0 Views

“ถึงว่าทำไมไม่มีใครกล้าบุกเข้าไป นี่คือภารกิจที่ไม่น่าเป็นไปได้!”

แกมเบิลส่ายหัวหลังจากเห็นสภาพหลังกำแพง

 

“บ้าเอ้ย นี่มันบ้าชัดๆ!” สมาชิกอีก 2 คนจากหน่วยพิเศษ เจิ้งฉือและ โจวชิงรู้สึกกลัวมาก

 

“หานเซิ่น พวกเราควรจะถอยกันก่อนดีกว่า ไม่มีทางที่พวกเราจะบุกเข้าไปหลังกำแพงนั่นได้แน่ พวกเราต้องรอให้พวกมันถอยออกไปจากกำแพง พวกเราถึงจะมีโอกาสเข้าไปข้างในได้” แกมเบิลพูด

 

“โอเค พวกนายกลับกันไปก่อน เดี๋ยวฉันจะเข้าไปข้างในคนเดียว” หานเซิ่นตัดสินใจ

 

เจิ้งฉือและโจวชิงเบิกตากว้างและพูด “หัวหน้า ผมว่ามันอันตรายเกินไป”

 

หานเซิ่นยิ้มและพูด “ถึงมันจะอันตราย แต่มันก็มีโอกาสที่จะทำลายไข่ได้ ถ้าเกิดรอให้พวกมอนสเตอร์ถอยกลับไป ถึงตอนนั้นทุกคนจะมีโอกาสบุกเข้าไปทำลายไข่ พวกนายไปรอที่ทางออกก่อนเลย ฉันจะลองเข้าไปข้างใน ถ้าทำไม่สำเร็จ เดี๋ยวฉันก็จะถอยเหมือนกัน ”

 

“หานเซิ่น ฉันจะไปกับนายด้วย” แกมเบิลกัดฟันและพูด

 

“ไม่เป็นไร ฉันทำคนเดียวได้ ข้างในมีมอนสเตอร์อยู่จำนวนมาก ถ้าฉันไปคนเดียวจะทำงานได้ง่ายกว่า เดี๋ยวฉันจะรีบกลับ หลังจากทำลายไข่ได้แล้ว” หานเซิ่นเรียกชุดเกราะแฟนท่อมแอนท์เลือดศักดิ์สิทธิและฉมวก 3 แฉกเลือดศักดิ์สิทธิออกมา

 

เมื่อเห็นว่าหานเซิ่นตัดสินใจแน่วแน่แล้ว แกมเบิลก็ไม่พูดอะไรอีก แต่กระนั้นเขาก็ยืนกรานที่จะรอหานเซิ่นอยู่ที่กำแพง มันจะปลอดภัยกว่าเวลาหานเซิ่นหนีกลับมา

 

หานเซิ่นพยักหน้า และใช้ฉมวก 3 แฉกดันโล่ที่อุดรูบนกำแพงออกไป โล่พุ่งกระเด็นไปชนมอนสเตอร์ข้างหลัง

 

หานเซิ่นกวัดแกว่งฉมวกตัดหัวของมอนสเตอร์ที่วิ่งเข้ามาหาเขา เลือดสาดกระจาดไปทั่วบริเวณ

 

หานเซิ่นเตะซากมอนสเตอร์ที่ตายไปข้างหน้า ทำให้พวกมอนสเตอร์ตัวอื่นๆวิ่งเข้ามาได้ลำบากมากขึ้น แต่มันก็พอมีพื้นที่ว่างให้หานเซิ่นบุกเข้าไปข้างในได้

 

“หัวหน้าจะไม่เป็นแน่หรอ?” เจิ้งฉือพูด เนื่องจากมีมอนสเตอร์มากเกินไป ถึงจะได้รับการปกป้องจากเกราะมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิ แต่มันก็ไม่ได้การันตีว่าจะปลอดภัย

 

“ไม่ต้องห่วง เขาเป็นคนที่รอบคอบมาก และเขาจะไม่ทำอะไรที่ไม่มั่นใจ เนื่องจากเขากล้าที่จะลุยเข้าไป แสดงว่าเขาคิดว่าสามารถทำมันได้” แกมเบิลพูด เขาทำงานอยู่ในหน่วยพิเศษมานานและรู้จักหานเซิ่นดี ถ้าแกมเบิลไม่ได้ต้องการวิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิ เขาคงจะไปก็อตเเซงชัวรี่่เขต 2 นานแล้ว

 

จริงๆแกมเบิลก็ไม่ได้เชื่อตามที่พูดมากนัก เนื่องจากมีมอนสเตอร์ระดับสูงอยู่จำนวนมาก เท่าที่เขาเห็นมีมอนสเตอร์กลายพันธ์มากกว่า 30 ตัวและมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิที่สีดำๆอีก 1 ตัว ซึ่งเขาก็ยังไม่แน่ใจมอนสเตอร์ตัวอื่นๆที่เขาไม่คุ้นหน้าอีก มันอาจจะมีมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิมากกว่า 1 ตัวก็ได้

 

เมื่อเห็นหาเซิ่นถูกมอนสเตอร์ล้อมไว้ โจวชิงก็พูดด้วยเสียงสั่นๆ

“มันเสี่ยงเกินไป หัวหน้าไม่มีทางรู้ว่ามีมอนสเตอร์มากมายแค่ไหน ไม่มีใครบอกได้ว่ามันมีมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิกี่ตัว”

 

