0 Views

หานเซิ่นยืนอยู่บนหลังของร็อคเวิร์มเลือดศักดิ์สิทธิ ขณะกำลังสั่งให้มันลากค้อนขนาดใหญ่ ด้วยค้อนที่หนักขนาดนี้หานเซิ่นไม่สามารถบินได้ เนื้อมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิก็ไม่สามารถกินได้อีก และครั้งนี้หานเซิ่นก็ดวงไม่ดี เนื่องจากไม่ได้วิญญาณอสูร ค้อนอันนี้จึงเป็นสิ่งเดียวที่หานเซิ่นได้เป็นการตอบแทน

 

ในที่สุดเขาก็ลากค้อนออกมาจากหุบเขาได้สำเร็จ หานเซิ่นถามหวงฟูผิงชิงที่กำลังยืนอึ้งอยู่

“คุณหวงฟู คุณคิดว่าเกียร์เลือดศักดิ์สิทธิอันนี้จะขายได้สักเท่าไหร่?”

 

หวงฟูผิงชิงเดินตรงมาหาเขา และลองพยายามยกค้อนขึ้นมา แต่เธอก็ไม่สามารถทำได้ เธอขมวดคิ้ว

“เกียร์อันนี้มันหนักเกินไป คนที่จะใช้มันได้ต้องแข็งแกร่งมากจริงๆ แต่คนที่แข็งแกร่งขนาดนั้นก็คงไม่ต้องการมัน ฉันคิดว่ามันน่าจะขายได้อย่างมากแค่ 4 ถึง 5 ล้าน แม้จะเป็นราคานั้นก็ยังหาคนซื้อยากอยู่”

 

“กี่ล้านก็ถือว่าเป็นเงิน ถ้าเกิดคุณจะเปิดประมูลอีกครั้งเอามันออกขายด้วยได้ไหม?” หานเซิ่นกำลังขาดเงินอยู่ และ 4-5 ล้านก็ไม่ใช่เงินที่น้อย

 

“แน่นอน แต่คุณต้องเลี้ยงข้าวฉันตามที่คุณพูดไว้” หวงฟูผิงชิงพูดพร้อมกับยิ้ม

 

“แน่นอน” หานเซิ่นรีบตอบ

เขาเข้าใจดีว่าการขายเกียร์เลือดศักดิ์สิทธินั้นไม่ง่าย เมื่อก่อนเขาเคยขายขวานสีทองให้ซินเสวียน มีเพียงแค่ผู้ชายที่แข็งแรงในหน่วยพิเศษไม่กี่คนที่สามารถใช้มันได้ แต่ค้อนอันนี้มันหนักยิ่งกว่าขวานทอง ซึ่งมันคงจะหาคนซื้อได้ยากกว่า

 

“คุณได้วิญญาณอสูรไหม? ถ้าคุณได้และไม่ต้องการใช้มัน ฉันสามารถเอามันไปขายในการประมูลพร้อมๆกันได้ ฉันสามารถการันตีราคาดีๆให้คุณได้” หวงฟูผิงชิงกระพริบตา

 

“ไม่ ผมไม่มีดวงเลยไม่ได้วิญญาณอสูร” หานเซิ่นยักไหล่

 

หวงฟูผิงชิงไม่ถามอะไรอีก พวกเขาไม่ได้ล่ากันต่อ เนื่องจากค้อนมันหนักเกินไป ทำให้พวกเขาต้องเดินทางกลับไปที่สตีลอาเมอร์ก่อน

 

หลังจากเซ็นสัญญากับหวงฟูผิงชิง หานเซิ่นก็ส่งค้อนให้กับเธอ แต่ก่อนที่เขาจะกลับไปที่โรงเรียน เขาก็ถูกซินเสวียนเรียกตัว

 

เมื่อเขามาถึง เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปรกติ เพราะสมาชิกของหน่วยพิเศษทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่นี้ ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นแบบนี้เท่าไหร่

 

ใบหน้าของหยางม่านลี่ดูมืดมน แกมเบิลและคนอื่นๆที่สนิทกับหานเซิ่นพยายามกระพริบตาให้หานเซิ่น แต่หานเซิ่นก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขาต้องการสื่ออะไร

 

“เข้ามาแล้วก็นั่งลง” เมื่อซินเสวียนเห็นหานเซิ่นเข้ามาก็ขอให้เขานั่ง เธอมองทั่วห้องและพูด “ในเดือนหน้า ฉันจะสามารถวิวัฒนาการขั้นแรกได้ และจะเข้าสู่ก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ซึ่งฉันต้องทำการโยกย้ายตำแหน่งของทุกคนตอนนี้”

 

เธอหยุดชั่วครู่ และหันไปมองหยางม่านลี่ “ฉันจะให้หยางม่านลี่เป็นหัวหน้ากลุ่มในสตีลอาเมอร์คนใหม่”

 

เธอมองมาที่หานเซิ่นและพูด “ส่วนหัวหน้าของหน่วยพิเศษ ฉันอยากให้หานเซิ่นรับหน้าที่นี้”

 

หานเซิ่นประหลาดใจ และไม่ได้หวังให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริง

 

ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมหน้าของหยางม่านลี่ถึงได้มืดมน แม้การเป็นหัวหน้ากลุ่มสตีลอาเมอร์เหมือนจะเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ เพราะสามารถสั่งการคนได้จำนวนมากกว่าหน่วยพิเศษ แต่มันไม่ใช่กลุ่มที่ตั้งอย่างเป็นทางการ เหมือนกับหน่วยพิเศษที่ถูกจัดตั้งขึ้นตามระบบของกองทัพ ถึงจะเป็นหัวหน้ากลุ่มสตีลอาเมอร์ แต่ในหน่วยพิเศษเธอจะอยู่ภายใต้คำสั่งของหานเซิ่น

 

ส่วนกลุ่มสตีลอาเมอร์ หานเซิ่นไม่ได้เข้าไปนานแล้ว หลังจากที่เขาเข้าโรงเรียนทหาร เขาก็ไม่เคยเข้าไปร่วมกลุ่มเลย

 

หยางม่านลี่คิดว่าถ้าดูจากความสามารถและคุณสมบัติ เธอควรจะได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าหน่วยพิเศษ แต่ซินเสวียนกับอยากจะให้หานเซิ่นเป็นหัวหน้าหน่วยพิเศษแทน

 

หานเซิ่นรู้สึกดีใจที่ได้เห็นหยางม่านลี่หัวร้อน เขาไม่เคยชอบหยางม่านลี่ แต่เนื่องจากเขามีตำแหน่งที่ต่ำกว่าหยางม่านลี่ ทำให้ที่ผ่านมาเขาจำใจต้องเชื่อฟังหยางม่านลี่ แต่ตอนนี้เขามีสิทธิที่จะได้เป็นหัวหน้า

 

“ฉันเชื่อว่าฉันเป็นคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้าหน่วยพิเศษคนต่อไปมากที่สุด” หยางม่านลี่พูด

 

“ฉันตัดสินใจไปแล้ว นี่ถือเป็นคำสั่ง ฉันไม่ต้องการได้ยินคำโต้แย้งใดๆ” ซินเสวียนลุกขึ้นและพูด

 

“งั้นฉันขอจบการประชุมเพียงแค่นี้ ทุกคนนอกจากหานเซิ่นกับหยางม่านลี่ให้กลับไปทำงานของตัวเองได้”

เพื่อนๆของหานเซิ่นแอบยกนิ้วโป้งให้หานเซิ่น และออกจากห้องประชุมไป

 

“ม่านลี่ ฉันให้เธอเป็นหัวหน้ากลุ่มสตีลอาเมอร์คนใหม่ แต่เธอกลับไม่พอใจ เธอควรจะสนใจแค่เรื่องกลุ่มสตีลอาเมอร์ และรีบวิวัฒนาการให้เร็วที่สุด” ซินเสวียนพูด

 

“ฉันเชื่อว่าฉันควรได้รับตำแหน่งที่เหมาะสมกับความสามารถของตัวเอง” หยางม่านลี่พูดอย่างเคร่งขรึม

 

“หานเซิ่น นายคิดว่ายังไง?” ซินเสวียนหันไปถามหานเซิ่น

 

“ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง” หานเซิ่นพูดพร้อมกับทำความเคารพซินเสวียน

ตอนนี้เขามีโอกาสที่จะได้เป็นหัวหน้าของหยางม่านลี่ ซึ่งเขาจะไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปง่ายเด็ดขาด

 

ที่สำคัญกว่านั้นการเป็นหัวหน้าหน่วยพิเศษจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย ไม่ใช่เพียงแค่การมีทรัพยากรบุคคลที่สามารถสั่งการได้เท่านั้น แต่เขายังสามารถสร้างสายสัมพันธ์กับพวกนายทหารระดับสูงได้ง่าย และที่สำคัญที่สุดหัวหน้าหน่วยจะได้รับสิทธิในการซื้อสินค้าต้องห้ามบางอย่าง

 

ไม่ใช่เพียงแค่สิทธิในการเลือกซื้อวิชาไฮเปอร์จีโนระดับSเท่านั้น แต่เขายังจะได้รับส่วนลดพิเศษอีกด้วย

 

ภายในหน่วยพิเศษมีเพียงแค่หัวหน้าหน่วยเท่านั้นที่จะได้รับสิทธินี้

 

“เยี่ยม” ซินเสวียนพยักหน้า และหันไปหาหยางม่านลี่

“ถ้าเธอคิดว่าเธอมีคุณสมบัติดีกว่าเขา เธอต้องประลองกับเขา ถ้าเธอชนะ ฉันจะเลือกเธอเป็นหัวหน้าหน่วยพิเศษแทน”

 

“ตกลง ฉันยินดีแข่งกับเขา ไม่ว่าจะเป็นการแข่งแบบไหนฉันก็ไม่มีวันแพ้เขา”

หยางม่านลี่ลุกขึ้นยืนทันที เธอเคยสอนหานเซิ่นยิงธนูมาก่อน และเธอก็ไม่เชื่อว่าเธอจะแพ้เขา ไม่ใช่เพียงแค่ธนูเท่านั้น แต่หยางม่านลี่คิดว่าไม่ว่าแข่งอะไร เธอก็ไม่แพ้เขาทั้งนั้น

 

“เนื่องจากพวกเธอทั้งคู่ถนัดธนู งั้นก็แข่งธนูแล้วกัน”

ซินเสวียนถามหานเซิ่น “นายมีปัญหาอะไรไหม?”

 

“ได้ครับ จะให้ผมทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ยกเว้นมีลูก” หานเซิ่นพูดพร้อมกับยิ้ม

 

หยางม่านลี่หันหน้าไปมองหานเซิ่นด้วยสายตาอาฆาต เขากำลังพูดเหน็บแนมว่าเธอไม่สามารถทำอะไรได้ดีกว่าเขา ยกเว้นเรื่องที่เธอสามารถมีลูกได้

 

“งั้นไปที่สนามฝึกกันตอนนี้เลย” ซินเสวียนพูด และเดินออกจากห้องไป