0 Views

เย่ปั้นเฉิงไม่กล้าลืมตา เขาไม่อยากให้เย่จื่อเห็นสายตาแห่งความเศร้าโศก ความเจ็บปวดใจ ความสิ้นหวัง ความตำหนิตนเอง ร่างกายของตนเองได้กลายเป็นแบบนี้แล้ว มีชีวิตอยู่หรือตายไปก็ไม่ต่างกัน เขาในตอนนี้นั้นไม่ว่าจะทางร่างกายหรือทางจิตใจ มีชีวิตอยู่ต่อไปก็ไม่เท่ากับตายไปเสีย เขาจึงไม่อยากให้ลูกสาวของตัวเองเข้ามาพัวพันด้วย ลูกสาวที่เขารักสุดหัวใจ

 

“เฮ้อ”เย่เทียนหมิงถอนหายใจ “พ่อครับ เห็นท่าทางที่พ่อเป็นอยู่ตอนนี้แล้ว ลูกอย่างพวกเราก็เศร้าเหลือเกิน แต่ว่าพวกเราพี่น้องจะดูแลพ่ออย่างดี เดี๋ยวผมไปหาพี่ปิง ดูว่าพี่ปิงจะขอร้องให้หมอเทวดาจางมาช่วยได้ไหม”

 

เย่จื่ออ้าปาก หล่อนอยากพูดว่าพี่ปิงเคยช่วยถามให้แล้ว สถานการณ์ตอนนี้ต่อให้จางอีจื่อมาก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่เมื่อลองคิดดูว่าถึงแม้พ่อจะกำลังหลับตาอยู่หรือว่ากำลังฟังอยู่ ก็ต้องฝืนอย่าพูดออกไป ตอนนี้สภาพจิตใจของพ่อกำลังอ่อนแอ ให้จิตใจของพ่อได้พบเจอกับความหวังบ้างเถอะ

 

แต่ ณ ทันใดนั้นเองหยดน้ำตาก็ไหลออกมาจากขอบตาของเย่ปั้นเฉิง พวกของเย่จื่อรีบวิ่งเข้าไปล้อมเขาไว้ จมูกของเย่จื่อเริ่มฮึดฮัด อดกลั้นน้ำตาเอาไว้ พูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้น “พ่อ พ่ออย่าเศร้า พ่อต้องกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแน่นอน ต้องไม่เป็นอะไร เกี่ยวกับเรื่องของพี่สาวนั้น….ชั่วเวลาสั้นๆพี่คิดไม่ออกแน่นอน แต่เดี๋ยวพี่ก็จะตระหนักถึงความผิดของตัวเองได้ หนูจะพูดกับพี่ ครอบครัวของพวกเราต่อมาจะกลับมาสนิทสนมกลมเกลียวเหมือนตอนที่แม่ยังอยู่ ดีไหมคะพ่อ”

 

ตอนนั้นเองที่ประตูก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมา บอดี้การ์ดที่ประตูพูดว่า “พวกคุณทำอะไร นี่คือห้องผู้ป่วยของประธานตระกูลเย่ของพวกเรา ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามา”

 

“ขอโทษนะ ฉันคือตำรวจ” คนพูดคือผู้หญิง น้ำเสียงไม่น่าสงสัย

 

“ตำรวจแล้วไง ตำรวจแล้วพิเศษนักเหรอ แกไม่เคยได้ยินตระกูลเย่…..”

 

“ถอยไป ถอยไป” บอดี้การ์ดหลายคนนั้นราวกับโดนผลักออกไป จากนั้นประตูห้องจึงถูกผลักเปิดออกจากด้านนอก ตำรวจในเครื่องแบบสี่คนเดินเรียงแถวเข้ามา หน้าสุดคือเจี๋ยงหว่านถิงหัวหน้ากรมตำรวจสอบสวนอาชญากรรมเขตจินซาที่เซียวปิงเคยติดต่อด้วย

 

ตอนนั้นหลังจากที่จูเลียตตาย บวกกับเซียวปิงเคยสร้างความหายนะให้กับตำหนักราชาสวรรค์มาก่อน เจี๋ยงหว่านถิงถึงจะเคยจับเซียวปิงไว้ครั้งหนึ่ง แต่ทว่าหลังจากสอบสวนเซียวปิงแล้วก็ปล่อยตัวเขาไป จุดเริ่มต้นในตอนนั้นไม่น่ารื่นรมย์เท่าไร แต่ไม่นานก็มลายหายไป  หล่อนยังคงมองเซียวปิงด้วยจิตใจยิ่งใหญ่ซื่อตรงและรู้สึกเคารพ

 

เมื่อเย่จื่อเห็นเจี๋ยงหว่านถิงก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที ในใจเดิมทีนั้นก็รู้สึกไม่ค่อยดีอยู่แล้ว น้ำเสียงจึงยิ่งไม่ดีเข้าไปใหญ่ “ตำรวจท่านนี้ พวกเราตระกูลเย่ทั้งหมดเป็นพลเมืองที่ทำตามกฎหมาย นี่คือห้องผู้ป่วย พ่อของพวกเรากำลังนอนพักอยู่บนเตียง พวกคุณใช้กำลังเข้ามาแบบนี้ เกรงว่าจะไม่ค่อยดีเท่าไรนะ”

 

เจี๋ยงหว่านถิงแสดงบัตรตำรวจออกมาทันที พูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ให้ฉันแนะนำตัวเองก่อนละกัน ฉันคือหัวหน้ากรมตำรวจสอบสวนอาชญากรรมเขตจินซาเจี๋ยงหว่านถิง เย่ซินหยีเป็นพี่สาวคุณใช่ไหม”

 

ความรู้สึกไม่ดีลอยขึ้นมาในใจของเย่จื่อ กล่าวว่า “ใช่….ใช่ค่ะ ทำไมเหรอ”

 

เจี๋ยงหว่านถิงพูดว่า “เพิ่งเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นน่ะ มีคนไปพบศพๆหนึ่งในกองขยะเข้า จากการวินิจฉัยแล้วคือคุณหนูเย่ซินหยี เธอโดนคนรัดคอจากนั้นจึงเอาศพมาทิ้ง ตอนนี้พวกเรากำลังทำการตรวจสอบ ต้องการขอสอบปากคำพวกคุณหน่อย”

 

“อะไรนะ” ในใจของเย่จื่อราวกับมีเสียงสายฟ้าฟาดดังขึ้น ในหัวรู้สึกเหมือนมีเสียงคำรามของสายฟ้า เท้าอ่อนปวกเปียกล้มพับไปกองกับพื้น

 

เย่เทียนหมิงพยุงเย่จื่อไว้ แววตาพุ่งประกายความดุดันออกมา พูดด้วยท่าทางเคร่งขรึม “อะไรนะ พี่ผมตายแล้ว?”

 

“ใช่ พวกคุณกรุณาให้ความร่วมมือในการตรวจสอบด้วย”

 

“เป็นไปได้ยังไง เป็นไปได้ยังไง…..” เย่จื่อซบอยู่ในอกเย่เทียนหมิง เกือบจะเป็นลมวูบไป

 

เย่เทียนหมิงพูดว่า “น้าหลิ่ว น้าพยุงเย่จื่อไปนั่งอยู่ข้างๆนั่นหน่อย ผมจะไปกับตำรวจ คุณตำรวจครับ น้องสาวผมรับไม่ได้กับเรื่องสะเทือนใจนี้ ตอนนี้จึงไม่ค่อยสะดวก ให้ผมไปสอบปากคำก่อนแล้วกัน ไม่มีปัญหาใช่ไหม”

 

“ได้ งั้นคุณไปกับพวกเราก่อนแล้วกัน”

 

ก่อนที่เย่เทียนหมิงจะไป เขาหันศีรษะกลับมา เศร้าโศกไปทั่วใบหน้า ย้ำเตือนหลิ่วเพียวเพียวไปว่า “น้าหลิ่ว รบกวนน้าดูแลพ่อกับน้องสาวผมให้ดีด้วยนะครับ”

 

หลิ่วเพียวเพียวพยักหน้ารับ เย่เทียนหมิงถึงเดินออกไปพร้อมกับตำรวจ

 

“เฮ้อ” หลิ่วเพียวเพียวถอนหายใจออกมาอย่างหนักอึ้ง พยุงเย่จื่อไปนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เย่จื่อ เธอต้องดูแลร่างกายตัวเองดีๆนะ ตอนนี้ครอบครัวของพวกเรากลายเป็นแบบนี้แล้ว ถ้าเธอเกิดมาล้มไปอีก ฉันกับพี่ชายเธอดูแลไม่ได้ เมื่อถึงตอนนั้นทั้งครอบครัวก็จบสิ้นกันแล้ว”

 

“หนูรู้ หนูรู้ น้าหลิ่ว”

 

หลิ่วเพียวเพียวถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “แม้ว่าปั้นเฉิงจะเป็นแบบนี้ไปแล้ว แต่ฉันก็ยังถือว่าตัวเองเป็นญาติใกล้ชิดของพวกเธออยู่ ต่อไปฉันจะดูแลพวกเธอให้ดีเอง และก็จะดูแลปั้นเฉิงให้ดีด้วย”

 

เย่จื่อถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “น้าหลิ่ว ขอโทษ แต่ก่อนหนูทำแบบนั้นกับน้า”

 

“ไม่เป็นไร ในใจของน้าหลิ่วเข้าใจเธอดี”

 

“ขอบคุณค่ะ น้าหลิ่ว ตอนนี้หนูเหนื่อยมาก หนูอยากพักสักหน่อย ดูแลพ่อแทนหนูด้วย”

 

“อื้ม” หลิ่วเพียวเพียวถอนหายใจ หันกลับไปมองยังเย่ปั้นเฉิง เห็นว่าเย่ปั้นเฉิงยังคงปิดตาอยู่ ไม่ขยับใดๆ หล่อนเดินไปข้างโต๊ะ หันกลับไปมองเย่จื่อ เห็นว่าเย่จื่อไม่ได้มองมาทางนี้ ดังนั้นจึงค่อยๆดึงห่อยาออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เทผงยาลงไปในแก้วจากนั้นจึงเทน้ำลงไป หลังจากคนเสร็จแล้วก็ยกแก้วน้ำค่อยๆเดินไปข้างกายเย่จื่อ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เสี่ยวซี ดื่มน้ำหน่อยเถอะ”

 

“น้าหลิ่ว ดูแลพ่อก็พอ ไม่ต้องสนใจหนู”

 

“น้ารู้ว่าในใจเธอเจ็บปวด และก็รู้ว่าเธอโกรธ แม้ว่าซินหยีจะทำเรื่องแบบนี้ไว้กับพ่อเธอ แต่ว่าตัวเธอก็ตายไปแล้ว ฉันก็เสียใจ….แต่ว่าเธอก็ต้องดูแลร่างกายตัวเองดีๆ พ่อของเธอช่วงเวลานี้น่าจะเสียใจยิ่งกว่าเธอ ไม่ใช่เหรอ….”

 

เย่จื่อคิดถึงพ่อของตัวเอง คิดถึงว่าครอบครัวยังต้องการแรงกระตุ้นให้ฮึกเหิมขึ้นมา แล้วก็ยังเรื่องพี่สาวของตัวเองว่าจริงๆแล้วหล่อนตายยังไง ในหัวของเธอปรากฏภาพของเย่เทียนหมิงพี่ชายตัวเองไม่หยุด แต่ว่าก็ถูกลบออกไปจากหัวโดยเร็ว ในความรู้สึกของเธอแล้วพี่ชายเป็นคนดีมาโดยตลอดและเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึก

 

จนถึงตอนนี้เย่จื่อก็ยังจำได้ ตอนเด็กๆขณะที่เธอกำลังทำการบ้านอยู่ในห้อง ทันใดก็คิดอยากกินถังหูลู[1]ขึ้นมา แค่พูดเล่นๆขึ้นมา พี่ก็แอบวิ่งออกจากบ้าน วิ่งไปไกลมากๆไปซื้อถังหูลูมากมายกลับมา เป็นเพราะว่าพ่อกับแม่ไม่ยอมให้ตัวเธอกินของหวานมากไป เป็นเพราะเรื่องนี้ พี่ชายจึงต้องโดนด่า

 

เธอยังคงจำได้ ตอนที่แม่กำลังป่วย พี่ชายก็ดูแลอยู่หน้าเตียงทุกวัน ตอนนั้นพี่สาวก็ยังคงไปๆมาๆบริษัทอย่างแข็งขันทุกวัน แต่ว่าพี่ชายกลับหงอยเหงาเศร้าซึม ไม่ว่าพ่อจะตำหนิพี่แค่ไหน พี่ก็ไม่ยอมไป มีครั้งหนึ่ง เธอเห็นกับตาตัวเองว่าพี่ชายหลบอยู่ในห้องร้องไห้อยู่เงียบๆคนเดียว…..

 

คนแบบนี้จะไปลงมืออย่างเหี้ยมโหดกับพี่สาวตัวเองได้อย่างไรกัน

 

ปีที่พี่อายุสิบแปดนั้น เขาอธิษฐานขอพร พรที่ขอนั้นเขาบอกกับเย่จื่อไว้ เขาปรารถนาให้ทุกคนในครอบครัวใช้ชีวิตอย่างมีความสุขด้วยกัน ไม่ต้องแยกจากกันตลอดไป

 

เย่จื่อรับแก้วน้ำมา ดื่มน้ำจนหมด หลิ่วเพียวเพียวมองเย่จื่ออย่างจริงจัง จากนั้นจึงนั่งลงข้างๆ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ช่วงนี้เธออ่อนล้ามาก พักผ่อนเถอะ ฉันดูแลพ่อของเธอให้ก่อน”

 

“อื้ม….หนูง่วงนิดหน่อยแล้ว….”

 

หลิ่วเพียวเพียวห่มผ้าห่มให้เย่จื่อ ถอนหายใจออกมา เดินไปยังข้างเตียงของเย่ปั้นเฉิงอีกครั้ง เย่ปั้นเฉิงเปิดตา มองไปยังหลิ่วเพียวเพียวอย่างดุร้าย หลิ่วเพียวเพียวพูดออกมาด้วยถ้อยคำตำหนิตัวเอง “คุณวางใจเถอะ เสี่ยวซีกับเทียนหมิงไม่มีเรื่องบาดหมางกัน ฉันไม่ทำร้ายเธอหรอก เมื่อครู่นี้เพิ่งจะใส่ยานอนหลับขนาดพอเหมาะลงไปในน้ำของเธอ ตอนนี้น่าจะหลับสนิทไปแล้ว”

 

หลิ่วเพียวเพียวนั่งลงข้างๆ จับมือของเย่ปั้นเฉิงเบาๆ เย่ปั้นเฉิงไม่มีแรงถอนมือออก จึงได้แต่ปล่อยให้เธอจับมือไว้ แต่ในแววตาของเย่ปั้นเฉิงกลับกำลังบอกกับหลิ่วเพียวเพียวอยู่ว่าตอนนี้ตนเองนั้นเกลียดหล่อนมากๆ

 

หลิ่วเพียวเพียวก้มหน้า ร้องไห้สะอื้นออกมาทันใด “ขอโทษ ปั้นเฉิง….ฉันรู้ว่าคุณดีต่อฉันจริงๆ ปฏิบัติต่อฉันด้วยความจริงใจ แต่ฉันกลับหลอกลวงคุณ ฉันไม่ได้อยากทำ!ใครให้ฉันรักเทียนหมิงเข้าล่ะ….”

 

“ตอนที่ฉันรู้จักเย่เทียนหมิง ในคืนวันนั้น ฉันก็หลงรักเขาเข้าให้แล้ว หลังจากวันนั้น เขาก็ดีกับฉันมาตลอด จนกระทั่งมีวันหนึ่ง เขาพูดว่าจะให้ฉันช่วยเขาทำเรื่องๆหนึ่ง ก็คือให้คุณตกหลุมรักฉัน จากนั้นก็ให้พาฉันกลับบ้าน”

 

“จริงๆแล้วฉันไม่เต็มใจทำ มีผู้ชายคนไหนจะเอาผู้หญิงของตัวเองให้ผู้ชายอีกคนล่ะ และยิ่งเป็นพ่อของตัวเองด้วยซ้ำ ในตอนนั้น ฉันถึงรู้ว่าเขากำลังใช้ฉัน ตั้งแต่วันที่พบฉันวันแรกก็ได้วางแผนอย่างดีที่จะใช้ฉันแล้ว แต่ฉันกลับไม่มีทางถอนตัวได้”

 

“หลังจากที่ได้ติดต่อกับคุณแล้ว แรกเริ่มสุดเลยเพื่อหลอกใช้หัวใจของคุณ ทั้งหมดทั้งมวลเพื่อช่วยเย่เทียนหมิงโดยเฉพาะ แต่พอหลังจากนั้น อย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป ฉันถึงรับรู้ได้ว่าคุณปฏิบัติต่อฉันด้วยความจริงใจ คุณให้ความจริงใจแก่ฉัน ฉันจะไม่รู้ได้เชียวหรือ….ฉันตำหนิว่ากล่าวตัวเอง ฉันกลัวมากๆ ฉันไม่รู้ว่าต่อมาเทียนหมิงคิดอยากจะให้ฉันทำอะไรกับคุณ สิ่งที่เขาอยากให้ทำนั้นง่ายๆ อะไรก็ตามเขาไม่เคยให้ฉันทำ เขาให้ฉันทำตัวเป็นภรรยาที่ดี ปฏิบัติต่อคุณอย่างจริงจัง”

 

“ตอนนั้น ฉันยังแม้แต่จะคิดว่า ทิ้งผู้ชายที่ไม่รักฉันไปดีกว่า ทุ่มทั้งตัวและหัวใจเข้ากับความรักที่คุณมี ใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบนี้ไปตลอดชีวิต จริงๆแล้วช่างดีเหลือเกิน”

 

“จนถึงเรื่องในวัดตอนนั้น เขาให้ฉันร่วมมือกับเขา บอกว่าให้ทำให้โรคหัวใจคุณกำเริบ เขาบอกว่าภรรยาคนแรกของคุณก็ถูกคุณลงมือฆ่าตาย ดังนั้นถ้าคุณเห็นอะไรที่คล้ายกับผีล่ะก็ แน่นอนว่าจะต้องตกใจจนใกล้ตายแน่นอน ฉันต่อต้านและปฏิเสธ แต่ฉันก็ปฏิเสธเขาจริงๆไม่ลง ยิ่งกว่านี้ ฉันก็กลัวว่าเขาจะนำเรื่องของเขากับฉันไปบอกให้คุณรู้….จึงทำได้เพียงแค่ถูกบีบบังคับ…..”

 

“ขอโทษ….ปั้นเฉิง ขอโทษจริงๆ….ฉันก้าวแต่ละก้าวมาจนถึงวันนี้นั้น ฉันไม่กล้าพูดว่าตัวเองถูกบีบบังคับ ไม่กล้าพูดปัดความรับผิดชอบของตัวเอง แต่ฉันกลับพูดได้เพียงแค่ขอโทษเพียงประโยคนี้ประโยคเดียว…..”

 

ความหวาดระแวงในแววตาของเย่ปั้นเฉิงได้มลายหายไป เขาพยายามยกมืออีกข้างหนึ่งขึ้นมา ยกขึ้นมาด้วยอาการสั่นเทา ลูบคลำเบาๆไปบนใบหน้าของหลิ่วเพียวเพียว น้ำตาเป็นประกายอยู่ในดวงตา

 

“ขอโทษ…..” หลิ่วเพียวเพียวร้องไห้อย่างถึงที่สุด

 

แต่ทว่าเวลานี้นั้น หลิ่วเพียวเพียวก็ได้ยินเย่จื่อที่อยู่ด้านหลังพูดขึ้นมาโดยทันทีว่า “หลิ่วเพียวเพียว คิดไม่ถึงว่าแกกับพี่ชายฉันจะทำเรื่องแบบนี้ออกมา!”

 

หลิ่วเพียวเพียวตกใจจนรีบยืนขึ้น แต่กลับเห็นว่าแม้ว่าเย่จื่อพละกำลังจะอ่อนล้าแต่หล่อนก็กำลังปีนลงมาจากเตียง ใบหน้ามองมาที่เธออย่างเกรี้ยวโกรธ

 

—————————————–

 

[1] เป็นผลไม้เชื่อมที่เอามาเสียบไม้

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค: https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม