0 Views

ไม่มีใครตอบคำถามของหานเซิ่น พวกเขาเดินกลับเข้าไปในป่า

 

“คุณผู้หญิง พวกเราอยู่ที่ไหนหรอครับ” หานเซิ่นเดินตามผู้หญิงที่เข้าเห็นเป็นคนแรกไปและถาม

 

หญิงสาวตอบกลับมา “พวกเขาก็อยู่ที่นี่ด้วยเหตุผลเดียวกับนายนั่นแหละ นายยังมีเวลาอีกมากที่จะสำรวจที่นี่”

ไม่นานหล่อนก็เดินกลับเข้าป่าไปเหมือนกับคนอื่นๆ

 

หานเซิ่นคิดว่าพวกเขาน่าจะนั่งเรือมา และเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างการเดินทางเลยต้องมาติดอยู่ที่นี่ พวกเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน แต่ยังไงก็ตามพวกเขาใช้เรือเดินทางมา พวกเขาก็น่าจะมีความรู้เกี่ยวกับเกาะแถวๆนี้ รวมถึงเมืองที่อยู่ใกล้ๆด้วย

 

หานเซิ่นรีบเดินตามคนพวกนั้นไป พวกเขาไม่ได้สนใจหรือใส่ใจกับการที่หานเซิ่นเดินตามมา ไม่นานหานเซิ่นก็ตามพวกเขาไปถึงถ้ำแห่งหนึ่ง

 

ภายในถ้ำมีเสบียงจำนวนมากที่ผลิตขึ้นในกาแล็กซี่ พวกเขากำลังก่อกองไฟกันอยู่ ดูเหมือนว่าพวกเขามีตั้งแคมป์กันที่นี่

 

แค่ดูหานเซิ่นก็พอจะรู้ว่าพวกเขาต้องติดอยู่ที่นี่มาเป็นเวลานานแล้ว พวกเขามีกันอยู่ 10 กว่าคน และก็อายุไล่เลี่ยกัน

 

จากที่หานเซิ่นมองดู อายุของพวกเขาน่าจะพอๆกับซินเสวียน แต่ที่ซินเสวียนอยู่ที่ก็อตเเซงชีวรี่เขต 1 นานก็เพราะว่าหล่อนต้องการจะเก็บจีโนพ้อยทั้ง 4 ประเภทให้เต็ม แต่คนพวกนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ต้องการจะเก็บให้เต็มเหมือนกับหล่อน

 

“เด็กใหม่ ถ้านายต้องการมาอยู่ที่นี่ นายต้องเคารพกฎของเรา และต้องทำงานด้วย ไม่งั้นพวกเราคงจะยอมแบ่งอาหารให้นายไม่ได้” ชายคนหนึ่งทำหน้าตาเคร่งเครียดและพูดกับหานเซิ่น

 

“ในทะเลมีมอนสเตอร์อยู่เยอะ ผมคิดว่าผมสามารถเลี้ยงตัวเองได้” หานเซิ่นพูดพร้อมกับยิ้ม

 

พวกเขามองที่หานเซิ่นด้วยความไม่พอใจ ราวกับพวกเขาได้ยินเรื่องตลก แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร ชายหนุ่มคนเดิมพูดต่อ “พวกเราทุกคนที่ติดอยู่ที่นี่ต่างก็โชคร้าย พวกเราต้องขอเตือนนายไว้ก่อนว่าเกาะนี้คือเกาะวายุ ซึ่งเต็มไปด้วยอันตราย อย่าออกไปไหนคนเดียวดีกว่า ถ้านายยังห่วงชีวิตตัวเอง”

 

“อันตรายแบบไหน?” หานเซิ่นรู้สึกประหลาดใจ

 

ชายหนุ่มคนนั้นไม่พูด ชายตัวผอมที่นั่งอยู่ข้างๆเขาพูดขึ้นมา “มันมีมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิอยู่ที่ที่เกาะวายุนี่น่ะสิ นายสามารถฆ่ามันได้หรอ?”

 

“มอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิหรอ? ผมก็เคยฆ่ามาบ้างแล้ว 2-3 ตัว” หานเซิ่นหัวเราะ

 

“หนุ่มน้อย นายควรดูคนที่นายพูดคุยด้วยก่อนจะมาคุยโวโอ้อวด นายรู้ไหมว่าพวกเราเป็นใคร?” ชายตัวผอมพูดอย่างไม่พอใจ

 

“ถ้าพวกคุณยอมบอก ผมก็จะดีใจมาก” หานเซิ่นสงสัยว่าพวกเขาเป็นใครกันแน่

 

“นายเคยได้ยินชื่อหน่วยพิเศษมั้งไหม?” ชายตัวผอมถาม

 

“พวกคุณเป็นสมาชิกของหน่วยพิเศษงั้นหรอ?” หานเซิ่นมองพวกเขาด้วยความประหลาดใจ

 

หานเซิ่นไม่ได้คาดคิดว่าจะมาเจอกลุ่มคนที่มาจากองค์กรเดียวกันบนเกาะแห่งนี้

 

“เนื่องจากนายเคยได้ยินเกี่ยวกับหน่วยพิเศษมา นายก็ควรจะรู้ว่าพวกเรามีหน้าที่ทำอะไร และพวกเรามีความสามารถขนาดไหน ตั้งแต่ที่พวกเราติดอยู่ที่เกาะนี้ พวกเขาก็ใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบากกว่าจะรอดพ้นจากอันตรายต่างๆบนเกาะนี้ได้ ตอนนี้นายน่าจะรู้แล้วนะว่านายควรทำยังไงต่อไป?” ชายตัวผอมพูด

 

