะเจอคนที่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิด และยังถนัดการใช้แรงขออีกฝ่าย ซึ่งระดับความแข็งแกร่งก็ไม่ได้สูงกว่าเขามากด้วย หานเซิ่นไม่ต้องการที่จะแพ้เร็วเกินไป เขาต้องการเห็นเทคนิคของคู่ต่อสู้ให้มากกว่านี้

 

“เหมือนว่าเขากำลังพยายามหลอกคู่ต่อสู้จริงๆ ระดับความแข็งแกร่งของเขาไม่ได้ต่ำขนาดนั้น!” หวงอวี้เล่ยพูด เมื่อเห็นว่าหานเซิ่นมีความเร็วและความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมา

 

เมื่อเห็นว่าหานเซิ่นมีระดับความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมา เดสเพอราโด้ก็ยังอยู่นิ่งเงียบ เขารู้สึกว่าพฤติกรรมของหานเซิ่นมันแปลกๆ แต่เขาก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นยังไง

 

หานเซิ่นและสวี่จูเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอีกครั้ง ถึงจะใช้วิชามนตรานอกรีตเพื่อเพิ่มระดับความแข็งแกร่ง แต่เขาก็ยังมีระดับความแข็งแกร่งน้อยกว่าสวี่จูอยู่พอสมควร ยิ่งกว่านั้นเทคนิคการต่อสู้ระยะประชิดของสวี่จูก็เหนือกว่าหานเซิ่น ดังนั้นหานเซิ่นยังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่มาก

 

แขนของหานเซิ่นถูกสวี่จูทำให้เคลื่อนไป 2 ครั้งแล้ว แต่เขาก็ยังรอดมาได้ด้วยวิชาปีศาจพันธนาการ และการใช้ฟุตเวิร์คที่แปลกประหลาดของโครงกระดูก ถึงเขาจะถูกสวี่จูจับและล็อคได้หลายครั้ง แต่เขาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ตลอด

 

แม้ว่าปีศาจพันธนการจะไม่ใช่วิชาไฮเปอร์จีโนระดับสูงเหมือนกับดิเวอร์ชั่น แต่มันก็สอนวิธีการเอาตัวรอดจากการต่อสู้ระยะประชิดให้หานเซิ่น ทำให้เขารอดมาได้หลายต่อหลายครั้ง

 

แม้สวี่จูจะเป็นฝ่ายเหนือกว่า แต่เขาก็ไม่สามารถจับหานเซิ่นกดลงกับพื้นได้ ยิ่งกว่านั้นนี่เป็นการต่อสู้จำลอง การโจมตีด้วยการล็อคหรือบิดข้อต่อของคู่ต่อสู้จะทำความเสียหายได้น้อยกว่าการโจมตีประเภทอื่นๆ หลังจากผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง แม้หานเซิ่นจะได้รับบาดเจ็บมาหลายครั้ง แต่เขาก็ยังเหลือ HP อยู่อีก 40%

 

หวงอวี้เล่ยที่ดูการต่อสู้อยู่ เขารู้สึกว่าสถานการมันคุ้นๆ ในการต่อสู้ระหว่างเขากับหานเซิ่น เขาก็ได้เปรียบอยู่ตลอดตั้งแต่เริ่ม แต่เขากับต้องแพ้ให้กับหานเซิ่นด้วยวิชา 13 คมดาบ

 

‘ไม่มีทาง…เขาไม่มีทางลอกเลียนแบบวิชาดิเวอร์ชั่นของสวี่จูได้…’หวงอวี้เล่ยส่ายหัว เขาไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เขาคิด ดิเวอร์ชั่นเป็นวิชาที่ต้องใช้เวลาฝึกมากกว่า 13 คมดาบ ซึ่งมันต้องฝึกพื้นฐานมาตั้งแต่เล็กๆ เขาแทบไม่เคยได้ยินว่าจะมีใครฝึกมันได้สำเร็จ เมื่อเริ่มฝึกตอนโตแล้ว

 

หวงอวี้เล่ยไม่เชื่อว่าหานเซิ่นสามารถเรียนรู้วิชาดิเวอร์ชั่นได้ระหว่างการต่อสู้ และเขาก็ไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าหานเซิ่นเรียนรู้วิชา 13 คมดาบระหว่างการต่อสู้กับเขา

 

ขณะที่การต่อสู้ดำเนินต่อไป ใบหน้าของหวงอวี้เล่ยก็เปลี่ยนไป ตอนนี้ดูเหมือนว่าหานเซิ่นเริ่มก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้หานเซิ่นแทบจะไม่โดนสวี่จูจับอีกแล้ว เขามีความเร็วที่มากขึ้นในตอนที่หนีจากการล็อคของสวี่จู

 

“ไม่จริงน่า…” หวงอวี้เล่ยเริ่มรู้สึกตื่นตระหนก และเขาไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็น เหมือนว่าความคิดที่เขาพยายามปฏิเสธมันจะถูกต้อง

 

เดสเพอราโด้เบิกตากว้าง แต่เขาไม่ได้พูดอะไร เขากำลังดูการต่อสู้โดยไม่กระพริบตา

 

ในโคลอสเซียม สวี่จูเองก็ช็อคเช่นเดียวกัน ถึงจะบอกไม่ได้แน่ชัดว่าหานเซิ่นก้าวหน้าไปขนาดไหนแล้ว แต่สวี่จูก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความก้าวหน้าหานเซิ่น

 

เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยว่าคู่ต่อสู้ของเขาเริ่มมีเทคนิคในการต่อสู้ระยะประชิด และการบิดข้อต่อที่สูงขึ้นผิดหูผิดตา จนทำให้เขารู้สึกกลัวขึ้นมา

 

ในตอนนี้สวี่จูแทบจะทำอะไรหานเซิ่นไม่ได้อีกแล้ว แม้เขายังเป็นฝ่ายเหนือกว่า แต่มันก็ยากสำหรับเขาที่จะเอาชนะหานเซิ่นได้

 

ทหารคนหนึ่งบนยานรบ เมื่อทหารอยู่ในเขตแดนของข้าศึก เขาไม่มีความกลัวการต่อสู้ เขามองดูความเป็นความตายด้วยสีหน้าที่สงบ ในตอนนี้สวี่จูแทบจะทำอะไรเขาไม่ได้แล้ว นอกจากเฝ้าดูเขาแข็งแกร่งขึ้นไปเรื่อยๆ