0 Views

ผมกับหลินอี้ซินนั่งอยู่ตรงข้ามกันโดยที่ผมมองหน้าเธอและเธอก็มองหน้าผมเช่นกัน

“พูดอะไรหน่อยสิ?”

ผมหันหน้าไปอย่างกะทันหันแล้วก็พบกว่าผมกำลังถูกตาโตกลมสวยทั้งคู่ของหลินอี้ซินจ้องมองอยู่ ผมรู้สึกเหมือนความคิดทั้งหมดของตัวเองไม่อาจหลบซ่อนได้อีกต่อไปและความรู้สึกแบบนี้ก็น่าอึดอัดอย่างมาก

หลินอี้ซินไม่พูดจา เธอหยิบกระเป๋าถือออกมาจากด้านหลัง จากนั้นเธอก็ล้วงกล่องของขวัญทรงยาวสีดำทึบออกมาชิ้นหนึ่ง ดูเหมือนมันจะเป็นกล่องที่ทำมาจากไม้จันทน์และยังมีฝีมือช่างละเอียดประณีตมาก

“นี่คืออะไร?”

“ให้นาย”

คิ้วสวยของหลินอี้ซินเลิกขึ้นเบาๆพูดออกมา “เป็นยังไง ฉันใจถึงหรือเปล่า?”

“ให้ฉัน?”

ผมยื่นมือไปรับกล่องแล้วเคลื่อนมันมาตรงหน้าผมก่อนจะเอ่ยปากถามออกไป “เปิดดูได้ไหม?”

 “อื้ม ตามสบาย~~” หลินอี้ซินสั่งน้ำผลไม้มาหนึ่งแก้วแล้วคาบหลอดด้วยท่าทางเกียจคร้าน

……

ผมมองๆกล่องบรรจุภัณฑ์นั้นก่อนจะแกะมันออก จากนั้นผมก็พลิกเปิดฝากล่องและเห็นโทรศัพท์มือถือสีเงินเครื่องหนึ่งทอดตัวอย่างสงบอยู่บนผ้าไหม ดูท่าแล้วมันน่าจะมีคุณภาพสูงมาก!

“นี่…”

ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ่มต่ำ “อี้อี้  เธอชอบฉันเหรอ?”

“ชอบนาย?” หลินอี้ซินหัวเราะพรืด “นายสำคัญตัวมากไปไหม?”

“งั้นทำไมถึงให้มือถือเครื่องนี้กับฉัน? ดูเหมือนมันน่าจะแพงมากสินะ?” ผมถาม

หลินอี้ซินพยักหน้า “อือ โนเกีย แพลทินัม แท็บเล็ต TC72  ลิมิเต็ด อิดิชั่น ทำจากทองคำขาวบริสุทธิ์ นายดูที่หน้าจอของมือถือก็ได้ มันประดับด้วยเศษเพชร ”

ผมตาค้าง “ราคาเท่าไหร่?”

 “อืม…” หลินอี้ซินพึมพำแล้วพูดออกมายิ้มๆ “อย่างน้อยก็สองแสนหยวนขึ้นไป”

ผมหยิบมือถือขึ้นมาและรู้สึกได้ว่ามันหนักทีเดียว จากนั้นผมก็พูดขึ้นมา “ก้อนอิฐนี่น่าจะลำบากกระเป๋ากางเกงน่าดู ตามความเห็นฉันเจ้าโง่สือซานน่าจะใช้มือถือแบบนี้…”

หลินอี้ซินหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่ “ใช่แล้วๆ เจ้าโง่สือซานถึงจะซื้อมือถือแบบนี้!”

……

แล้วตอนนั้นเอง เสียง “เอ๊ะ” เสียงหนึ่งก็ดังมาแต่ไกล และก็เป็นหนุ่มหล่อ “เล่อเซ่า” ที่กำลังเฉลิมฉลองวันเกิดคนนั้นนั่นเอง!

