0 Views

หานเซิ่นไม่ได้คิดจะตามพวกเขาเข้าไปในรัง เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าในรังตอนนี้มันไม่มีอะไรเหลืออยู่

 

หานเซิ่นบินลงมาจากภูเขา และรีบหนีไปพร้อมกับซากของโกสอายแบร์เลือดศักดิ์สิทธิ

 

เมื่อพวกเขาเข้าไปในรัง พวกเขาก็ไม่ได้คิดเกี่ยวกับหานเซิ่นอีกต่อไป พวกเขาคิดว่ายังไงหานเซิ่นก็ไม่สามารถหนีออกไปจากเกาะนี้ได้ เดี๋ยวพวกเขาค่อยไปตามหาหานเซิ่น หลังจากที่ทำลายไข่ได้แล้ว

 

แต่ทว่าหานเซิ่นก็บินหนีไป พร้อมกับโกสอายแบร์เลือดศักดิ์สิทธิ โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น เมื่อกลุ่มของพวกเขาเข้าไปในรัง พวกเขาก็พบว่ากำแพงสีเขียวได้ถูกทำลายแล้ว

 

แต่หลังจากที่พวกเขาเข้าไปข้างใน พวกเขาก็ไม่พบซากมอนสเตอร์ที่ตายเลย และห้องแต่ละห้องก็ยังอยู่สมบูรณ์ดี ทำให้พวกเขายังมีความหวังอยู่บ้าง

 

แต่เมื่อพวกเขามาถึง พวกเขาก็พบว่าไข่ถูกทำลายแล้ว หัวใจพวกเขาแทบจะหยุดเต้น

 

“หานเซิ่น ฉันจะฆ่าแก!” สวี่ยู่เหยียนโกรธจนแทบจะระเบิด เธอต้องตามหาตัวหานเซิ่นให้พบต่อให้ต้องพลิกแผ่นดิน

 

แต่กระนั้นพวกเขาก็ไม่พบตัวหานเซิ่นเลย แม้แต่ซากโกสอายแบร์เลือดศักดิ์สิทธิก็หายไปอย่างไร้ล่องลอย

 

สวี่ยู่เหยียนโกรธจนแทบจะกระอักเลือด เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง ขณะที่หานเซิ่นได้ทุกอย่าง เธอและทีมของเธอออกตามหาหานเซิ่นทั่วทั้งเกาะ แต่หานเซิ่นก็หายไปอย่างไร้ล่องลอย

 

แต่ไม่ว่าจะโกรธแค่ไหนก็ไม่มีใครรู้ว่าหานเซิ่นอยู่ที่ไหนกันแน่ ไม่นานพวกเขาก็เริ่มถอดใจ

 

ความจริงแล้วหานเซิ่นเอาโกสอายแบร์เลือดศักดิ์สิทธิไปซ่อนไว้ในทะเลใกล้ๆเกาะ และหลังจากที่พวกเขาถอดใจแล้ว หานเซิ่นก็กลับมาที่เกาะวายุอีกครั้ง เขาขึ้นไปบนหน้าผาที่สูงชันมากๆ และเริ่มย่างบาร์บิคิวกินทันที

 

“เนื้อของโกสอายแบร์เลือดศักดิ์สิทธิถูกกิน คุณได้รับ 1 จีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิ”

 

ทุกครั้งที่เขาได้ยินเสียงว่าเขาได้จีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิ เขาก็ยังมีความตื่นเต้นอยู่

 

หลังจากที่กินเนื้อโกสอายแบร์เลือดศักดิ์สิทธิไปทั้งตัว เขาก็ได้รับจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิมาอีก 5 ทำให้ตอนนี้หานเซินมีจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิทั้งหมด 66 จีโนพ้อยแล้ว

 

หานเซิ่นซ่อนตัวอยู่บนภูเขาสูง ซึ่งบนเกาะนี้มีภูเขาอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่กลุ่มของพวกเขามีคนน้อยเกินไป ทำให้ไม่สามารถค้นหาได้อย่างทั่วถึง

 

ยิ่งกว่านั้นพวกเขาคิดว่าหานเซิ่นคงไม่ได้อยู่บนเกาะนี้แล้ว ไม่งั้นพวกเขาก็ต้องเจอซากของโกสอายแบร์เลือดศักดิ์สิทธิบนเกาะนี้ มันเป็นไปไม่ได้ที่ซากของโกสอายแบร์จะหายไปจากเกาะ ถ้าหานเซิ่นยังอยู่ที่นี้

 

ไม่ถึงครึ่งเดือนหลังจากนั้น หานเซิ่นก็เห็นเรือกำลังแล่นมาที่เกาะแห่งนี้ ซึ่งเรือแต่ละลำมีโลโก้ของกลุ่มสตาร์รี่อยู่

 

หานเซิ่นไม่รู้ว่าสวี่ยู่เหยียนพูดอะไรกับทีมช่วยเหลือบ้าง แต่หลังจากนั้นหนึ่งวัน พวกเขาก็เดินทางออกจากเกาะนี้

 

หานเซิ่นตามเรือของพวกเขาไปจากระยะไกล เรือพวกเขาต้องพึ่งพากระแสลมในการเคลื่อนที่ ซึ่งมันก็ไม่ได้เคลื่อนที่เร็วอะไรมาก สิ่งที่หานเซิ่นต้องทำก็แค่ให้เรืออยู่ในระยะที่เขามองเห็นก็พอ

 

จริงๆแล้วหานเซิ่นคิดว่าเรือแล่นช้าไปด้วยซ้ำ แต่ด้วยการที่ไม่สามารถนำเอาเทคโนโลยีชั้นสูงมาใช้ได้ในก็อตแซงชัวรี่ได้ ดังนั้นคงมีแต่เรือแบบนี้ที่จะนำมาใช้ได้

 

ในเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา หานเซิ่นยังไม่เจอกับสถานการณ์อันตรายเลย และเขายังได้จับมอนสเตอร์ในทะเลขึ้นมากินอยู่เรื่อยๆ

 

ขณะที่มอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิในทะเลที่พวกเขาเคยพูดถึง หานเซิ่นยังไม่เคยเห็นมันเลย บางทีมันอาจจะกลัวเรือของพวกเขาก็ได้

 

ในที่สุดหานเซิ่นก็เข้าใจว่าเมื่อกลุ่มของสวี่ยู่เหยียนมาที่เกาะวายุ พวกเขาคงจะมาด้วยเรือที่คล้ายๆกับเรือพวกนี้ แต่ทว่าพวกเขาบังเอิญไปเจอกับมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิในทะเล และมีเรือเพียงลำเดียวที่สามารถแล่นไปถึงเกาะวายุได้ แต่เรือลำนั้นก็ไม่สามารถใช้การได้อีกเมื่อไปถึงจุดหมายปลายทาง

 

ในที่สุดหานเซิ่นก็เห็นแผ่นดิน เขารู้สึกมีความสุขมาก เมื่อเขาบินมาจนถึงแผ่นดิน เขาก็ตระหนักว่ามันคือเกาะกรีน แต่ทว่ามันไม่ใช่เกาะจริงๆ มันคือคาบสมุทรที่เชื่อมต่อกับแผ่นดินหลัก บนคาบสมุทรมีเมืองกรีนตั้งอยู่

 

หานเซิ่นใช้เครื่องเทเลพอร์ตจากเมืองกรีน เพื่อเดินทางกลับไปที่เหยี่ยวดำ มันเป็นเวลาเกือบ 1 ปี ตั้งแต่เขาเข้าไปในก็อตเเซงชัวรี่ หานเซิ่นสงสัยว่าคนอื่นๆจะเป็นยังไงกันบ้าง

 

หลังจากที่เขากลับมาที่หอพัก รูทเมทของเขาก็รู้สึกดีใจมากที่เห็นเขากลับมา พวกเขาคิดว่าหานเซิ่นอาจจะตายในก็อตเเซงชัวรี่ไปแล้วถ้าดูจากช่วงเวลาที่เขาหายไป แต่ในยุคนี้อายุแบบหานเซิ่น มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากจะหายหน้าหายตาไปในก็อตเเซงชัวรี่เป็นปีๆ

 

รูปเมทของหานเซิ่นเป็นนักเรียนปี 2 กันหมดแล้ว แต่ทว่าหานเซิ่นยังต้องทำการสอบซ่อม ซึ่งคะแนนในการสอบซ่อมของเขาจะเป็นตัวตัดสินว่าเขาจะโดนไล่ออกหรือไม่

 

ในโรงเรียนทหารมีกฎอยู่ว่าตราบใดที่นักเรียนกลับมาที่โรงเรียน และผ่านการสอบซ่อมได้ พวกเขาก็ยังได้รับอนุญาตให้เรียนต่อได้ แต่ถ้าพวกเขาสอบไม่ผ่าน พวกเขาจะโดนไล่ออกทันที

 

หานเซิ่นไม่ได้กังวลเรื่องการสอบซ่อมมากนัก เขารีบเปิดคอมของเขา และเห็นว่ามีเบอร์ที่ไม่ได้รับสายจำนวนมาก ส่วนมากคือเบอร์ของจีเหยียนหรัน

 

อันดับ 2 คือแม่ของเขาที่โทรมาหลายต่อหลายครั้ง แล้วก็มีซานตันเฟิง ซินเสวียน หยางมานลี่ ถังเตียงลิ่ว หวังเหมียนเหมียน หวงฟูผิงชิง หลินเป้ยเฟิงและฉวี่ลี่ลี่เองก็โทรมาเช่นเดียวกัน

 

เบอร์แรกที่หานเซิ่นเลือกโทรกลับไปก็คือเบอร์แม่ของเขา เขารู้ว่าแม่ของเขาเป็นคนยังไง เธอคงจะเป็นกังวลมาก ถึงเธอจะไม่รู้เรื่องที่เขาหายตัวไปในก็อตแซงชัวรี่ แต่การที่เขาไม่ได้รับสายหรือโทรกลับนานขนาดนี้ เธอคงจะอยู่ไม่เป็นสุข

 

หานเซิ่นไม่กล้าที่จะบอกความจริงเรื่องที่เขาหายตัวไป เขาบอกแม่ของเขาไปว่าเขายุ่งอยู่กับการเรียนจนไม่มีเวลาทำอะไรอย่างอื่น

 

เขาอยากจะได้ยินคำบ่นของเธอมากกว่าที่จะทำให้เธอเป็นกังวล

 

หลังจากที่คุยกับแม่อยู่นาน หานเซิ่นก็พยายามโทรหาจีเหยียนหรันหลายครั้ง แม้เขาจะรู้ว่ามันคงไม่ง่ายแน่ที่เขาจะพูดกับเธอ แต่เขาก็ต้องโทรไปเพื่ออธิบายเรื่องราว

 

แต่ทว่าเบอร์ของเธอกลับไม่เปิดใช้งานในขณะนี้ รูทเมทของเขาบอกว่าจีเหยียนหรันออกจากเหยี่ยวดำไปฝึกงาน พวกเขาบอกว่าเธอฝึกงานอยู่บนยานอวกาศของกองทัพ

 

หลังจากเข้าไปฝึกงานบนยานอวกาศแล้ว พวกเขาจะไม่ให้ใช้คอมส่วนตัวอีกต่อไป ทุกคนบนยานอวกาศต้องใช้คอมพิเศษที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้ที่หานเซิ่นจะติดต่อแฟนของเขา

 

รูทเมทของเขาบอกว่าจีเหยียนหรันน้ำหนักลดลงไปมาก ตั้งแต่รู้ว่าหานเซิ่นหายตัวไป เธอก็กลายเป็นคนเงียบไม่สุงสิงกับใคร เธอไปเรียนให้ผ่านๆไปเหมือนว่าไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้ว หลายเดือนก่อนเธอออกจากเหยี่ยวดำ เพื่อไปฝึกงานบนยานอวกาศ เธอแทบไม่โผล่หน้าไปที่ชมรมหัตถ์พระเจ้าเลย

 

หานเซิ่นรู้สึกผิดมาก แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้ เขาโทรกลับไปหาทุกคนที่โทรมาหา และบอกทุกคนว่าเขาปลอดภัยดี

 

ฉวี้ลี่ลี่เองก็ไปฝึกงานที่เดียวกับจีเหยียนหรัน ดังนั้นหานเซิ่นก็ไม่สามารถติดต่อเธอได้เช่นเดียวกัน

 

เบอร์ของซินเสวียนยังใช้บริการอยู่ แต่ไม่มีคนรับสาย หานเซิ่นคิดว่าเธอคงจะยังอยู่ในก็อตเเซงชังรี่เขต 2