0 Views

“เอี๊ยด”

เสียงแหลมบาดหูของเบรกรถดังขึ้นบนทางหลวง สถานที่แห่งนี้เพิ่งจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นดังนั้นจึงมีเลือดสีแดงสดไหลลงไปเป็นทางยาวและมีร่างโชกเลือดของผู้หญิงคนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นถนนแห่งนั้น

“อ๊ะ”

เหออี้ขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วพลันชะลอรถ

“ช่วยด้วย ช่วยชีวิตภรรยาผมด้วย เธอถูกรถชน ช่วยด้วยครับ” ชายวัยกลางคนอายุประมาณ 50 ปีโผเข้ามา เขาพูดไปร้องไห้ไป “ช่วยพาเธอไปโรงพยาบาลหน่อยครับ”

“โอ้”

เหออี้หยุดรถอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ฉุกคิดสักนิดแล้วเธอก็พูดขึ้น “ลู่เฉิน ช่วยชีวิตคนก่อน”

“อื้ม”

ขณะที่ผมกำลังจะลงจากรถสายตาก็พลันเหลือบไปเห็นรถยนต์สีดำคันหนึ่งที่เร่งความเร็วตรงมาจากถนนเล็กๆ รถคันนั้นชนที่กั้นราวเหล็กหักก่อนจะพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเรา

แย่แล้ว ผมได้กลิ่นความไม่ชอบมาพากลแล้วล่ะ

แล้วในช่วงเวลาแค่พริบตารถยนต์คันนั้นก็พุ่งเข้ามา  มันรวดเร็วจนสมองผมไม่ทันได้ตอบสนองผมจึงได้แต่ใช้ตัวบังด้านหน้าเหออี้เอาไว้ขณะที่ใบหน้าสวยๆของเหออี้กำลังฉายแววตกใจ “ไม่”

“ปัง”

รถสปอร์ตสีดำของเหออี้ถูกชนจนไหลออกไปนอกทางหลวงตามมาด้วยเสียงดังสนั่นแล้วสมองของผมก็ว่างเปล่าไปทันที และภายใต้แรงปะทะที่รุนแรงนั้นทำให้เหออี้ล้มพับอยู่บนที่นั่งคนขับพร้อมกับหน้าผากขาวเนียนที่มีรอยปูดขึ้นมา

ผมพยายามสะบัดหัวสุดชีวิต แล้วท่ามกลางควันโขมงนั้นก็มีคนหน้าตาอัปลักษณ์ 2 คนพุ่งตรงเข้ามาพลางแหกปากร้องตะโกนลั่น “ไปดูซิว่าผู้หญิงคนนั้นตายหรือยัง”

ที่แท้พวกมันก็จงใจมาฆ่าคนโดยเฉพาะ

ผมรีบขยับตัว แขนขาของผมไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร มีแค่ด้านหลังเท่านั้นที่รู้สึกเจ็บนิดหน่อย

ผมพยายามประคองเหออี้ออกจากรถเพราะตอนนี้เธอสลบไปแล้ว

“บ้าเอ๊ย มีเด็กผู้ชายอีกคน ไปเร็ว”

สองคนนั้นพุ่งเข้ามาพร้อมกับถือกระบองเหล็กเอาไว้หนึ่งด้ามและตีลงมาที่ผมโดยไม่ฟังคำอธิบายใดๆทั้งสิ้น

“ผลัก!”

กระบองเหล็กตีมาที่ไหล่ของผมอย่างแรงจนผมรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด

ผมทำอะไรไม่ได้มาก แถวนี้แทบจะไม่มีผู้คนแถมมีรถผ่านมาน้อยมาก ตอนนี้ผมตระหนักได้ว่าผมและเหออี้ตกหลุมพรางแผนลอบฆ่าที่ใครบางคนคิดมาเป็นอย่างดีเข้าแล้ว

ผมยกเท้าแล้วถีบไปที่ท้องของผู้ชายตัวใหญ่ซึ่งเป็นหนึ่งในพวกนั้นจนหมอนั่นต้องคุกเข่าลงไปกุมท้องตัวเองเอาไว้ด้วยความเจ็บปวด

จากนั้นผมก็รีบกอดเหออี้ไว้แนบอกแล้ววิ่งไปยังทางหลวงอย่างว่องไวโดยหวังแค่ว่าจะมีคนผ่านมา

แต่แล้วผมก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่กดทับลงมาบนหัวไหล่อีกครั้ง เลือดสดๆไหลซึมทะลุผ่านเสื้อเชิ้ตลงมาที่บริเวณหน้าอกของผม ส่วนเหออี้ที่สลบไม่ได้สติก็ยังคงหลับสนิทอวดขนตาเส้นยาวสวยเป็นแพบนใบหน้าของเธอ