คุณชายเล่อเห็นพวกผมแล้วเขาก็ดูตื่นเต้นมาก  มือหนึ่งของเขายกแก้วเหล้าขึ้นมาพลางเดินตรงเข้ามาทางนี้แล้วพุ่งไปส่งยิ้มอย่างสุภาพให้หลินอี้ซิน  “อี้อี้ คิดไม่ถึงว่าเธอมาที่นี่ ไม่ใช่บอกว่าจะไม่มาร่วมงาน…”

หลินอี้ซินขัดจังหวะเขาอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “หลี่เล่อ อี้อี้เป็นชื่อที่นายเรียกได้เหรอ?! นอกจากนี้ฉันก็ไม่ได้มาร่วมงานปาร์ตี้วันเกิดนายด้วย ฉันมากินมื้อดึกเป็นเพื่อนเขาแค่นั้นเอง”

หลี่เล่อตกตะลึง จากนั้นเขาก็ทอดสายตามองมาทางผมและมือถือทองคำขาวเครื่องใหม่ในมือผม

 “ดีจังนะ เพื่อนนักศึกษาหลินอี้ซิน!” หลี่เล่อยกยิ้มขึ้นทันทีขณะที่นัยน์ตาของเขาก็มีแววอิจฉาฉายชัดอยู่ในนั้น จากนั้นเขาก็พูดขึ้นมาอย่างเย็นชา “ฉันให้ TC72 เครื่องนี้กับเธอ แล้วทำไมเธอถึงได้…เอามันมาให้คนแบบนี้?”

เขามองมาทางผมเหมือนมองขยะกองหนึ่ง และไม่คิดปิดบังความดูแคลนในสายตาแม้แต่น้อย

เหอะๆ สายตาสุนัขดูถูกคนของไอ้หมอนี่ ผมใส่เสื้อยี่ห้อ Semir*** ใส่รองเท้าหนังเทียม แล้วมันยังไงเหรอ?

(*** Semir เป็นแบรนด์เสื้อผ้ายักษ์ใหญ่ของจีน เน้นใส่สบาย ตีตลาดกลุ่มวัยรุ่นหญิงชาย ราคาไม่แพงมากเกินไป )

หลินอี้ซินพูดออกมาอย่างเรียบเฉย “หลี่เล่อ นายบอกเองว่ามือถือเครื่องนี้ให้ฉันแล้ว เพราะงั้นฉันอยากจะจัดการยังไงก็ได้ เมื่อเช้าวันนี้ฉันก็บอกนายไปชัดเจนแล้วนี่ว่าฉันไม่อยากได้ของของนาย ในเมื่อนายยืนยันจะให้ TC72 เครื่องนี้กับฉัน อย่างนั้นฉันก็ทำได้แค่เปลี่ยนมือส่งมันให้คนอื่น”

 “แต่…นั่น นั่นตั้งสองแสนสี่…”

หลี่เล่อเบิกตากว้างจ้องผมเขม็งเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อก่อนที่เขาจะพูดออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว “ไอ้หนู ถ้ารู้เรื่องรู้ราวล่ะก็ส่งมือถือคืนให้เธอซะ คิดว่านายควรค่าที่จะใช้มือถือแบบนี้เหรอ?”

ผมอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ จากนั้นผมก็ยืนขึ้นอกผายไหล่ผึ่งแล้วอาศัยความสูงของผมที่สูงกว่าฝ่ายตรงข้ามเล็กน้อยมองหลี่เล่ออย่างเรียบเฉยก่อนจะยิ้มออกมาน้อยๆแล้วพูดขึ้น “ใช่แล้ว มือถือกากๆ สวยแต่ใช้การไม่ได้จริงแบบ TC72 เครื่องนี้ ฉันก็รู้สึกว่าไม่ควรค่าให้ฉันใช้เหมือนกัน ฉันใช้มือถือก๊อปของฉัน ฟังก์ชั่นเยอะ เจ๋งกว่า TC72 เยอะเลย!”

