0 Views

“200 ล้านก็ได้ แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่ฉันจะสามารถจ่ายเงินมากขนาดนี้ในก็อตแซงชัวรี่ได้ ฉันจะเขียนหนังสือสัญญาให้ และกลุ่มสตาร์รี่จะเป็นคนจ่ายเงินให้นาย” สวี่ยู่เหยียนพยายามพูดอย่างสงบ

 

ในตอนนี้เธอไม่สนว่าจะต้องเขียนสัญญาจ่ายให้หานเซิ่นเป็นเงินเท่าไหร่ เพราะหลังจากที่ทีมช่วยเหลือจากกลุ่มสตาร์รี่เดินทางมาถึง เธอจะไม่ปล่อยให้หานเซิ่นได้มีชีวิตรอดกลับไป

 

“ขอโทษด้วย แต่ผมรับเฉพาะเงินสดเท่านั้น”

หานเซิ่นปฎิเสธสวี่ยู่เหยียน และมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “แต่ถ้าคุณจะจ่ายเป็นวิญญาณอสูรแทนก็ได้”

 

หานเซิ่นรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถนำเงินติดตัวมาได้มากอยู่แล้ว ซึ่งจริงๆแล้วหานเซิ่นก็ต้องการวิญญาณอสูรตั้งแต่แรก

 

“นายตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม?” สวี่ยู่เหยียนยิ่งอยากจะฆ่าหานเซิ่นมากกว่าเดิม

 

“ราคาของวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิในท้องตลาดอยู่ประมาน 100-200 ล้าน ดังนั้นผมอยากจะใช้โกสอายแบร์กลายพันธ์แลกกับวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ” หานเซิ่นพูดกับสวี่ยู่เหยียน

 

“มันเหมือนว่านายไม่ได้ตั้งใจจะแลกเปลี่ยนจริงจัง” สวี่ยู่เหยียนเริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับความงี่เง่าของหานเซิ่นแล้ว ในโลกนี้คงไม่มีใครเอาวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิไปแลกกับเนื้อมอนสเตอร์กลายพันธ์

 

“พวกเรากำลังต่อลองผลประโยชน์ แต่ถ้าคุณไม่พอใจข้อเสนอ คุณก็ลองเสนออะไรสักอย่างมาแทน” หานเซิ่นพูดพร้อมกับยิ้ม

 

“วิญญาณอสูรโบราณ 5 ดวง แลกกับโกสอายแบร์กลายพันธ์” สวี่ยู่เหยียนแนะนำ

 

“ผมว่าถ้าคุณเสนอ 5 วิญญาณอสูรกลายพันธ์จะเข้าท่ากว่า…” หานเซิ่นกระพริบตา

 

หลังจากต่อลองกันอยู่นาน สวี่ยู่เหยียนก็สามารถใช้วิญญาณอสูรกลายพันธ์ 1 ดวงแลกกับโกสอายแบร์กลายพันธ์ ซึ่งหานเซิ่นก็รู้สึกพอใจเช่นกัน

 

ทั้ง 2 อย่างเป็นระดับกลายพันธ์เหมือนกัน แต่วิญญาณอสูรมีค่ามากกว่าเนื้อหลายเท่า สำหรับวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ หานเซิ่นรู้ว่าสวี่ยู่เหยียนไม่มีทางยอมแลกมันกับซากของโกสอายแบร์กลายพันธ์แน่

 

หานเซิ่นเลือกวิญญาณอสูรกลายพันธ์จาก 3 ดวงที่สวี่ยู่เหยียนเอามาให้เขาเลือก เขาเลือกวิญญาณอสูรสำหรับขี่ ซึ่งน่าจะมีราคาสูงที่สุด หานเซิ่นไม่ได้ต้องการวิญญาณอสูรเอามาใช้เอง เขาแค่ต้องการอันที่แพงที่สุดเพื่อเอาไปขาย

 

