0 Views

“เพื่อน นายชื่ออะไร?”

หลินเป้ยเฟิงยื่นไม้ขีดที่กำลังติดไฟไปให้หานเซิ่น

 

“หานเซิ่น” หานเซิ่นยื่นบุหรี่ไปที่ไม้ขีด บุหรี่ของหลินเป้ยเฟิงเป็นยาสูบที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และยังทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นอีกด้วย

 

สำหรับคนที่ต้องเสี่ยงชีวิต และเคร่งเครียดในก็อตแซงชั่วรี่ บุหรี่ชนิดนี้เป็นเหมือนของในฝัน แต่ราคาของมันก็แพงมากเช่นกัน

 

“เซิ่น นายสบายใจได้ ถ้าผมกลับไปถึงเมือง นายจะมีเงินใช้อย่างสบายเลยล่ะ เรื่องเงินมันไม่ใช้ปัญหาสำหรับผม…”

หลังจากที่พูดคุยกันได้สักพัก หานเซิ่นก็รู้ว่าหลินเป้ยเฟิงไม่ใช่แค่รวยธรรมดา แต่เขาเป็นมหาเศรษฐีเลยดีเดียว แถมเขายังโชคดีอีกด้วยที่ถูกสุ่มมาลงในเมืองที่รุ่งเรืองและมีผู้คนอยู่มาก ทำให้เขาสามารถใช้เงินซื้อวิญญาณอสูรระดับกลายพันธ์ ชุดเกราะ อาวุธ และอื่นๆ

เขายังจ้างคนให้ไปช่วยล่ามอนสเตอร์ระดับเลือดศักดิ์สิทธิ แต่กลับถูกมอนสเตอร์ระดับเลือดศักดิ์สิทธิเล่นงานจนคนที่เขาจ้างไปถูกฆ่า ทำให้พวกคนที่เหลือแยกย้ายกันหนีไปคนละทิศคนละทาง เขาเองก็วิ่งหนีมาจนถึงภูเขานี้ และระหว่างทางที่มาเขาต้องพบเจอกับอันตรายหลายอย่างจนต้องเสียวิญญาณอสูรไป ถ้าไม่ใช่เพราะหานเซิ่นช่วยเอาไว้ เขาคงถูกฝูงเเมมมอสฆ่าตายไปแล้ว

 

“เซิ่น พวกเราอยู่ห่างจากเมืองกลอรี่เท่าไหร่?” หลินเป้ยเฟิงถาม

 

“เมืองที่นายพูดถึงคือ กลอรี่หรอ ฮาฮา” หานเซิ่นหัวเราะ

 

“เซิ่น มันมีอะไรน่าตลกหรอ?”

 

“ผมมาจากสตีลอาเมอร์ และมันต้องใช้เวลา 2 อาทิตย์เพื่อเดินทางกลับไป ผมก็ไม่รู้ด้วยว่าเมืองกลอรี่มันอยู่ที่ไหน”

 

“จริงหรอเนี่ย บ้าเอ้ย! ผมมาไกลจนถึงเขตของอีกเมืองเลยงั้นหรอ”

หลินเป้ยเฟิงเริ่มหน้าซีดขึ้นมาทันที

 

“เฮ้ แล้วตกลงนายไปทำอะไรกับเเมมมอสพวกนั้น? เจ้าพวกนั้นมันหนังเหนียว และทนทานยังกับอะไรดี”

หานเซิ่นมองลงที่ฝูงเเมมมอส ที่ยังคงรอพวกเขาอยู่ไม่ไปไหน มันพยายามยืน 2 ขา และปีนหน้าผา

 

“เอ่อ จริงๆแล้วตอนนั้นผมกำลังหิวมาก แล้วก็.. บังเอิญไปเห็นฝูงลูกๆของเเมมมอส เข้า และ…”

หลินเป้ยเฟิงเล่าอย่างขมขื่น

 

“ดูเหมือนว่านายจะดวงตกนะ ตอนนี้พวกเรายังถูกพวกมันดักรอ เราคงจะไปไหนไม่ได้จนกว่าพวกมันจะกลับไป” หานเซิ่นหัวเราะ

 

“คงงั้นแหละ เซิ่น ผมคอแห้งมากเลย ขอดื่มน้ำในกระเป๋าใส่น้ำของนายหน่อยจะได้ไหม” หลินเป้ยเฟิงเข้ามาใกล้ๆหานเซิ่น

 

“แน่นอน แก้วละ 1 พัน” หานเซิ่นทำตาแคบลง

 

“บ้าไปแล้วหรอเพื่อน แก้วละพัน? นั่นมันแพงกว่าน้ำจากดาวทะเลสาบหิมะอีกนะ น้ำของนายเป็นแค่น้ำธรรมดาใช่ไหมล่ะ”

หลินเป้ยเฟิงมองไปที่กระเป๋าใส่น้ำของหานเซิ่น

 

“แม้ว่าจะเป็นแค่น้ำธรรมดาจากแม่น้ำ แต่พวกเราไม่รู้ว่าจะติดอยู่ที่นี่นานแค่ไหน ในสถานการณ์แบบนี้ น้ำสำคัญเท่าชีวิต พวกเราจะตายถ้าไม่มีน้ำ นายไม่คิดว่ามันคุ้มหรอ?” หานเซิ่นยิ้ม

 

“ตามที่นายพูดมามันก็ถูก แต่กระเป๋าตังผมมันหายไประหว่างทาง ขอติดไว้ก่อนได้ไหม เดียวผมจะจ่ายให้ 2 เท่าถ้ากลับไปถึงเมือง” หลินเป้ยเฟิงพูด

 

“พวกเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และนายยังติดหนี้บุญคุณผมอยู่ แล้วตอนนี้นายยังมาขอติดค่าน้ำอีก นายทำให้ผมต้องตัดสินใจลำบาก”

 

“ก็ได้ๆ งั้น 3 ไม่สิ 4เท่า..”

 

“โอเคตกลง”

หานเซิ่นเอาแก้วน้ำของเขาออกมา แล้วเทน้ำให้หลินเป้ยเฟิง

 

“นั่นคงพอแล้วสำหรับวันนี้ ผมไม่มีน้ำมากนัก เราต้องเก็บไว้ พวกเรายังไม่รู้ว่าพวกมันจะไปจากที่นี้ได้วันไหน”

หานเซิ่นเอาเก็บกระเป๋าใส่น้ำ เมื่อหลินเป้ยเฟิงขอแก้วที่ 4

 

“เซิ่น นายช่างแข็งแกร่ง และกล้าหาญ ในช่วงหลายวันมานี้นายคงจะล่าอะไรได้หลายอย่างในภูเขานี้”

 

“นายต้องการอะไรล่ะ” หานเซิ่นถาม

 

หลินเป้ยเฟิงขยับเข้ามาใกล้หานเซิ่น และพูด

“เซิ่น วิญญาณอสูรของผมมันถูกทำลายระหว่างทางที่มานี้ ตอนนี้ผมรู้สึกว่าชีวิตมันไม่ค่อยปลอดภัยเพราะไม่มีวิญญาณอสูร นายมีวิญญาณที่ไม่ได้ใช้แล้วต้องการจะขายบ้างไหม”

 

พูดถึงวิญญาณอสูร ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หานเซิ่นฆ่ามอนสเตอร์ระดับโบราณไปจำนวนมาก แต่เขาไม่ได้วิญญาณอสูรเลย เขาอาจจะใช้ดวงหมดไปกับการได้วิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิทั้ง 2 อัน

 

“ไม่มีวิญญาณอสูรหลอก นายต้องการเนื้อมอนสเตอร์ระดับโบราณไหมล่ะ?”

“แน่นอน”

“ชิ้นละ 1 หมื่น” หานเซิ่นยังคงเห็นทุกอย่างเป็นเงิน

“เซิ่น แต่ชิ้นมันเล็กแค่นี้เองนะ!”

 

หลังจากที่ติดอยู่บนหน้าผามาได้ 8 วัน ฝูงเเมมมอส ก็ยังไม่มีวี่แววที่จะถอนตัวไป

 

“พวกเราคงจะรอต่อไปแบบนี้ไม่ได้แล้ว พวกเราต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง” หานเซิ่นพูดขึ้นมา

 

“พวกเรายังมีอาหารและน้ำเหลืออยู่ รอต่อไปอีกหน่อย บางทีพวกมันคงใกล้จะถอนตัวไปแล้วล่ะ”

หลินเป้ยเฟิงยังคงกลัวเเมมมอสฝังใจ

 

“ตอนนี้พวกเรายังมีแรงเหลืออยู่ ถ้ารอนานไปกว่านี้ พวกเราอาจจะไม่มีโอกาส” หานเซิ่นพูด

 

“แต่เราจะทำยังไงล่ะ” หลินเป้ยเฟิงพูดอย่างขมขื่น

 

“พวกเราจะต้องปีนขึ้นไป” หานเซิ่นชี้ไปบนหน้าผาสูง

 

หลินเป้ยเฟิงมองขึ้นไปบนหน้าผาที่สูงเสียดฟ้า ตัวของเขาก็สั่นขึ้นมาทันที

“พวกเราจะทำมันได้จริงๆหรอ?”

 

“พวกเราต้องทำ ไม่งั้นเราก็จะตายอยู่ที่นี่ แต่พวกเราไม่ต้องปีนขึ้นไปจนสุดก็ได้ แค่ปีนขึ้นไปหาที่เกาะดีๆ แล้วหาทางไปลงอีกฝั่ง” หานเซิ่นพูด

“โอ้ แบบนี้นี่เอง”

 

“โอเค พวกเราจะปีนโดยการใช้เถาวัลย์พวกนี้”

หานเซิ่นคว้าเถาวัลย์ และลองดึงดูเพื่อให้แน่ใจว่ามันแข็งแรงพอ แล้วเริ่มปีนขึ้นไป

 

 


 Facebook Page : https://www.facebook.com/SuperGodGene/

ตอนนี้กลุ่มลับถึงตอน 64 แล้วครับ