พูดพลาง ผมก็นำมือถือราคาแพงเครื่องนี้ใส่ลงไปในกระเป๋ากางเกงอย่างคล่องมือ

หลี่เล่อเห็นแบบนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างโมโห “แล้วนายยังจะเก็บมันไว้ทำไม!”

“อืม ฉันจะเอามันไปให้คนอื่น มีปัญหาไหม?” ผมยิ้มหวานมองหลี่เล่อ สีหน้าท่าทางของผมเรียบเฉยสบายอกสบายใจไม่ได้หาเรื่องเขาแม้แต่น้อย เห็นชัดว่าผมไม่ใช่พวกสมองทึบที่หลี่เล่อคาดการณ์ไว้

 “แก!”

หลี่เล่อไม่ได้พูดอะไรอีกแต่เขากลับมีสีหน้าโกรธแค้นขึ้นมา จากนั้นเขาก็พาคนของตัวเองสองสามคนเดินกลับไป

แล้วผ่านไปไม่นานผมก็บ่นขึ้นมา “อาหารเสิร์ฟช้าจัง…”

หลินอี้ซินพยักน้า “อือ”

ขณะเดียวกันนั้น ไกลออกไปในหมู่โต๊ะของหลี่เล่อก็มีพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งพลันร้องขึ้นมาอย่างตกใจ แล้วผมก็เห็นอย่างชัดเจนว่าเพื่อนที่ย้อมผมสีแดงคนหนึ่งของหลี่เล่อใช้มือลูบบั้นท้ายของพนักงานคนนั้น  พนักงานคนนั้นเป็นแค่เด็กสาววัยรุ่นอายุประมาณยี่สิบคนหนึ่ง ดังนั้นถึงแม้เธอจะโกรธจนหน้าแดงแต่ก็ไม่กล้าขัดขืน

คนเหล่านั้นดื่มเหล้าเมาก็ยิ่งใจกล้า คนด้านหลังผลักน้องสาวพนักงานคนนั้นก็ล้มลงไปนั่งบนตักของอีกคนทันทีก่อนที่เธอจะถูกลูบไล้ล่วงเกิน

 “พวกคุณ…พวกคุณจะทำอะไร??”

พนักงานสาวร้องตะโกนเสียงดังและดิ้นหนีออกมาอย่างรวดเร็ว คนของหลี่เล่อเหล่านั้นดันเป็นพวกมากตัณหากลับใจกล้าทำตัวกร่างซะด้วย เมื่อเห็นพนักงานคนนี้สวยเข้าหน่อย ไอ้หัวแดงนั่นก็อยู่ไม่นิ่งแล้วเดินตามเข้าไปหาเธอ ส่วนพวกหลี่เล่อเองก็ร่วมยุร้องตะโกนขึ้นมาด้วย “คุณชายเฟิง จัดเธอเลย จัดเธอเลย เราดูนายอยู่นะ!”

ผมขมวดคิ้วมุ่น เด็กบ้านรวยพวกนี้ใจกล้าไม่ละอายความชั่วเกินไปหน่อยไหม? น้ำพุแห่งความฝันแห่งนี้ยังมีลูกค้าอีกมากมายไม่ได้มีแค่พวกเขาสักหน่อย

แล้วในตอนนั้นเอง หลินอี้ซินก็ลุกยืนขึ้นแล้วเตะเข้าไปที่เก้าอี้อย่างแรงจนเก้าอี้ตัวนั้นกระเด็นไปชนเข้ากับขาของไอ้หัวแดงและทำให้เขาล้มหัวทิ่มคะมำลงไปกับพื้นเหมือนหมากินขี้ จากนั้นจมูกของเขาก็มีเลือดสดไหลลงมาพร้อมกับที่พยายามดิ้นรนลุกขึ้นมาอย่างสะบักสะบอมสิ้นท่า