“ขอบคุณมาก” หานเซิ่นรับวิญญาณอสูรมา และยิ้มให้สวี่ยู่เหยียน หลังจากนั้นเขาก็รีบออกจากถ้ำมา เขาไม่ต้องการอยู่กับคนพวกนั้นนานๆ

 

สวี่ยู่เหยียนเดินไปหาฟู่ซานอย่างอดไม่ได้ “ฟู่ซาน คุณไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรอ กับสิ่งที่หนุ่มคนนั้นทำ?” เธอไม่ได้ต้องการจะตำหนิฟู่ซาน เธอเพียงแค่ต้องการคำอธิบาย

 

“ลองดูร่างของโกสอายแบร์กลายพันธ์ตัวนั้นให้ดีๆ” ฟู่ซานพูดอย่างสงบ

 

สวี่ยู่เหยียนทำหน้างงและเดินต่อไปที่ซากของโกสอายแบร์กลายพันธ์

พวกคนอื่นๆที่เหลือก็เข้ามาดูเช่นกัน พวกเขาอยากที่จะเข้าใจสิ่งที่ฟู่ซานพยายามสื่อ

 

ไม่นานพวกเขาก็ต้องเงียบกริบ ในตอนแรกพวกเขาเห็นเพียงแค่เลือดจำนวนมากที่น่าจะเกิดจากการต่อสู้ที่รุนแรงระวังโกสอายแบร์กับหานเซิ่น แต่เมื่อดูดีๆแล้ว พวกเขาสังเกตเห็นว่าเลือดพวกนั้นเกิดจากบาดแผลแค่บาดแผลเดียวเท่านั้น

 

โกสอายแบร์ถูกโจมตีเป็นบาดแผลลึกที่ลำคอ ขณะที่ส่วนอื่นๆไม่ได้รับบาดเจ็บเลย เห็นได้ชัดว่ามันถูกฆ่าด้วยการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว ก่อนที่มันจะได้ดิ้นร่นต่อต้านเสียอีก

 

ทุกคนรู้สึกช็อค การฆ่าโกสอายแบร์กลายพันธ์ด้วยการโจมตีที่เฉียบขาดและหมดจดขนาดนี้ มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ

 

“เขาเข้าไปในถิ่นของโกสอายแบร์ด้วยตัวคนเดียว และฆ่าโกสอายแบร์ระดับกลายพันธ์ได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว และเขาก็กลับมาได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย เขาไม่ใช่คนที่เราควรจะไปเป็นศัตรูด้วย” ฟู่ซานอธิบายอย่างสงบ

 

เขาไม่รู้ว่าหานเซิ่นเป็นคนของหน่วยพิเศษจริงๆหรือเปล่า แต่ไม่ว่าหานเซิ่นจะใช้หรือไม่ใช่ ฟู่ซานก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับคนแบบหานเซิ่น เพราะเขาคิดว่ามันอันตรายเกินไป ยิ่งถ้าเขาเป็นคนของหน่วยพิเศษจริงๆ เขาก็ไม่ควรสู้กับหานเซิ่นเข้าไปใหญ่

 

สวี่ยู่เหยียนไม่พูดอะไรอีก หลังจากที่ฟังฟู่ซานอธิบาย ทุกคนก็เข้าใจและรู้สึกถึงความน่าเกรงขามของหานเซิ่น

 

ปรกติแล้วโกสอายแบร์กลายพันธ์จะไม่อยู่ห่างจากโกสอายแบร์เลือดศักดิ์สิทธิ สวี่ยู่เหยียนจินตนาการไม่ออกเลยว่าหานเซิ่นสามารถฆ่ามันได้ยังไง

 

‘แล้วยังไง? ยังไงเขาก็ติดอยู่ในเกาะนี้เหมือนกัน เมื่อทีมช่วยเหลือมาถึง ถ้าเราไม่ให้เขากลับไปด้วย ถ้าเขาบินไม่ได้ เขาก็ต้องอยู่ที่นี่จนตาย’ สวี่ยู่เหยียนคิด

 