“ครั้งนี้ฉันจะปกป้องเธอให้ได้ จะปล่อยให้เธอบาดเจ็บอีกไม่ได้ ต่อให้ต้องสู้จนตัวตายก็ตาม” ในเวลานี้ผมเตือนสติตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในที่สุดผมก็มาถึงทางหลวงได้อย่างทุลักทุเล และขณะนั้นก็เหมือนฟ้ายังมีตาถึงได้ส่งรถคันหนึ่งวิ่งผ่านมาอย่างรวดเร็ว

ผมรีบเข้าไปขวางกลางถนนก่อนที่นักเลง 2 คนด้านหลังจะแกว่งกระบองเหล็กแล้วพุ่งเข้ามาอีกครั้ง

“เปิดประตูรถ”

ผมตะโกนเสียงดังแต่ชายวัยกลางคนที่ขับรถอยู่ดูเหมือนจะไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว เขาดูกระวนกระวายไม่กล้าเปิดประตูรถ

“เปิดประตูให้ฉันสิ” ผมใช้กำปั้นทุบไปที่ประตูรถแรงๆจนกระจกรถแตกจึงทำให้เขาจำใจเปิดประตูอย่างไว

ผมดันตัวเหออี้เข้าไปในรถอย่างง่ายดายแล้วตะโกนเสียงดัง “เร็วเข้า พาเธอไปส่งที่โรงพยาบาล”

ชายวัยกลางคนพยักหน้าอย่างจำใจแต่ในดวงตาของเขากลับมีความกลัวผุดขึ้นมาเมื่อชายตัวใหญ่ 2 คนนั้นตามมาทันแล้ว

ผมรู้ตัวว่าหนีไม่ได้แล้วจึงหมุนตัวกลับแล้วใช้ร่างบังรถไว้ให้เขาขับหนีไปได้

“แม่งเอ๊ย ไอ้เด็กนี่มันกล้าดีนักนะ ฆ่ามัน”

จากนั้นชายที่มีใบหน้าเต็มไปด้วยรอยมีดก็กระโจนเข้ามาพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย

ผมไม่ได้ต่อสู้ดิ้นรนมากนัก อาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้มันหนักหนาเกินไปจนทำให้ผมอ่อนแรงไปทั้งตัว ดังนั้นผมจึงทำได้เพียงค่อยๆคุกเข่าล้มลงไปบนพื้น

“ผัวะ”

ผมโดนตีหัวจากด้านหลังอย่างแรงหนึ่งทีจนรู้สึกได้ถึงความแสบร้อน จากนั้นโลกก็หมุนไปหมดก่อนที่ผมจะล้มลงไปบนถนนทางหลวงอย่างแรง

ผมเห็นแต่ความมืดสลัว มองอะไรไม่ชัดเลยสักอย่าง

           ผมตายแล้วเหรอ

ผมถามตัวเองด้วยประโยคเดิมๆแต่ไม่มีใครตอบ

ผมคุกเข่าอยู่ท่ามกลางความมืด แล้วทันใดนั้นผมก็รู้สึกเจ็บปวดและสิ้นหวังขึ้นมาขณะที่คำพูดก่อนตายของแม่ดังขึ้นมาราวกับกระซิบอยู่ข้างหู “ลู่เฉิน ดูแลตัวเองดีๆนะ”

“แม่……ผมขอโทษผมทำไม่ได้”

“แม่ ผมกลัวมากเลย”

ผมร้องไห้ไม่หยุดแต่กลับอ้าปากไม่ได้และส่งเสียงอะไรออกมาไม่ได้เลย ตอนนี้ความกลัวและความสิ้นหวังอันไม่มีที่สิ้นสุดกำลังแผ่คลุมไปทั่วร่างของผม

แล้วทันใดนั้นก็มีเสียงแว่วมาข้างหู

“ไม่รู้ด้วยว่าเจ้าเด็กนี่เป็นใคร ทำยังไงดี”

“จะทำยังไงล่ะก็ฝังมันน่ะสิ บ้าเอ๊ย ก็ไอ้เด็กนี้มันแส่หาเรื่องเอง รนหาที่ตายเองชัดๆ”

หลังจากนั้นไม่นานผมก็รู้สึกว่าร่างกายยิ่งดำดิ่งจมลงไปเรื่อยๆจนในที่สุดสติทั้งหมดก็ดับวูบลง

ตอนพลบค่ำในหมู่บ้านรกร้างห่างไกลที่เงียบสงัดมีเนินดินกองใหม่ปรากฏขึ้นกลางทุ่งนา

“ฟุบ”

แล้วจู่ๆก็มีเสียงเบาๆดังขึ้นพร้อมกับแขนข้างหนึ่งที่โผล่ออกมาจากเนินดิน

ผมก้มลงมองมือที่เต็มไปด้วยดินอย่างแทบไม่อยากเชื่อตัวเอง โดนฝังทั้งเป็นซะนานขนาดนั้นแต่ผมก็ยังไม่ตาย นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน

ผมพลิกตัวอย่างตื่นตระหนกแล้วจึงพบว่าดินในหลุมตื้นๆข้างหลังมันไหลออกมาเอง ตัวผมถูกฝังลงไปลึกประมาณ 20 เซนติเมตรโดยไม่ได้มีดินกลบอย่างแน่นหนาเท่าใดนัก และหากคิดแบบนั้นบางทีผมอาจจะมีอากาศพอให้หายใจได้และยังเป็นการอธิบายได้เป็นอย่างดีว่าทำไมผมถึงไม่ตาย

“โอย”

                ผมร้องโอดครวญออกมาเพราะด้านหลังศีรษะรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาเหมือนมีอะไรฉีกขาด แรงหวดที่ทำให้ผมสลบจนเกือบตายนั้นรุนแรงจริงๆ แต่ยังไงซะที่รอดตายมาได้ก็ถือเป็นความโชคดีบนความโชคร้าย

ผมมองไปรอบๆก็เห็นว่าท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว ตอนนี้คงค่ำแล้ว

โทรศัพท์ผมหายไปแล้ว เสื้อบนหัวไหล่ด้านหลังเปื้อนเลือดสีแดงฉานและการเคลื่อนไหวเพียงนิดเดียวทำให้ความเจ็บปวดพุ่งขึ้นมาทันที

ถึงจะโชคดีรอดมาได้แต่สมองของผมกลับยังเป็นห่วงสถานการณ์ของเหออี้ เธอโดนส่งตัวไปโรงพยาบาลแล้วจะปลอดภัยหรือไม่ แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงต้องตามฆ่าเธอด้วย  ตอนนี้ยังมีปริศนาอีกมากมายที่ผมยังคิดไม่ออก

ผมคิดมากขนาดนั้นไม่ไหวแล้วดังนั้นผมจึงตัดสินใจว่ากลับบ้านก่อนแล้วค่อยว่ากันแต่จู่ๆท้องของผมส่งเสียงร้องขึ้นมา ตอนนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าผมทนหิวมานานแค่ไหนแล้ว

ผมเดินกะเผลกจนมาถึงทางหลวงอย่างยากลำบากและยังรู้สึกสงสัยอยู่นิดหน่อยว่าตอนที่เหออี้ตกอยู่ในอันตรายทำไมผมถึงตอบสนองออกไปโดยการใช้ร่างของตัวเองบังเธอไว้ไม่ให้เธอได้รับบาดเจ็บโดยไม่ต้องคิด ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะอะไรกันแน่

ผมส่ายหัวไปมา คงมีแต่ฟ้าเท่านั้นที่รู้ว่าทำไม

รถรับส่งนอกเมืองนั้นมีน้อยมาก ผมต้องรอถึงครึ่งชั่วโมงจนในที่สุดก็มีรถผ่านมาคันหนึ่ง และเมื่อผมขึ้นไปบนรถคนขับรถก็ทำหน้าเหมือนเห็นผีขณะมองผมกำลังเดินขึ้นไปบนรถ “เฮ้พวก นายไปตกน้ำมาหรือไง?”

ผมพยักหน้ายิ้มๆ “ประมาณนั้นเลย โชคร้ายจริงๆ”

ตัวรถสั่นคลอนไปตลอดทาง มือถือของผมหายไปแล้วแต่โชคดีที่บัตรที่เหออี้ให้ไว้ยังอยู่ ถ้าเป็นแบบนี้มันก็คงพอรับประกันชีวิตต่อจากนี้ของผมได้ คืนพรุ่งนี้จะเป็นวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของเทียนจ้ง ถ้าอาศัยความสามารถในการเล่นเกมของผมแม้ไม่ได้สร้างรายได้มากมายมหาศาลแต่อย่างน้อยถ้ามีข้าวกินอิ่มท้องก็ถือว่าดีแล้ว

ผมยกมือลูบด้านหลังศีรษะที่ยังรู้สึกปวดแปลบอยู่นิดหน่อย แล้วในใจก็เริ่มเกิดความสงสัยว่าถูกตีด้วยของแข็งบาดเจ็บสาหัสจนเกรงว่ากระดูกศีรษะอาจจะแตกถึงขนาดนั้น แถมยังถูกฝังดินอีกตั้งไม่รู้นานแค่ไหน แล้วทำไมผมถึงยังเดินออกมาแบบเป็นๆได้อยู่อีกนะ

ผมหันหลังไปดูที่ๆผมถูกฝังในความมืด มันเป็นที่ที่ยังไม่เจริญและยังดูเหมือนป่าช้าที่มีเนินดินเตี้ยๆกับป้ายหลุมศพตั้งอยู่ข้างๆ

คิดได้ครู่เดียวผมก็พลันหัวเราะให้กับตัวเอง “ช่างมันเถอะ กลับมามีชีวิตได้ก็ดีแล้ว จะไปคิดมากขนาดนั้นทำไม”

พอมาถึงที่พักฟ้าก็มืดไปหมดแล้ว ที่พักของผมมี 1 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่นและต้องจ่ายค่าเช่าเดือนละ 2200 หยวน อืม ที่จริงเดือนก่อนผมเกือบโดนไล่ออกเพราะไม่มีเงินจ่ายด้วย โชคดีที่เพื่อนคนหนึ่งใจดีให้เงินมาจ่ายถึงรอดมาได้ แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ผมต้องจ่ายให้เพื่อนคนที่ให้ผมยืมเงินก็คือดาบคู่อาวุธเทพเกรดต่ำที่ผมมีอยู่ในมือโดยเอาให้มันไปเล่นจนกว่าจะสะใจ แต่ถึงอย่างไรในอีกไม่กี่วันหลิงโถ้งก็จะปิดตัวลงแล้ว จริงๆแล้วไอเทมพวกนั้นก็ไม่มีค่าอะไรมากมายแล้วล่ะ

ผมเดินขึ้นบันไดที่มืดสนิทแล้วล้วงกุญแจออกมาด้วยความเคยชิน แต่นึกไม่ถึงว่าจู่ๆจะมีเงาคนพุ่งพรวดออกมาจากด้านในประตูห้องของผม

“บ้าเอ๊ยทำไมนายถึงเพิ่งกลับมาตอนนี้ สองวันมานี้ไปทำอะไรมา ขนาดโทรศัพท์ก็ไม่รับ”

แค่ฟังจากเสียงผมก็รู้ว่าใคร

ตู้สือซานเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผม ที่บอกว่าดีก็หมายความว่าฉันต้องการของดีของนาย นายต้องการของดีของฉันนั่นแหละ ความสัมพันธ์ของผมกับตู้สือซานตั้งแต่เป็นเพื่อนตอนชั้นประถมถึงมหาวิทยาลัยนั้นดีมาก นอกจากเรื่องแฟนแล้วก็ไม่มีเรื่องไหนที่เราไม่แบ่งปันกัน ระหว่างเราสองคนแทบไม่มีความลับต่อกันและแน่นอนว่าที่ไม่แบ่งปันเรื่องแฟนกันนั่นก็เพราะว่าผมไม่มีแฟนตั้งแต่ต้นไงล่ะ ส่วนตู้ฉือซานนั้นเปลี่ยนแฟนคนแล้วคนเล่า เปลี่ยนไวกว่าผู้หญิงเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียอีก

ตู้สือซานมองผมที่อยู่ภายใต้แสงไฟสลัวแล้วพูดออกมาอย่างตกใจ  “ลู่เฉิน นายไปทำอะไรมาถึงได้ดูแย่ขนาดนั้น ฉันได้ยินมาว่านายถูกจูหยิ่งล่วนฆ่าจนลบบัญชีไปแล้ว ตอนนี้จูหยิ่งล่วนเหมือนพระอาทิตย์ที่อยู่กลางท้องฟ้า พวกมันมีอำนาจครอบคลุมทั้งประเทศจีนแล้ว กลุ่มนิมิตวิญญาณดาบศักดิ์สิทธิ์ของพวกนายไม่มีทางเทียบได้จริงๆ”

ผมยิ้มน้อยๆแล้วตบไหล่ตู้สือซานพร้อมพูดขึ้นมา “ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องกังวลไป ตอนนี้จูหยิ่งล่วนแค่อยู่ในช่วงขาขึ้น แต่อีกเดี๋ยวก็ถึงขาลงแล้ว อีกอย่างฉันแค่โดนลบบัญชีเอง เรื่องเล็กๆน่ะ วัยรุ่นต้องคิดบวกหน่อยสิ”

“คิดบวกกับน้องแกสิ” ตู้สือซานทำหน้าหมดหนทาง “ตกลงว่าให้ฉันมาปลอบนายหรือให้นายมาปลอบฉันกันแน่เนี่ย”

“สือซาน ทำไมนายมาอยู่ที่ห้องฉันได้ล่ะ” ผมพูดพร้อมกับจ้องไปที่เขา “คืนพรุ่งนี้เป็นคืนเปิดตัวเทียนจ้ง นายไม่กลับไปเตรียมเสบียงเหรอ มาที่นี่ทำไม?”

ตู้สือซานกัดแตงกวาคำหนึ่งแล้วแสดงสีหน้าตกใจออกมา  “นายสับสนแล้ววันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของเทียนจ้งคือเที่ยงคืนวันนี้ต่างหาก จะเป็นพรุ่งนี้ได้ยังไง?”

“วันนี้อะไรกัน วันนี้วันที่เท่าไหร่?” ผมสับสนนิดหน่อย

“วันที่ 10 ไงหรือไม่ใช่ล่ะ?”

“วันที่10”

ผมตะลึงงันไปพักหนึ่ง ผมเจอกับเหออี้ในวันที่ 8 แต่วันนี้กลายเป็นวันที่ 10 ไปแล้ว แสดงว่าผมสลบไปตั้ง 1 วัน 1 คืนเลยทีเดียว นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน

“เฮ้ยเพื่อน นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

ตู้สือซานตบไหล่ผมแล้วถามออกมา “ทำไมต้องทำท่าเหมือนตกใจด้วยล่ะ วันนี้วันที่ 10 นี่ มีอะไรผิดไปเหรอ?”

ผมหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดออกมายิ้มๆ “ไม่มีอะไร ถ้าอย่างนั้นวันนี้เทียนจ้งก็จะเปิดตัวแล้วสินะ แล้วทำไมนายถึงมีเวลาโผล่มาเดินเล่นที่นี่ล่ะ?”

“ไอ้บ้าเอ๊ย แกนี่ไม่ได้สำนึกเลย” ตู้สือซานพูดจนน้ำลายแตกฟอง “สองวันมานี้ติดต่อนายไม่ได้ฉันก็กังวลว่านายจะตายไหมเลยมาดูนี่ไงล่ะ นายกลับมาแล้วงั้นฉันก็จะกลับแล้ว คงจะถึงบ้านก่อนเที่ยงคืนนั่นแหละ เราค่อยคุยกันในเกมแล้วกัน นายคิดจะตั้งชื่อไอดีว่าอะไรล่ะ ลั่วเฉิน(เม็ดฝุ่นลอยร่วง)เหมือนเดิมเหรอ?”

“ฉันก็ไม่รู้ คงไม่แล้วล่ะ แล้วนายล่ะจะใช้ชื่ออะไร?”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มีคนแย่งลงทะเบียนชื่อเยอะเกินไป ตอนแรกฉันคิดว่าจะใช้ชื่ออย่างหนุ่มสง่าหรือสุภาพบุรุษสุดหล่อแต่ดูแล้วโอกาสที่จะแย่งลงทะเบียนให้ได้ชื่อพวกนี้มาคงยาก”

“อืม งั้นนายกลับไปก่อนเถอะ รอให้ออกจากหมู่บ้านเริ่มต้นค่อยติดต่อกันก็ไม่สาย”

“โอเค งั้นฉันไปก่อนนะ ฉันเอาเนื้อวัวสไลด์มาให้นายด้วย จริงๆอยากชวนนายดื่มด้วยกันสักสองสามแก้วแต่นายกลับมาดึกไป ไว้คราวหน้าแล้วกันนะ”

ผมยื่นหน้าไปดู จริงๆด้วย บนโต๊ะมีเนื้อวัววางอยู่แล้วยังมีบรั่นดีอีกหนึ่งขวดด้วย พอเห็นแบบนั้นผมก็อดจะรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในใจไม่ได้ ถึงชีวิตจะเจอเรื่องแย่มาหลายปีแต่ดีร้ายยังไงก็ยังมีพี่น้องคนนี้อยู่

สือซานออกไปแล้วและทิ้งไว้เพียงเงาที่ทอดยาวออกไปภายใต้แสงไฟ ในเกมเขาก็ไม่ได้เก่งถึงขั้นเป็นมือโปรและแทบจะเรียกได้ว่าเป็นมือสมัครเล่นด้วยซ้ำ คนอื่นสามารถสร้างตำนานไว้ให้เป็นที่กล่าวขานได้แต่เขากลับทำได้แค่ทิ้งเงาจากด้านหลังไว้ให้ดูเท่านั้น