0 Views

หานเซิ่นไม่สามารถกลับไปที่สตีลอาเมอร์ได้ทันที ดังนั้นเขาจึงเทเลพอร์ตออกจากก็อตแซงชัวรี่ เมื่อเขากลับไปที่ดาวรูก้า เขาเห็นสายที่ไม่ได้รับจำนวนมากจากเฟิงจินซี เขาโทรกลับไป และได้ยินเสียงของเฟิงจิซี

“นายยังไม่ตายใช่ไหม?”

 

“คนอย่างผมไม่ตายง่ายๆแบบนั้นหรอก บอกเฉวียนเกอด้วยว่าผมยังไปพบเขาตอนนี้ไม่ได้ เดียวผมจะส่งวิญญาณอสูรกลายพันธ์คืนเขาทีหลัง”

หานเซิ่นคิดว่าสัญญาณถูกยกเลิก เพราะสเกลเล็ต อามาดิโลนั้นถูกนกสีเงินกินไปแล้ว พวกเฉวียนเกอคงต้องกลับไปมือเปล่า เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลที่หานเซิ่นจะเก็บวิญญาณอสูรกลายพันธ์ไว้กับตัว

 

“ไม่จำเป็น เพราะหลังจากที่นายล่อนกไป พวกเขาก็กลับไปเอาซากของมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิที่เหลือ และดูเหมือนว่ามันจะถูกนกกินไปแค่นิดหน่อย นั้นจึงไม่ใช่ปัญหา แต่ดูเหมือนว่าพวกเขากังวลว่านายจะรอดกลับมารึป่าวมากกว่า” เฟิงจินซีหัวเราะ

 

“ฮาฮา โชคร้ายที่ผมไม่มีธนูเลือดศักดิ์สิทธิ ไม่งั้นจะสอยไอ้นกนั้นลงมาด้วย” หานเซิ่นพูดติดตลก

 

“ถ้านายต้องการวิญญาณอสูรธนูและลูกธนูเลือดศักดิ์สิทธิ มันก็พอมีโอกาสอยู่นะ” เฟิงจินซียิ้ม

 

“โอกาสอะไร? นายคงไม่แนะนำงานเสี่ยงอันตรายอีกใช่ไหม ผมคงไม่ไหวแล้ว งานแบบนี้ขอครั้งเดียวก็พอ”

หานเซิ่นพูด แต่ดูเหมือนว่าเขาเองก็สนใจอยู่

ดูมเดย์เป็นธนูที่ดีก็จริง แต่มันยังห่างชั้นกับธนูเลือดศักดิ์สิทธิมาก

 

“ในอีก 2 เดือน เฉวียนเกอจะไปยังก็อตแซงชัวรี่เขต 2 และเขาจะขายวิญญาณอสูรบางดวงที่เขาไม่ได้ใช้ รวมถึงธนูเลือดศักดิ์สิทธิด้วย ถ้านายสนใจก็ลองไปดูได้” เฟิงจินพูด

 

“แน่นอน ผมจะลองไปดู” หานเซิ่นวางสายและเดินออกมา

หยางม่านลี่ยืนอยู่หน้าประตูของสถานีเทเลพอร์ตจ้องมาที่เขา

 

“นายไปอยู่ที่ไหนมา? นายไม่ได้ตระหนักเลยหรอว่าการสอบเข้าเหยี่ยวดำมันจะเริ่มอยู่แล้ว ถ้านายสอบไม่ติด ก็อย่าเที่ยวไปบอกใครว่าฉันเป็นคนช่วยนายเตรียมสอบ ฉันไม่อยากจะขายหน้าไปด้วย” ดูเหมือนหยางม่านลี่จะโกรธ

 

“ผมไปล่ามอนสเตอร์กับเพื่อน แต่เกิดผิดพลาดนิดหน่อย ผมพึ่งกลับมาถึงเมือง และรีบเทเลพอร์ตกลับมาเลย ต้องขอโทษจริงๆ”