หลังจากที่ออกมาจากถ้ำ หานเซิ่นก็บินขึ้นไปบนภูเขาสูงและสำรวจดูให้ทั่วๆเกาะ

 

ตอนที่เขาพยายามจะแบล็คเมล์สวี่ยู่เหยียน เขารู้สึกว่าปฏิกิริยาของหล่อนมันดูแปลกๆ

 

หานเซิ่นเรียกราคาที่ยากจะยอมรับได้ เขาต้องการจะทดสอบเธอ ซึ่งดูจากปฏิกิริยาและพฤติกรรมของสวี่ยู่เหยียนแล้ว หานเซิ่นเชื่อว่าเกาะนี้ต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาแน่

 

หานเซิ่นไม่เชื่อว่าคนอย่างสวี่ยู่เหยียนจะยอมจ่ายราคาที่สูงแบบนั้นเพียงเพราะอยากจะกินเนื้อดีๆ

 

“มีความเป็นไปได้ที่สูงว่าจุดหมายปลายทางจริงๆของพวกเขาก็คือเกาะนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เธอต้องการอะไรบางอย่างที่มีความเกี่ยวข้องกับโกสอายแบร์ ไม่งั้นเธอคงไม่สนใจพวกมันขนาดนี้” หานเซิ่นยิ่งมั่นใจเกี่ยวกับข้อสงสัยนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความสามารถในการอ่านความคิดของเขา เพียงแค่ดูจากคำพูดและพฤติกรรมของสวี่ยู่เหยียน เขาก็ได้ข้อมูลอะไรหลายๆอย่าง

 

จากที่สำรวจดูถิ่นที่อยู่ของโกสอายแบร์ไม่มีอะไรพิเศษ ในตอนที่เขามาล่ามันครั้งแรก เขาก็ลองสำรวจมันมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีอะไรนอกจากฝูงโกสอายแบร์ และก็มีหัวหน้าที่เป็นระดับเลือดศักดิ์สิทธิเท่านั้น

 

มันเป็นไปไม่ได้ที่สวี่ยู่เหยียนจะยอมทำถึงขนาดนี้ เพื่อมาล่าโกสอายแบร์เลือดศักดิ์สิทธิเพียงอย่างเดียว ไม่มีมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิตัวไหนในโลกที่มันจะมีค่าถึงขนาดนั้น

 

ยิ่งกว่านั้น หานเซิ่นยังรู้ด้วยว่าพวกเขาแทบจะไม่ได้ไปยุ่งกับโกสอายแบร์เลือดศักดิ์สิทธิเลย ตั้งแต่มาอยู่ที่เกาะนี้ ไม่งั้นแล้วพวกเขาคงจะต้องเตรียมการและเตรียมอุปกรณ์อะไรไว้บ้างแล้ว จริงๆมันก็ไม่ได้ยากขนาดที่พวกเขาไม่มีทางล่ามันได้เลย

 

‘ถ้าพวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อล่าโกสอายแบร์เลือดศักดิ์สิทธิ แต่มาเพื่อบางอย่างที่ความเกี่ยวข้องกับโกสอายแบร์…’ หานเซิ่นครุ่นคิด ขณะเอามือจับที่คาง ทันใดนั้นเขาก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้น ‘บางทีอาจจะเป็นสิ่งนั้นก็ได้’

 

หานเซิ่นบินสูงขึ้นไปบนฟ้า เพื่อมองดูถิ่นที่อยู่ของโกสอายแบร์อย่างละเอียด เขาค่อยๆบินสูงขึ้นเรื่อยๆ หานเซิ่นคิดว่ามันต้องใช่แน่ๆ

 

ภูเขาบนเกาะนี้มีหลายชั้นและลึกลงไปใต้ดิน ถ้าดูจากด้านบนพวกมันจะดูเหมือนกับดอกบัวขนาดใหญ่ ภูเขาแต่ละลูกเปรียบเสมือนกลีบดอกบัว ขณะที่พวกโกสอายแบร์จะอยู่ตรงกลาง