“ช่างบังเอิญ ผมก็อยู่หน่วยพิเศษเหมือนกัน ผมอยากจะรู้ว่าพวกคุณเป็นหน่วยพิเศษของเมืองไหน?” หานเซิ่นถามพร้อมกับยิ้ม

 

“อะไรนะ? นายก็เป็นคนของหน่วยพิเศษด้วยหรอ?” ชายตัวผอมมองหานเซิ่นด้วยความประหลาดใจ

 

คนอื่นๆเองก็รู้สึกช็อคเช่นกัน พวกเขาไม่อยากจะเชื่อคำพูดของหานเซิ่น หานเซิ่นดูเหมือนเด็กหนุ่มอายุประมาณ 17-18 ปีเท่านั้น

 

ถึงแม้สมาชิกของหน่วยพิเศษในก็อตเเซงชัวรี่เขต 1 ส่วนมากจะอายุยังน้อย แต่ด้วยเกณฑ์การคัดเลือกคนที่เข้มงวดมาก ทำให้คนส่วนใหญ่จะเข้ามาในหน่วยได้ก็ตอนอายุประมาน 20 ปีขึ้นไป

 

“ผมชื่อหานเซิ่น เป็นหัวหน้าหน่วยพิเศษของสตีลอาเมอร์” หานเซิ่นบอกตัวตนจริงๆของเขาไป ซึ่งยังไงมันก็ไมได้เป็นความลับอะไรอยู่แล้ว เขาเป็นคนของกองทัพอย่างถูกต้อง

 

“นายล้อฉันเล่นใช่ไหม? อายุอย่างนายมากสุดก็เป็นได้แค่สมาชิกธรรมดา ใครจะเชื่อว่าหน้าอย่างนายเป็นหัวหน้า”

ชายตัวผอมๆยิ้มเยาะ เขาไม่เชื่อว่าหานเซิ่นเป็นหัวหน้าหน่วยพิเศษจริงๆ เขาชี้นิ้วไปที่ชายคนที่พูดกับหานเซิ่นก่อนหน้านี้ และพูด

“หนุ่มน้อย เห็นเขาคนนี้ไหม? นี่สิถึงจะดูเหมือนกับหัวหน้า เขาคือหัวหน้าของพวกเราเอง ฟู่ซาน”

 

“สวัสดีครับ ผมหานเซิ่นจากหน่วยพิเศษของสตีลอาเมอร์ คุณมากจากเมืองไหน?” หานเซิ่นรู้สึกว่าเขาโชคดีที่มาเจอหน่วยพิเศษที่นี่

 

ชายตัวผอมๆคิดว่าหานเซิ่นโกหก และตอนนี้เขาเริ่มจะหงุดหงิดกับหานเซิ่นแล้ว แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร ฟู่ซานก็หยุดเขาไว้

 

ฟู่ซานมองดูหานเซิ่นตั้งแต่หัวจรดเท้า และพูด “เท่าที่ฉันรู้มา หัวหน้าหน่วยพิเศษของสตีลอาเมอร์คือซินเสวียน และรองหัวหน้าก็คือหยางม่านลี่ พวกเธอทั้งคู่เป็นผู้หญิง และที่สำคัญฉันไม่เคยได้ยินชื่อหานเซิ่นมาก่อนเลย”

 

“พวกคุณคงจะติดอยู่ที่นี่มามากกว่าครึ่งปีแล้วใช่ไหม” หานเซิ่นกวาดสายตามองไปทั่วกลุ่มของพวกเขา

 

“แล้วยังไง?” ชายตัวผอมจ้องมาที่หานเซิ่นและถาม

 

“ถึงว่าทำไมพวกคุณไม่รู้ว่าซินเสวียนไปก็อตแซงชัวรี่เขต 2 เรียบร้อยแล้ว และตอนนี้ผมก็เป็นหัวหน้าหน่วยพิเศษคนใหม่ของสตีลอาเมอร์” หานเซิ่้นพูดพร้อมกับยิ้ม

 

โชคร้ายที่เขาไม่ได้เอาบัตรประจำตัวมาด้วย และตอนนี้เขาก็ไม่สามารถใช้เน็ตเพื่อพิสูจน์ตัวเองได้

 

“ถึงจะเป็นอย่างนั้น พวกเราก็เชื่อนายไมได้หลอก แสดงบัตรประจำตัวของนายออกมา” ชายตัวผอมไม่เชื่อสิ่งที่หานเซิ่นพูด

 

“ผมไม่ได้เอามันติดตัวมาด้วย ถ้าพวกคุณไม่เชื่อผมก็ไม่รู้จะพูดยังไง”

หานเซิ่นหงายฝ่ามือทั้ง 2 ข้างและพูด “ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องมาโกหกพวกคุณ ทำไมผมจะต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ?”

 

ผู้หญิงคนที่เขาเจอคนแรกมองมาที่หานเซิ่นและถาม

“งั้นนายรู้จักซินเสวียนดีใช่ไหม?”

 

“ใช่” หานเซิ่นพยักหน้า

 

“งั้นนายต้องรู้ว่ามีอะไรอยู่ที่หลังหูซ้ายของเธอ?” หญิงสาวถาม

พวกเขาทุกคนมองไปที่หานเซิ่น พวกเขากำลังรอฟังคำตอบ

 

“ถ้าจำไม่ผิด มันไม่มีอะไรอยู่หลังหูซ้ายเธอ แต่เหมือนจะมีปานสีแดงเล็กๆอยู่หลังหูด้านขวาของเธอ” หานเซิ่นพูดอย่างสงบ เขาเคยสู้กับซินเสวียนมานับครั้งไม่ทั่ว แถมยังเคยประชิดตัวเธอด้วยปีศาจพันธนาการ ทำให้เขารู้เรื่องนี้ดี