0 Views

หานเซิ่นศึกษาแค่สมาชิกในทีมบางคนของโรงเรียนทหารส่วนกลาง เขาแทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรงเรียนอื่นเลย เขาไม่แม้แต่จะรู้จักชิวหมิงเม่ย เขาเซ็นลายเซ็นและส่งกระดาษคืนให้เธอ

 

“ขอบคุณมากค่ะ ฉันหวังว่าพวกเราจะได้เจอกันในการแข่ง”

ชิวหมิงเม่ยพูดอย่างตื่นเต้น และเดินกลับไปรวมกับทีมของเธอ

 

หานเซิ่นหันกลับมาและเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอิจฉาของเพื่อนร่วมทีม ซื่อจื้อคังใช้แขนที่กำยำของเขาล็อคคอหานเซิ่นและตะโกน

“หานเซิ่น ชิวหมิงเม่ยมาขอลายเซ็นนายงั้นหรอ?!”

 

ตอนนี้ไม่เพียงแค่เพื่อนร่วมทีมของเขาเท่านั้น แต่สมาชิกทีมอื่นๆในล็อบบี้ต่างก็หันมามอง โดยเฉพาะสมาชิกที่เป็นผู้ชายต่างก็มองมาที่หานเซิ่นด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรนัก

 

ชิวหมิงเม่ยนอกจากจะสวยแล้วยังมีฝีมือด้านธนูที่สุดยอดมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอคือดาวของการแข่งขันธนูในปีนี้ การที่เธอมาขอลายเซ็นหานเซิ่น ทำให้ผู้ชายคนอื่นรู้สึกไม่พอใจ

 

“หยุดซะ พวกเธอควรจะอยู่ในความสงบ อย่าทำให้โรงเรียนต้องขายหน้า” หลังจากที่ซื่อถูเซียงเช็คอินโรงแรมเสร็จ เธอก็พาพวกนักเรียนไปส่งตามห้องที่ทางฝ่ายจัดการแข่งขันจัดเตรียมไว้ให้

 

“อย่าไปไหนไกล เมื่อพวกเธอทานอาหารเสร็จให้ไปที่สนามแข่ง และทำการฝึกซ้อมให้ชินกับสนามแข่ง” ซื่อถูเซียงไม่ต้องการให้พวกนักเรียนใช้เวลาอย่างเปล่าประโยชน์

 

หลังจากทานอาหานเย็นเสร็จ สมาชิกทีมก็เดินทางไปที่สนามแข่งทันที ตอนนี้พวกเขามีเวลาเหลืออีก 10 วันก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้น

 

“นั่นจิงจี้อู่!” เมื่อพวกเขามีถึงจุดรวมตัว ซื่อจื้อคังก็กระซิบกับเพื่อนร่วมทีม

 

ทุกคนมองไปที่ทีมของโรงเรียนทหารส่วนกลางที่กำลังฝึกซ้อมอยู่ ซึ่งจิงจี้อู่เองก็กำลังยิงธนูอุ่นเครื่องโดยยิงเป้าเคลื่อนไหวที่อยู่ห่างออกไป 330 ฟุต และเขายิงโดนกลางเป้าทุกดอก

 

“ยอดเยี่ยมมาก เขานิ่งจริงๆ” ลู่เหมินแสดงความเห็น

 

แต่ทันใดนั้นก็มีหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหาหานเซิ่น พร้อมกับถือธนูไว้ในมือ เขาถามด้วยน้ำเสียงยั่วยุ “นายคือหานเซิ่นงั้นหรอ?”

 

“ใช่ แล้วนายเป็นใคร?” หานเซิ่นมองไปที่ชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาไม่เคยเจอคนคนนี้มาก่อน

 

“จำฉันไว้ให้ดี ฉันคือฟางเหวินติ้งจากโรงเรียนสมิธ พวกเราจะเอาชนะทีมของนาย และเข้ารอบไปสู้กับโรงเรียนทหารส่วนกลาง” ชายหนุ่มพูดอย่างเย่อหยิ่ง

 

หานเซิ่นยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร ในตอนที่ซื่อจื้อคังกำลังพูดอะไรบางอย่าง ก็มีหนุ่มอีกคนเดินเข้ามาหาพวกเขา

 

ปากของซื่อจื้อคังขยับ แต่เขาไม่ได้ส่งเสียง ตาของเขากำลังจ้องหนุ่มอีกคนที่เดินเข้ามา

 

ไม่ใช่แค่ซื่อจื้อคัง แต่เกือบทุกคนกำลังมองที่หนุ่มคนนั้น เพราะเขาคือจิงจี้อู่จากโรงเรียนทหารส่วนกลาง

 

“จิงจี้อู่” จิงจี้อู่แนะนำตัวเอง และยื่นมือขวาออกไปข้างหน้าหานเซิ่น

 

“หานเซิ่น” หานเซิ่นจับมือกับเขาเพื่อทักทาย

 

จิงจี้อู่ยิ้มและพูด “ผมต้องการจะทักทายตอนที่พวกเราเจอกันในการแข่ง แต่เนื่องจากคุณมาอยู่ที่นี่ ผมคิดว่าควรจะทักทายตอนนี้เลย ผมกำลังรอที่เจอกับคุณในการแข่ง”

 

“ผมก็เหมือนกัน” หานเซิ่นค่อนข้างสับสน นักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดในกาแล็กซี่อยู่ๆก็เดินมาคุยกับเขา ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ

 

หานเซิ่นไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดของจิงจี้อู่ แต่คนอื่นๆที่ได้ยินถึงกับช็อค

 

พวกนักข่าวหลายคนที่อยู่แถวสนามแข่งต่างก็คิดหัวข้อข่าวไว้ในใจของพวกเขาหมดแล้ว

‘คำเชิญจากปีศาจ’ ‘คำท้าทายถึงจักรพรรดิ’ ‘โอกาสแห่งชัยชนะของเหยี่ยวดำ’….

 

ในตอนนี้ทุกคนรู้ว่าจิงจี้อู่ให้ความสำคัญกับโรงเรียนเหยี่ยวดำ และเห็นหานเซิ่นเป็นคู่แข่งที่คู่ควร

 

ฟางเหวินติ้งถูกทิ้งไว้คนเดียว ตอนนี้ไม่มีใครเลยที่ให้ความใส่ใจเขา คำพูดของเขาถูกลืมจนหมดสิ้นด้วยการปรากฏตัวของจิงจี้อู่

 

เหวินซิ่วซิ่วกำลังทำรายการสดบรรยากาศการฝึกซ้อมในสนามแข่ง เมื่อเธอเห็นฉากนี้ เธอก็รู้สึกประหลาดใจ

 

จริงๆเธอต้องทำรายการเกี่ยวกับมวยขาวและดำ แต่เนื่องจากเธอรู้ว่าหานเซิ่นลงแข่งธนู เธอจึงอาสามาทำรายการเกี่ยวกับธนูแทน

 

เธอไม่เข้าใจว่าทำไมหานเซิ่นถึงไม่ลงแข่งมวยขาวและดำในระดับกาแล็กซี่ ทั้งที่เขาสามารถคว้าแชมป์ได้อย่างสบายๆถ้าลงแข่ง

 

แม้เธอจะรู้ว่าเขาเป็นนักเรียนหน่วยธนู แต่เหวินซิ่วซิ่วก็ยังไม่เข้าใจความคิดของเขา

 

ปีนี้จิงจี้อู่เลือกลงแข่งธนู และตามกฎการแข่งใหม่ เขาจะไม่สามารถลงแข่งในรายการอื่นได้ ทำให้ในการแข่งมวยขาวและดำ เซนท์แชร์กแมงกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุด

 

หานเซิ่นพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถเอาชนะเซนท์แชร์กแมงได้อย่างง่ายดาย นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเขา แต่เขากับเลือกลงแข่งธนู และต้องเจอกับโรงเรียนทหารส่วนกลางในรอบที่ 2 ซึ่งมันเหนือกว่าความคาดหมายของเธอมาก

 

เมื่อได้เห็นการพูดคุยระหว่างหานเซิ่นกับจิงจี้อู่ เหวินซิ่วซิ่วก็รู้สึกเริ่มที่จะเข้าใจความคิดของหานเซิ่นแล้ว

 

‘หานเซิ่นกับจิงจี้อู่ต้องทำให้การแข่งธนูปีนี้เป็นการแข่งที่สุดยอดแน่ นี่ต้องเป็นเหตุผลที่พวกเขาทั้ง 2 คน เลือกลงแข่งธนูพร้อมกับแน่’ เหวินซิ่วซิ่วเริ่มใช้จินตนาการอันบรรเจิดของเธอ

 

เธอแม้กระทั้งตั้งพาดหัวข่าวของเธอว่า ‘การนัดพบกันของปีศาจและจักรพรรดิ ‘

 

ขณะที่เหวินซิ่วซิ่วกำลังตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆกับงานที่เธอทำ เธอก็กลับไปที่ห้องทำงานของเธอแล้วเริ่มเขียนข่าวทันที

 

จริงๆแล้วจิงจี้อู่เพียงแค่เข้าไปทักทายกับหานเซิ่นเท่านั้น เพราะเขาได้ยินชื่อเสียงของหานเซิ่นมาจากถังเตียงลิ่วและหลินเฟิง แต่ที่เธอกำลังเขียนคือ หานเซิ่นกับจิงจี้อู่เหมือนจะมีเรื่องราวโรแมนติกระหว่างกัน รูปคู่ของพวกเขาที่เธอเป็นคนวาด มันดูเหมือนจริงมาก

 

หลังจากที่ได้อ่านข่าวของเธอ คนอื่นๆก็เริ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างหานเซิ่นกับจิงจี้อู่

 

 

Facebook Page : https://www.facebook.com/SuperGodGene/

ตอนนี้กลุ่มลับถึงตอน 815 แล้วครับ