0 Views

เจิ้งฉือและโจวชิงตะลึงกับภาพที่เห็น พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะมีคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ในหมู่คนที่ยังไม่วิวัฒนาการ

 

“เหนือมนุษย์” เมื่อพวกเขาเห็นหานเซิ่นฆ่ามอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิ เจิ้งฉือก็ไม่สามารถละสายตาจากหานเซิ่นได้

 

การเข่นฆ่ายังคงดำเนินต่อไป มอนสเตอร์ถูกหานเซิ่นฆ่าทีละตัวทีละตัว

 

“นับวันเขายิ่งเหนือมนุษย์ขึ้นเรื่อยๆ” แกมเบิลเอนหลังพิงกำแพง และจุดบุหรี่สูบ

 

“รุ่นพี่ หัวหน้าแข็งแกร่งแบบนี้เสมอเลยงั้นหรอ?”  เจิ้งฉือออกมาอย่างอดไม่ได้

 

“อืมม แต่อย่างน้อยฉันก็เคยสอนอะไรให้เขาเหมือนกัน..” แกมเบิลพ่นควันบุหรี่ออกมา

 

“จริงหรอ?” ทั้งเจิ้งฉือและโจวชิงเบิกตากว้าง พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่

 

“ดูที่การกวัดแกว่ง และการใช้อาวุธลับของเขา พวกนายแทบจะบอกไม่ได้เลยว่าอาวุธนั้นซ่อนอยู่ที่ไหน นั่นเป็นสิ่งที่ฉันสอนให้กับเขาเอง มันสืบทอดกันมาในตระกูลของฉัน ถ้าหานเซิ่นไม่ใช่อัจฉริยะ ฉันก็คงไม่มีทางถ่ายทอดวิชาลับของตระกูลให้เขา ดีที่เขาไม่ทำให้ฉันผิดหวัง…” การคุยโวของแกมเบิล ทำให้เขาดูน่าเคารพในสายตาของเจิ้งฉือและโจวชิงมาก

 

แกมเบิลไม่มีทางบอกใครว่าจริงๆแล้วที่เขาถ่ายทอดวิชานี้ให้หานเซิ่นก็เพราะเขาต้องการแลกกับหนังโป๊ที่หานเซิ่นเอามาให้

 

ขณะที่หานเซิ่นเคลียร์ทาง ร็อคเวิร์มเลือดศักดิ์สิทธิก็กำลังสนุกกับการกินเนื้อจำนวนมาก ซึ่งหานเซิ่นเก็บเนื้อของมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิไว้บนหลังของร็อคเวิร์มแล้ว

 

มีมอนสเตอร์จำนวนมากในรังนี้ แต่ส่วนมากก็เป็นมอนสเตอร์ระดับกลายพันธ์ทั้งนั้น

 

“ดาร์คเนสระดับกลายพันธ์ถูกฆ่า คุณได้รับวิญญาณอสูรดาร์คเนสระดับกลายพันธ์ เมื่อกินเนื้อของมัน คุณมีโอกาสได้รับ 0 ถึง 10 จีโนพ้อยกลายพันธ์”

 

มันคือวิญญาณอสูรกลายพันธ์ดวงที่ 3 แล้วที่หานเซิ่นได้ และยังมีวิญญาณอสูรโบราณอีกจำนวนมากที่เขาได้รับ แต่เขาไม่สนใจที่จะนับมัน

 

ร็อคเวิร์มเลือกกินเพียงแค่เนื้อมอนสเตอร์กลายพันธ์ มันไม่แม้แต่จะมองพวกมอนสเตอร์ระดับโบราณ

 

ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่ดูเหมือนครั้งนี้มันจะอิ่มจริงๆ เพราะมันเรอออกมาเสียงดัง ขนาดของมันใหญ่ขึ้นกว่าเก่าพอสมควร

 

ในที่สุดหานเซิ่นก็ไปถึงที่ไข่ เขามองที่ไข่ขนาดใหญ่ และฟันมันโดยไม่ลังเล

 

“กำลังสุ่มวิญญาณอสูร…”

 

ไม่นานวิญญาณอสูรก็เริ่มรวมตัวกันเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เป็นดาบยาวที่กำลังลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีดำ

 

“คุณได้รับวิญญาณอสูรเดวิลซอร์ด(ดาบปีศาจ)เลือดศักดิ์สิทธิ”

 

ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เมื่อได้รับวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ แต่หานเซิ่นดูจะผิดหวังเล็กน้อย แม้วิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิจะมีค่ามาก แต่เขาก็อยากได้วิญญาณอสูรขั้นสุดยอดมากกว่า

 

เนื่องจากเขาเข้ามาไกลมากแล้ว หานเซิ่นจึงตัดสินใจกวาดล้างมอนสเตอร์ทั้งหมดที่เหลืออยู่ในรัง

 

ในตอนนี้ร็อคเวิร์มไม่สามารถกินอะไรอีกต่อไปแล้ว ถึงจะมีซากมอนสเตอร์กลายพันธ์เหลืออยู่ก็ตาม ตอนนี้มันหยุดเคลื่อนที่

 

หานเซิ่นเคยป้อนอาหารให้ร็อคเวิร์มมานับครั้งไม่ถ้วน แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาเห็นมันหยุดกินแบบนี้ ซึ่งทำให้หานเซิ่นประหลาดใจ