ขณะที่พวกเขาพูด หานเซิ่นก็หายเข้าไปในกลุ่มมอนสเตอร์ พวกเขา 3 คนบอกได้แค่ว่าหานเซิ่นยังสู้กับพวกมอนสเตอร์อยู่ เนื่องจากพวกเขายังได้ยินเสียงคำรามของมอนสเตอร์

 

“อย่ามัวแต่ยืนเฉย มอนสเตอร์มันเริ่มออกมากันแล้ว ฆ่าพวกมันให้หมด…” แกมเบิลพูด และใช้อาวุธของเขาฟันมอนสเตอร์ที่ผ่านกำแพงออกมา

 

สถานการณ์ที่เสี่ยงมากในสายตาคนอื่นกับเหมือนเป็นการเดินเล่นสำหรับหานเซิ่น ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน บริเวณนั้นต้องมีเลือดกระจายไปทั่ว มอนสเตอร์ล้มลงตัวแล้วตัวเล่าด้วยฉมวก 3 แฉก ไม่มีอะไรสามารถสัมผัสถูกตัวของเขาได้ นอกจากเลือดของมอนสเตอร์

 

ร็อคเวิร์มเลือดศักดิ์สิทธิที่หานเซิ่นเรียนออกมา ซึ่งตอนนี่มันมีขนาดใหญ่พอๆกับรถถังแล้ว มันอ้าปากขนาดใหญ่ของมัน และเขมือบซากมอนสเตอร์ที่หานเซิ่นฆ่าเข้าไป

 

ถึงร็อคเวิร์มจะยังไม่เปลี่ยนร่าง แต่ผิวหนังของมันก็หนาและแข็งมาก แม้จะเป็นมอนสเตอร์ระดับกลายพันธ์ก็ยังทำอะไรมันไม่ได้

 

ยกเว้นส่วนที่เป็นตาของมัน ซึ่งมีขนาดเท่าเม็ดถั่วแล้ว ส่วนอื่นของมันแข็งจนมีแค่มอนสเตอร์ระดับเลือดศักดิ์สิทธิเท่านั้นที่จะทำให้มันบาดเจ็บได้

 

ในตอนแรกแกมเบิล เจิ้งฉือและโจวชิงยังรู้สึกกดดันกับการต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่ออกมาจากกำแพง แต่ไม่นานพวกเขาก็พบว่าพวกมอนสเตอร์ไม่ได้ออกมากันอีกแล้ว

 

เมื่อพวกเขาเข้าไปดูข้างใน พวกเขาก็เห็นหานเซิ่นชุ่มไปด้วยเลือด และมีซากมอนสเตอร์กองกันเกลื่อนพื้นไปหมด ซึ่งกองซากของมอนสเตอร์มีความสูงมากกว่า 1 ฟุต

 

นี่เป็นฉากที่น่าสยดสยองมากสำหรับเจิ้งฉือและโจวชิง พวกเขาจะไม่ลืมสิ่งที่เห็นในวันนี้

 

พวกเขาคือสมาชิกใหม่ที่ยังไม่เคยเห็นหานเซิ่นต่อสู้มาก่อน ครั้งแรกที่พวกเขาเห็นฝีมือของหานเซิ่นคือตอนที่เขาโชว์ฝีมือบูมเมอแรง

 

เมื่อพวกเขาเข้ามาหน่วยพิเศษของสตีลอาเมอร์ พวกเขาได้ยินข่าวลือมาว่าหานเซิ่นได้เป็นหัวหน้าคนใหม่ของหน่วยพิเศษ เพราะการเลือกที่รักมักที่ชังของหัวหน้าคนเก่า หลายๆคนพูดกันว่าเขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับซินเสวียน

 

ในตอนแรกพวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับหานเซิ่นมาก เนื่องจากพวกเขาพึ่งเข้ามาในหน่วยพิเศษ แต่พวกเขาแทบไม่เคยเห็นหัวหน้าของพวกเขาเลย หยางม่านลี่คือคนที่ดูแลพวกเขา และจัดการเรื่องต่างๆภายในหน่วย

 

แต่ในตอนนี้พวกเขารู้สึกว่าข่าวลือเป็นเรื่องน่าตลกสิ้นดี คนที่พวกเขาเห็นตรงหน้าไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนั้นเพื่อให้ได้ตำแหน่งมา

 

ตั้งแต่พวกเขาเข้ามาในก็อตเเซงชัวรี่ 1 พวกเขาไม่เคยเห็นใครฆ่ามอนสเตอร์แบบหานเซิ่นมาก่อน หานเซิ่นฆ่าพวกมอนสเตอร์ราวกับไล่ฆ่าไก่ธรรมดาๆ

 

ทันใดนั้นพวกเขาก็เห็นเงาสลัวๆของมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิกำลังกระโดดเข้ามาข้างหลังหานเซิ่น มันมีลักษณะคล้ายๆเสือกับสิงโต มันมี 2 หัวและ 3 หาง ขนของมันดูเหมือนกับเหล็ก

 

“หัวหน้า..ระวัง..” ก่อนที่พวกเขาจะพูดจบประโยค พวกเขาก็ต้องช็อค

 

หานเซิ่นเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับสายฟ้า เขาจับไปที่หัวของสิงโต และตัดมันด้วยฉมวก 3 แฉก จากนั้นเขาก็เดินตรงไปหามอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิที่ตอนนี้เหลือเพียงแค่หัวเดียวแล้ว

 

มอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิแสดงอาการหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด มันไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคง หลังจากที่มันเสียหัวไปหนึ่งหัว