ผมแอบร้องอุทานอยู่ในใจ หลินอี้ซินผดุงความยุติธรรมสุดแรงโดยไม่ห่วงตัวเองเลย พวกเราจะมีเกียรติอันน่าภาคภูมิแล้ว

“หลินอี้ซิน เธอแส่ให้น้อยหน่อย!” หลี่เล่อพุ่งเข้ามาด้านหน้าแล้วตะคอกออกมา

คิ้วสวยของหลินอี้ซินยกขึ้นเบาๆแล้วพูดออกมาอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ “หลี่เล่อ พวกนายมันพวกขี้แพ้จริงๆ ลู่เฉิน นายว่าไหม?”

ผมพยักหน้า “อืม ก็ค่อนข้าง…”

หลี่เล่อโมโหจัดพร้อมกำหมัดแน่น แล้วทันใดนั้นเขาก็ลงมือโจมตีทันที เขายกแก้วในมือขึ้นก่อนจะใช้ไวน์แดงในแก้วสาดเข้ามาอย่างรวดเร็ว

แต่ผมเร็วกกว่าเพราะมือข้างของผมหนึ่งโบกขึ้นไปก่อนจะวาดขึ้นเป็นเส้นโค้งไปตรงหน้าในพริบตา

 “ซ่า!”

ไวน์ที่สาดกระเด็นมาทั้งหมดถูกปัดกลับไปอยู่บนหน้าและร่างกายของหลี่เล่อจนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาถูกย้อมไปด้วยสีแดงเข้มทันที

 “เฮ้ย! อาร์ อาร์มานี (Armani) ของฉัน!” ความโกรธแค้นของหลี่เล่อยิ่งเพิ่มพูนขึ้นมา จากนั้นเขาก็มองเสื้อแบรนด์เนมของตัวเองด้วยความใจเจ็บเหลือเกิน

แล้วตอนนี้พวกเพื่อนหมาจิ้งจอกทั้งหลายของหลี่เล่อล้วนก็พุ่งเข้ามา แต่ละคนแผ่ไอสังหารออกมาพร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ “หลี่เล่อ ใครหาเรื่องนาย? แม่มัน ไอ้นี่อยากจะลองของใช่ไหม?”

คนเหล่านี้ล้วนดื่มกันไปมากแล้ว แต่ละคนหน้าแดงจัด บางคนมีกล้ามปูดโปนขึ้นมาจนดูเหมือนมีพลังกังฟู ถ้าเป็นยุคโบราณล่ะก็อย่างน้อยเขาก็ต้องระดับจอหงวนสายบู๊แน่นอน

แต่ทันใดนั้นหลี่เล่อก็เขวี้ยงแก้วตกลงไปแตกแล้วตะคอกขึ้นมาอย่างโมโห “ต่อยมัน!”

สายตาผมเย็นชาขึ้นมาทันที “ต่อยอะไร ฉันมาเพื่อกินข้าว!”

ผมพูดขณะที่สายตาก็เหลือบมองหลินอี้ซินแล้วกดเสียงต่ำถามออกไป “นี่เธอชวนฉันมากินข้าวหรือชวนให้ฉันมาช่วยเธอต่อยตีกันแน่? ฉันถูกลากลงน้ำแบบนี้ได้ยังไง…”

หลินอี้ซินพิงอยู่ข้างกายผมพลางกดเสียงต่ำพูดออกมาเช่นกัน “นายเป็นทหารรับจ้างสีเลือดนี่ หลี่เล่อคนนี้ตามตื๊อฉันมาจะครึ่งปีจนฉันใกล้จะบ้าอยู่แล้ว เพราะงั้นนายช่วยฉันชกไอ้ขี้แพ้นี่สักหมัดเถอะ เดี๋ยวฉันจะจ่ายนาย 100 เหรียญทอง เอ้ย ไม่ใช่ จ้างเงิน 100 หยวน!”

 “ชิ หนีให้ได้ก่อนแล้วค่อยพูดเถอะ!”

พวกสารเลวเรียงหน้ากันเข้ามาแล้วโบกกำปั้นไปมาขณะที่ปากก็พร่ำด่าออกมาเรื่อยๆ พวกเขาทั้งหมดล้วนเสี่ยงตายเพื่อพี่น้องและผองเพื่อนขี้เหล้าเสเพล

ผมก้าวขึ้นไปข้างหน้าฉับพลัน เท้าข้างหนึ่งเตะไปยังคนผมเหลืองที่อยู่ด้านหน้าสุดคนหนึ่ง จากนั้นผมก็ใช้กำปั้นฟาดไปยังอีกคนหนึ่งพร้อมกับแขนทั้งสองข้างที่รู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง เป็นอย่างที่ตู้สือซานบอกจริงๆ องค์ประกอบคุณสมบัติเฉพาะของยาไอซ์ทำให้สภาพร่างกายของผมแข็งแรงขึ้น แม้ไม่อาจเป็นวีรบุรุษสังหารศัตรูนับพัน แต่ต่อยผีขี้เมาสักสามสี่ตัวก็ไม่น่ามีปัญหา

สีหน้าหลี่เล่อฉายแววเคียดแค้น เขาถือขวดเบียร์เดินมาจากด้านข้างแล้วตรงเข้ามาทุบศีรษะของผม

 “วูบ!”

การโจมตีครั้งนี้พลาดเป้าไป และระดับความเร็วของผมเมื่อครู่นี้แม้แต่ตัวเองก็ยังตกใจ ผมคิดไม่ถึงเลยว่าผมจะว่องไวขนาดนี้ ไม่อย่างนั้นเนื้อหนังคงถลอกปอกเปิกไปหมดแล้วแน่ๆ และหลี่เล่อคนนี้ก็เหี้ยมโหดจริงๆ

เมื่อหลี่เล่อโจมตีพลาด เขาก็ชี้นิ้วใส่ผมแล้วตะโกนด่าอย่างโกรธแค้นทันที “แม่มัน แกมันไอ้โสโครก กล้าแย่งผู้หญิงของฉัน แกหาเรื่องตายแล้ว!”

เสียงพูดยังไม่ทันจบหลี่เล่อก็ล้มลงหน้าหงายลงไปบนพื้นเพราะหลินอี้ซินมอบลูกเตะน็อคอย่างงดงามให้หลี่เล่อในชั่วพริบตา

 “โห สุดยอด…”

ผมอุทานหนึ่งประโยค แต่หลินอี้ซินกลับเอ่ยออกมาเสียงต่ำอย่างไม่สบอารมณ์ “คนโง่ ยังไม่ไปอีก รอรับหมัดอยู่หรือไง?”

พูดแล้วเธอก็ดึงมือข้างหนึ่งของผมไว้ก่อนที่คนทั้งสองจะพุ่งออกจากภัตตาคารอย่างรวดเร็วปานสายลมโดยที่ด้านหลังชองพวกเขามีพวกอันธพาลทั้งหลายกำลังโบกหมัดแลกกำปั้นตามมา ผมรีบพุ่งไปข้างหน้าแล้วโอบเอวน้อยๆของหลินอี้ซินไว้แน่นก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามาไว้ในอ้อมอก จากนั้นแผ่นหลังของผมก็ถูกตีเสียงดัง “ผลั่กๆๆ” พวกนั้นลงมัดต่อยมาได้อย่างรุนแรงจริงๆ!

……

เมื่อคนทั้งสองรีบเร่งหนีออกมาจากภัตตาคารได้แล้วหลินอี้ซินก็ลากผมเข้าไปยังรั้วพุ่มไม้หน้าร้านอาหารอย่างรวดเร็ว พวกเราวิ่งมาได้ไกลแล้วแต่ก็ยังคงได้ยินเสียงด่าของอันธพาลเหล่านั้นดังมาแว่วมา

 “แฮ่ก…”

ผมหย่อนก้นนั่งลงบนพื้นหญ้าพลางหายใจหอบ “เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว นี่มันเรียกว่ากินข้าวเหรอ?”

หลินอี้ซินเองก็นั่งลงบนพื้นหญ้าและมองผมเงียบๆอยู่เช่นกัน จากนั้นจู่ๆเอก็หัวเราะขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่แล้วเอาดวงหน้างดงามแนบลงมาที่แผงอกของผม ไหล่งามของเธอสั่นไหวเล็กน้อยขณะที่กลิ่นหอมเฉพาะตัวของหญิงสาวลอยแตะจมูกผม

 “มีอะไรน่าตลกเหรอ?” ผมอึดอัดใจเล็กน้อย

หลินอี้ซินเงยหน้าขึ้นแล้วพยักหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจก่อนจะเผยใบหน้ายิ้มแย้มออกมา “อื้ม นายไม่รู้หรอกว่าการเห็นสภาพหลี่เล่อลงไปว่ายน้ำในเหล้าแบบนั้นมันสะใจชะมัด!”

 “เธอเกลียดเขาขนาดนั้นเลย?”

 “ไม่ได้เกลียดแต่รังเกียจ!” หลินอี้ซินกัดฟันขาวแล้วพูดขึ้นมา “หลี่เล่อเป็นทายาทนักการเมืองอันดับหนึ่งในมหาวิทยาลัย เวลาปกติกเขาก็จะลั่นแกล้งรังแกคนอื่นไปทั่ว ครึ่งปีก่อนฉันได้ยินข่าวลือพูดกันว่าฉันเป็นแฟนเขา น่าขยะแขยงชะมัด ฉันหาโอกาสสั่งสอนเขาไม่ได้เลยแต่วันนี้ถือว่าสมใจอยากแล้วล่ะ”

ผมมองเสื้อเชิ้ตของตัวเองที่มีคราบไลน์เปรอะเปื้อนด้านหลังเต็มไปหมด เห็นแล้วก็ยังแอบเจ็บอยู่เหมือนกัน ไม่รู้เมื่อกี้ตอนที่ผมเอาตัวไปกันหลินอี้ซินเอาไว้ผมต้องรับหมัดไปตั้งกี่หมัด

 “หึ!” ผมฮึดฮัดขึ้นมาอย่างเย็นชา

หลินอี้ซินเองก็คงรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของผม ดังนั้นเธอจึงดึงแขนเสื้อผมอย่างระมัดระวังแล้วพูดออกมาเสียงเบา “ขอโทษนะ ฉันไม่ดีเอง…”

แต่ผมรู้สึกโมโหเอามากๆเลย “ชิ วันนี้ฉันถูกคนต่อยนะ นี่ฉันถูกต่อยครั้งแรกในรอบสามปีเลยนะ!”

หลินอี้ซินเองก็โมโหขึ้นมาเหมือนกัน “หึ แค่นี้จะนับว่าเป็นอะไรได้ หรือว่านายไม่ได้ยินหรือไง? ไอ้หลี่เล่อหน้าโง่นั่นกล้าบอกว่าฉันเป็นผู้หญิงของมัน ฉัน…”

ขณะพูดออกไปหลินอี้ซินเองก็หน้าแดงแจ๋พลางกระทืบเท้าด้วยความโมโห

ผมเลิกคิ้วถามขึ้นมา “แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับฉันเหรอ? วันนี้ฉันเสียแรงเปล่าเลยนะ!”

หลินอี้ซินมองผมอย่างฉุนๆ นัยน์ตาสวยมีความจนใจและขัดแย้งวูบผ่าน แล้วในที่สุดเธอก็พูดขึ้นมาหนึ่งประโยค “ฮึ่ย งั้นมากสุด มากสุดฉันจะให้นายจูบทีหนึ่ง…”

มีเรื่องดีขนาดนี้ด้วย? ใจผมเต้นตึกตักจน อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งขึ้น 180

หลินอี้ซินหลับตาแน่น และภายใต้โคมไฟแสงสลัวนั้นขนตายาวของเธอสั่นไหวเล็กน้อยและเผยให้เห็นริมฝีปากแดงอ่อนนุ่มนั่น ท่าทางของเธอดูเหมือนหวาดกลัวมาก

ผมทั้งโกรธทั้งขำ เด็กสาวคนนี้นี่ทำให้ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ

ผมเข้าไปใกล้เธอจนเรียกได้ว่าผมสามารถได้ยินเสียงเต้นของหัวใจเธอได้เลยทีเดียว เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นดาวมหาลัยของมหาวิทยาลัยวิทยาศาตสตร์ ตอนนี้ดวงตาใสหลับพริ้มและทำท่าทางเหมือนยินยอมให้ทำอะไรก็ได้ แต่เธอกลับตื่นเต้นและกังวลเป็นอย่างมาก หน้าอกของเธอเองก็กระเพื่อมแรงจนยอดเขาทั้งคู่เหมือนจะดันทะลุเสื้อผ้าสวยๆของเธอออกมาจนทำให้คนมองแทบขาดอากาศหายใจ!

ผมขยับเข้าไปใกล้พลางรู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะล้มลงไปอยู่แล้ว นี่เป็นจูบแรกเลยนะ ไม่รู้ว่านี่ก็เป็นจูบแรกของหลินอี้ซินเหมือนกันหรือเปล่า?

แต่ขณะที่กำลังจะกดจูบลงไปนั้น หลินอี้ซินกลับลืมตาขึ้น ชิ หรือเธอจะเปลี่ยนใจซะแล้ว!

“ลู่เฉิน พวกเราไม่จูบได้ไหม?”  เธอกะพริบตาปริบๆถามออกมาเสียงโศกเศร้า

ผมแทบกระอักเลือด “เอ่อ…”

หลินอี้ซินมีสีหน้าเหมือนรู้สึกผิดขึ้นมา “เอ่อ…ตอนเด็กๆ ฉันเคยบอกกับตัวเองไว้ว่าจูบแรกของฉันจะเก็บไว้ให้คนที่ตัวเองชอบ…”

เธอหน้าแดงจัด คำพูดนี้มันมีความจริงใจสูงมากจริงๆ

ผมแอบดีใจ คิดไม่ถึงว่ามารน้อยสวยล่มบ้านล่มเมืองคนนี้ก็ยังเก็บรักษาจูบแรกเอาไว้อยู่ ดีล่ะ ชีวิตของผมมีเป้าหมายใหม่แล้ว!

จากนั้นผมก็ถามเธอออกไป “เธอไม่ชอบฉันเหรอ?”

หลินอี้ซินถลึงตามองผมด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ทันที จากนั้นเธอก็พูดขึ้นมาอย่างเรียบเฉย “นายคิดว่าตัวเองมีตรงไหนให้ฉันชอบเหรอ?”

ผมคิดอยู่หลายนาที ดูเหมือนผมก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าตัวเองมีส่วนไหนที่สามารถดึงดูดเธอได้ ดังนั้นผมจึงจำต้องยอมแพ้ไป

……

 “ลู่เฉิน พวกเรายังจะไปกินมื้อดึกกันอยู่อีกไหม?” หลินอี้ซินยิ้มแล้วถามออกมาเสียงอ่อนโยน

 “ไปกินที่ไหน น้ำพุแห่งความฝันไม่ได้แล้วนะ”

 “อื้ม เราไปกินก๋วยเตี๋ยวยูนนานกันดีไหม?”

 “ดี!”

ติดตามตอนต่อไปได้ก่อนใครได้ที่>>https://www.kawebook.com/story/3061

ล่าสุดถึงตอนที่ 310 เเล้วน่าา เลิกดองกันได้เเล้วเมี้ยววววว=(O-O)=