หานเซิ่นรู้ตัว เขาไปนานเกินกว่าที่บอกกับหยางม่านลี่ไว้มาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมหยางม่านลี่ถึงโกรธ

 

“ไม่ว่ายังไง การสอบของนายมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่แล้ว จริงๆฉันก็อยากให้นายสอบไม่ผ่านด้วยซ้ำ ฉันจะได้ไม่ต้องมาเจอหน้านายทุกวัน” หยางม่านลี่ไม่ค่อยพอใจ

 

หานเซิ่นยักไหล่ เขารู้ว่าหยางม่านลี่ไม่ใช่คนไม่ดีอะไร เธอแค่ต้องการให้เขาตั้งใจฝึก

 

แต่ตอนนี้หานเซิ่นต้องรีบกลับบ้านก่อน เขาออกจากบ้านมาหลายวันแล้ว เขาต้องปล่อยให้หยางม่านลี่โกรธไปก่อน

 

เมื่อเห็นหานเซิ่นเดินออกจากสถานีไปแทนจะเข้าไปในห้องฝึก เธอก็คิดอย่างขมขื่น ‘มันจะไร้เหตุผลมาก ถ้าคนอย่างหมอนี่เข้าเหยี่ยวดำได้’

 

หานเซิ่นกลับไปที่บ้าน เพื่อเยี่ยมแม่ของเขาแล้วก็เข้านอน

เขายังไม่รีบกลับไปรับวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิที่เป็นรางวัลสำหรับการประลอง เพราะมันสามารถรับเมื่อไรก็ได้ที่สตีลอาเมอร์ ขอแค่รับก่อนการแข่งขันในปีหน้าเริ่มก็พอ

 

การสอบเข้าเหยี่ยวดำจะมาเริ่มในอีกไม่กี่วัน และเขาวางแผนที่จะสอบให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ถึงจะหาทางกลับจากไปเมืองสตีลอาเมอร์ เขาต้องรีบกลับไปก่อนที่เฉวียนเกอจะเปิดประมูลวิญญาณอสูรด้วย เขาเองก็สนใจวิญญาณอสูรที่เป็นธนูระดับเลือดศักดิ์สิทธิ บวกกับมอนสเตอร์ที่เขาให้มันกินคริสตัลสีดำเข้าไปนั้น มันน่าจะวิวัฒนาการเป็นมอนสเตอร์ระดับเลือดศักดิ์สิทธิเรียบร้อยแล้ว เขาไม่อยากจะเสียเวลาใช้คริสตัลต่อ

 

เมื่อคิดถึงวิญญาณอสูรหานเซิ่นก็นึกขึ้นได้ เขาเรียกวิญญาณอสูรสเกลเล็ต อามาดิโลออกมา ซึ่งมันคือโล่รูปร่างกลมๆ สีดำ ขนาด 4 ฟุต โล่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดและหนามแบบเดียวกับสเกลเล็ต อามาดิโล ซึ่งมันดูน่าเกรงขามจริงๆ มันสามรถใช้ได้ทั้งรุกและรับในเวลาเดียวกัน ใครก็ตามที่ถูกโล่นี่กระแทกใส่ก็คงจะบาดเจ็บหนักแน่นอน

 

“ยอดเยี่ยมจริงๆ ถ้าใช้มันคู่นักฆ่ากระหายเลือดที่มีความเร็วละก็ แม้แต่ซินเสวียนก็คงไม่กล้าสู้กับผมแน่”

หานเซิ่นคิดแล้วก็หัวเราะออกมา

 

ในเช้าวันถัดมา หานเซิ่นไปที่สถานีเทเลพอร์ตเพื่อฝึกซ้อม และหยางม่านลี่ก็ให้เขาทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายอีกครั้ง

 

หานเซิ่นใช้วิชากายหยกบังคับให้ระดับความแข็งแกร่งของเขาอยู่ที่ 10-11 ทำให้หยางม่านลี่ค่อนข้างพอใจ

 

ตอนนี้หานเซิ่นเองก็ไม่รู้ว่าระดับความแข็งแกร่งจริงๆของเขาเท่าไหร่กันแน่ เพราะหานเซิ่นไม่ได้ใช้ความสามารถเต็มที่มานานแล้ว และเขาก็เพิ่งได้รับจีโนพ้อยกลายพันธ์เพิ่มมาอีก 5 จากการกินลิงหางดำระดับกลายพันธ์ ซึ่งตอนนี้เขามีจีโนพ้อยกลายพันธ์ทั้งหมด 52

 

หยางม่านลี่ใช้เวลาที่เหลือเกือบทั้งหมด ในการฝึกพิเศษและติวเข้มให้กับหานเซิ่น ทำให้เขาแทบไม่มีเวลาได้พัก

 

ถึงแม้หยางม่านลี่จะไม่ค่อยชอบหานเซิ่นเท่าไหร่ แต่เธอก็ทำหน้าที่ตามที่ซินเสวียนสั่งมาอย่างเต็มที่ ไม่ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไง หานเซิ่นจะสอบเข้าได้หรือไม่ก็ตาม มันก็ไม่ใช่ธุระอะไรของเธอ สำหรับหยางม่านลี่นั้น เธออยากได้ดอลลาร์มาเติมเต็มหน่วยในตำแหน่งนักธนูมากกว่าหานเซิ่น

 

แต่ดอลลาร์อยู่ที่ไหนก็ไม่มีใครรู้ เธอไม่มีทางจะติดต่อเขาได้ และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องโน้มน้าวให้เขาเข้าร่วมหน่วยของซินเสวียน

 

เมื่อการสอบใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว ซินเสวียนซึ่งเป็นหัวหน้าสถานีไม่สามารถเดินทางไปกับหานเซิ่นที่เหยี่ยวดำได้ เธอให้ตั๋วขึ้นยานอวกาศกับหานเซิ่นไป และให้เขาเดินทางไปสอบด้วยตัวเอง

 

หานเซิ่นบอกหลัวซูหลานเรียบร้อยแล้วว่าเขาจะเข้าโรงเรียนทหาร และเธอก็สนับสนุนการตัดสินใจของเขาในครั้งนี้ ถ้าเกิดเขาเข้าสอบเข้าได้ และทำเกรดได้ดี เขาจะได้นั่งทำงานในออฟฟิตเหมือนกับพวกซินเสวียน แต่ถึงแม้ว่าเขาจะได้เกรดระดับกลางๆ เขาก็ไม่ต้องออกไปรบแนวหน้า

 

แล้วยิ่งถ้าเกรดของเขาติดระดับท็อปของโรงเรียน เขาจะสามารถได้ตำแหน่งที่สูงขึ้นไปอีก และเรื่องเสี่ยงอันตรายในสนามรบก็ลืมไปได้เลย นั่นเป็นสิ่งที่หลัวซูหลานต้องการ แต่สิ่งเดียวที่เธอกังวลคือกลัวว่าหานเซิ่นจะสอบเข้าเหยี่ยวดำไม่ได้

 

หานเซิ่นเพียงแค่เรียนจบจากโรงเรียนรัฐบาล โอกาสที่เขาจะสอบเข้าโรงเรียนทหารที่มีชื่อเสียงแข่งกับพวกที่จบจากโรงเรียนเอกชนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

 

บนยานอวกาศ ตอนนี้หานเซิ่นกำลังเดินทางออกไปยังอวกาศอันกว้างใหญ่ เมื่อเขามองผ่านกระจก หัวใจของเขาก็เริ่มเต้นแรงขึ้น มันเป็นครั้งแรกที่เขาเดินทางออกจากดาวรูก้า

 

ตอนนี้หานเซิ่นรู้สึกไม่มีอะไรทำ เขาจึงหยิบหนังสือบนยานขึ้นมาอ่าน ชื่อของมันคือ ‘ชัยชนะของฉันคือทะเลแห่งดวงดาว’

 

 


 Facebook Page : https://www.facebook.com/SuperGodGene/

ตอนนี้กลุ่มลับถึงตอน 397 เเล้วครับ