 

แต่นี่ก็เป็นเรื่องดีสำหรับเขา เพราะเขาจะได้เก็บเนื้อระดับกลายพันธ์พวกนั้ไว้ให้เจิ้งฉือและโจวชิงที่อุส่าติดตามเขามาถึงในรัง

 

ส่วนแกมเบิล เขาเก็บจีโนพ้อยกลายพันธ์ได้เต็มแล้ว และเขาก็ไม่ได้สนใจเนื้อระดับกลายพันธ์อีก

 

ในขณะที่หานเซิ่นกำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่เหลืออยู่ในรัง หยางม่านลี่ที่กำลังคอยอยู่ข้างนอกก็เริ่มรู้สึกกังวลเล็กน้อย เนื่องจากหานเซิ่นใช้เวลามากเกินไป เธอต้องการเข้าไปดูว่าเขายังปลอดภัยดีหรือเปล่า

 

“ไปกันเถอะ พวกเราต้องลงไปเช็คดูอีกรอบ” หยางม่านลี่นำคนของเธอลงไปในรังอีกครั้ง

 

ทุกคนรู้ดีว่าหยางม่านลี่เป็นรองหัวหน้าหน่วยพิเศษ ทำให้พวกเขาคิดว่าหยางม่านลี่อาจจะวางแผนที่จะฆ่าหานเซิ่นเพื่อแย่งตำแหน่งหัวหน้าหรือเปล่า

 

“พวกเราควรจะลงไปด้วยกันนะ ถ้ามีอะไรผิดปรกติเกิดขึ้น พวกเราสามารถช่วยหานเซิ่นได้” หยวนพูด และพาคนของเขาเข้าไปร่วมกับกลุ่มของหยางม่านลี่

 

นิ้วกอยลังเลเเละมองที่สมาชิกทีมคนอื่นๆในกลุ่มของเขา ตอนนี้กลุ่มของเขาถึอว่าเสียหายมากกว่ากลุ่มอื่น เเละพวกเขาไม่กล้าที่จะพวกคนไปเสี่ยงอีก

 

กลุ่มที่ลงไปในรังช็อคกับสิ่งที่เห็น ในรังขนาดใหญ่มีซากมอนสเตอร์เกลื่อนพื้นไปหมด และเกือบจะทั้งรังเต็มไปด้วยเลือดของมอนสเตอร์ ภายใต้แสงสีเขียวที่สะท้อนมา มันช่างเป็นฉากที่สยดสยองมาก

 

“พวกเขา 4 คนฆ่ามอนสเตอร์ทั้งหมดเลยอย่างงั้น?” ชิงเบิกตากว้างและถาม

 

“ไม่มีใครอยู่ที่นี่ นอกจากพวกเขา 4 คน” นิ้วก้อยที่ตามลงมาก็ช็อคเช่นเดียวกัน และไม่อยากเชื่อว่าคนแค่ 4 คนจะทำได้ถึงขนาดนี้

 

นิ้วก้อยคิดว่าถึงจะเอาคนของเขารวมกับอีก 2 กลุ่มบุกเข้ามาก็อาจจะทำไม่ได้ถึงขนาดนี้

 

“นี่มันบ้าชัดๆ!” คนในกลุ่มของหยางม่านลี่เองก็ตกตะลึง

 

พวกเขาเดินฝ่าซากมอนสเตอร์ที่ตายเข้า ไม่นานพวกเขาก็พบหานเซิ่น แกมเบิล เจิ้งฉือและโจวชิงที่กำลังเลือกซากมอนสเตอร์กลายพันธ์อยู่

 

“หานเซิ่นดูแล้วในเมืองนี้คงไม่มีใครเทียบคุณได้อีก นอกจากดอลลาร์ คุณเป็นไอดอลของผม” ชิงยกนิ้วโป้งให้หานเซิ่น

 

“นี่มันน่าเหลือเชื่อมาก” นิ้วก้อยมองหานเซิ่นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน

 

หยางม่านลี่ไม่พูดอะไร แต่เธอก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายเช่นเดียวกัน เธอประเมินฝีมือของหานเซิ่นไว้สูงแล้ว แต่เธอก็ไม่คิดว่าเขาจะเก่งถึงขนาดกวาดล้างมอนสเตอร์ทั้งรังได้

 

ขณะที่อีก 2 คนที่มากับเขาคือ เจิ้งฉือและโจวชิง หยางม่านลี่รู้จักพวกเขาดี พวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากนัก ดังนั้นจะต้องเป็นหานเซิ่นกับเเกมเบิลที่ช่วยกันจนทำได้ถึงขนาดนี้ แต่กระนั้นเธอก็รู้ดีว่าแกมเบิลคงจะไม่ได้ช่วยอะไรมาก คนที่ลุยแนวหน้าคงจะเป็นหานเซิ่น

 

หลังจากสู้ในรังในครั้งนี้ หานเซิ่นก็ได้รับการชื่นชมและสรรเสริญไปทั่วเมืองสตีลอาเมอร์ เนื่องจากดอลลาร์ไม่ได้ปรากฏตัวมานานมากแล้ว ทำให้ตอนนี้ทุกคนเชื่ออย่างสนิทใจว่าหานเซิ่นคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองสตีลอาเมอร์