0 Views

เทพธิดาฯหายใจหอบหน่วง เมื่อเธอพ่นลมหายใจออกมา พลันสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นขาวซีดมากขึ้น ราวจะไม่ไหวแล้ว

เธออดทนเก็บกลั้นความเจ็บปวด พลางน้ำเสียงก็เปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้นเกลียดชัง กล่าวอย่างยากลำบาก “ไอ้ผู้ชายเลือดเย็นคนนั้นชื่อ เกิ่งหยุน หลังคุณพ่อรับมันเป็นศิษย์ ท่านก็เห็นว่าเราโตมาด้วยกัน เห็นว่าเรามีจิตเสน่หาต่อกัน แคกๆ… แคกๆ… ตอนนั้น พ่อฉันตาบอดไป เลยเห็นว่ามันดี มันเองก็เสแสร้งทำตัวเป็นคนดี ตามอกตามใจฉันทุกอย่าง แคกๆ… ต่อมา เราก็แต่งงานกัน แล้วคุณพ่อคุณแม่ฉันก็เสีย ธุรกิจของบ้านเราก็เลยถูกส่งต่อให้มันตามระเบียบ ทีแรก เขาก็ยังทำดีกับฉันอยู่ แต่ไม่นาน มันก็ไปติดพันนังปีศาจจิ้งจอกนั่น..”

“นังนั่นเป็นคนเซี่ยงไฮ้ บ้านเธอ มีอิทธิพลมากในเซี่ยงไฮ้ นังนั่นมาที่เมืองเราเพื่อจะเที่ยวเท่านั้น แต่คิดไม่ถึงเลย ว่าพวกเขาจะเจอกันในผับ แล้วก็ติดพันกันตั้งแต่นั้นมา… เกิ่งหยุนเริ่มคิดจะหย่ากับฉัน แต่ฉันไม่ยอม เขาก็ทั้งทุบตีฉันสารพัด… ความจริงแล้ว เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน แต่เพราะตอนนั้นฉันกำลังท้องอยู่..”

เย่จื่อได้ฟังก็ปะทุโทสะขึ้นมาทันที เธอกล่าว “นี่มันเดรัจฉานชัดๆ”

“เหอะๆ ความสารเลวของมันยังไม่หยุดแค่นั้น… เพราะฉันไม่ยอมหย่าด้วย ไอ้สารเลวเกิ่งหยุนก็เลยฟังคำของนังผู้หญิงใจมารนั่น เขาไม่คิดถึงความสัมพันธ์ผัวเมียของเรา หลอกฉันเข้าไปในป่าลึก จากนั้นเขาก็ทำร้ายฉันจนสาหัสต่อหน้านังผู้หญิงใจมารนั่น นังนั่นยังฉวยโอกาสนี้ควักลูกตาฉันออก แล้วทำให้ฉันต้องเสียโฉม จากนั้น พวกมันก็ปล่อยให้ฉันตายในป่าคนเดียว”

เซียวปิน เย่จื่อ และเอ้อหั้ว เมื่อได้ฟังก็รู้สึกขนลุกไปตามๆกัน แม้เซียวปินจะเจอคนมามาก แต่ก็ยังไม่เจอใคร ใจหมา อำมหิตได้เท่าเกิงหยุนเลย ยิ่งไม่เคยเห็นใคร ใจดำและโหดร้ายเหมือนยัยผู้หญิงใจมารนั่นด้วย

เซียวปินกล่าว “ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร?”

“ปี้เหยาถิง”

เย่จื่อนัยน์ตาประกายตกตะลึงขึ้นมา ทว่าไม่นาน ก็กลับคืนดังเดิม

เซียวปินกล่าว “ในเมื่อเป็นกลางป่า แถมเธอยังอาการสาหัส ลูกตาก็ถูกควักออก ฉันไม่เข้าใจ ทำไมเธอถึงยังรอดมาได้”

“พ่อฉันมีลูกศิษย์ทั้งหมดสองคน คนหนึ่งคือเกิ่งหยุน อีกคน คือจูหมิงหยี่…”

“อ้อ ที่แท้จูหมิงหยี่เป็นลูกศิษย์ของพ่อเธอนี่เอง”

“อืม.. เขาแอบชอบฉันมาตั้งแต่เด็ก ฉันเองก็ดูออก เขาเป็นเด็กกำพร้าเหมือนเกิ่งหยุน แต่ฉัน รักเดียวใจเดียวต่อเกิ่งหยุน เลยแกล้งทำว่าไม่รู้… บางที วันนั้นเขาอาจสังเกตเห็นว่าฉันแปลกๆไป เลยแอบตามดูอาการฉันตลอด วันที่ฉันถูกหลอกเข้าไปในป่า เขาก็ตามไปด้วย เพียงแต่ เขามาช้าไปก้าวหนึ่ง ตอนเขามาถึง ทั้งดวงตาและโฉมหน้าของฉันก็ถูกทำลายแล้ว เขาไม่ใช่คู้ต่อสู้ของเกิ่งหยุน เลยไม่กล้าออกมาช่วย”

เซียวปิน เมื่อนึกถึงจูหมิงหยี่ที่ตาบอด เขาก็กล่าวตกใจ “ดังนั้น ดวงตาของจูหมิงหยี่…”

“เขาให้ฉัน”

ในประสบการณ์เฉียดตายของเธอ เซียวปินได้ฟังเรื่องความชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์แห่งใจมนุษย์ แต่ก็ได้ฟังเรื่องราวของความรัก ที่แม้ตายก็ยอมเช่นกัน เพื่อผู้หญิงที่รัก จูหมิงหยี่ยอมสละดวงตาของตัวเองไป แสดงให้เห็นแล้ว ว่าเขารักเธอมากเพียงใด

เทพธิดาฯหายใจหอบแรง เธอทรุดลงบนเตียง เริ่มไม่ไหวเต็มที เอ้อหั้วเมื่อเห็นดังนั้นก็เดินเข้าไปหา ทว่าเทพธิดาฯหลับโบกมือห้ามเขา กล่าว “วันหนึ่ง ถ้าพวกเธอบังเอิญเจอเกิ่งหยุนล่ะก็ ฝากบอกเขาด้วย เดิมที ฉันจะตามไปแก้แค้นเขา แต่ยังไม่ทันได้ทำอย่างที่หวัง… แต่ว่า ต่อให้เป็นวิญญาณ ฉันก็จะคอยตามหญิงร้ายชายเลวอย่างพวกมันไปทุกชาติภพ ชื่อจริงของฉันคือ… *หมู่ตัน…”

“หมิงหยี่…ฉัน…ฉันผิดต่อนาย…ขอร้อง…เอาฉันไป…ฝังกับเขา”

เทพธิดาฯสิ้นใจแล้ว ก่อนตาย เธอก็ยังเปี่ยมไปด้วยความสุขใจ ทว่าก็มิได้ตายตาหลับแต่อย่างใด

ที่เธอสุขใจ เพราะผู้ที่ฆ่าเธอ เป็นผู้ชายที่รักเดียวใจเดียวคนหนึ่ง เซียวปินฆ่าเธอ ต่อให้จะด้วยกลอุบายและเล่ห์เหลี่ยม แต่เธอก็ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างเต็มใจ

ส่วนที่ยังตายตาไม่หลับ เพราะกระทั่งตาย เธอก็ยังไม่ได้แก้แค้น..

เซียวปินถอนหายใจเฮือก พลางเอ้อหั้วกับเย่จื่อก็เข้ามาพยุงเขา กล่าว “ให้พวกเราพาพี่ไปโรงพยาบาลเถอะ”

“อืม”

เย่จื่อกล่าว “จะทำยังไงกับพวกคนข้างนอกล่ะ?”

“ตอนนี้ พวกมันก็เหมือนมังกรที่ไร้หัว… พวกมันไม่จำเป็นต้องสู้ตายกับเราอีกแล้ว ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ปล่อยพวกมันไปเถอะ ยิ่งไปกว่านั้น หากทำให้เป็นเรื่องใหญ่มากไปกว่านี้ล่ะก็ มันจะยิ่งยุ่งยาก”

เย่จื่อฉีกยิ้ม กล่าว “มีเหตุผล ฉันยังกลัวว่าพี่จะทำอะไรวู่วามเสียอีก”

“วางใจเถอะ ฉันไม่ใช่พวกโรคจิต ชอบฆ่าคนเสียหน่อย ความจริงแล้ว…  ที่ต้องฆ่าคนก็เพื่อข่มขวัญศัตรูเท่านั้น นักรบที่เอาชนะได้โดยไม่ได้รบราสิ จึงจะเป็นวิสัยราชาที่แท้จริง”

เย่จื่อและเอ้อหั้วพยุงเซียวปินออกจากตำหนัก เรื่องเทพธิดาฯ เขากะว่าค่อยให้คนมาจัดการทีหลัง แต่ความจริงแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องจัดการเองด้วยซ้ำ แค่บอกเรื่องนี้กับโหวเยก็พอแล้ว ส่วนเรื่องจูหมิงหยี่… ฝังพวกเขาเอาไว้ด้วยกันเถอะ

เรื่องที่เซียวปินคิดจะปล่อยพวกคนข้างนอกไป เกาเฟยก็ไม่ได้แสดงความคิดเห็นหรือคัดค้านใดๆออกมา พวกเขาออกมาจากตำหนักเหนือ กำลังจะหารถสักคัน เพื่อโดยสาร ทว่า จู่ๆที่ข้างๆก็มีรถสีดำคันหนึ่งแล่นตรงมายังเซียวปินด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้า ยังดีที่เอ้อหั้วไหวพริบดี เขาปรี่เข้าไปยืนบังอยู่หน้าทุกคนราวตัวเป็น*สายแทงค์ ก่อนเอ้อหั้วและรถคันนั้นจะชนเข้าด้วยกันอย่างแรง

เอ้อหั้วร่างลอยละลิ่วออกไป รถคันนั้นก็ถูกชนจนพลิกคว่ำไป ทว่าเอ้อหั้วเพิ่งตกถึงพื้น ก็ลุกยืนขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เขาตบปัดฝุ่นตามร่างกาย พลางก็ก่นด่าไปด้วย “แม่งเอ้ย  ชนจนเราเจ็บไปหมดเลยเนี่ย”

พูดจบ ที่มุมปากเขาก็มีเลือดเล็กน้อยทะลักออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับบาดเจ็บภายในด้วย

เซียวปินแววตาเย็นวูบลง เขากล่าวเย็นชา “ไปลากตัวไอ้คนบนรถมา ถามให้รู้เรื่อง ว่าใครเป็นคนจ้างมันมา”

ผู้ขับรถสีดำ คลานออกมาจากรถด้วยตัวเอง พลางเอ้อหั้วก็พุ่งเข้าไปหา จากนั้นก็ดึงร่างมันขึ้น ตะคอกกล่าว “ใครจ้างแกมา?”

“ไม่…ไม่มี”

เซียวปินกล่าวเสียงเย็บเยือก “บอกตัวคนบงการมา แล้วฉันจะปล่อยแกไป แต่ถ้าไม่บอก แกก็ต้องตาย คิดดูแล้วกัน ว่าความซื่อสัตย์กับชีวิต อันไหนสำคัญกว่า?”

คนๆนี้ แลดูเป็นชายผอมแห้งแรงน้อย อายุประมาณสามสิบปีคนหนึ่ง เมื่อได้ฟังคำเซียวปิน เขาก็เย็บวูบ ขนลุกไปทั้งตัว ก่อนกล่าวเสียงสั่น “เย่..เย่ซินหยี่”

เย่จื่อหน้าซีดเผือด พลางร่างเธอก็เอียงเอนราวกำลังจะล้มลง ตะโกนกล่าว “โกหก”

“เปล่านะ… คุณหนูใหญ่บอกว่า… บอกว่าเธอบาดหมางกับพี่ปินไปเรียบร้อยแล้ว แถมพี่ปินกับคุณชายใหญ่ก็ยังสนิทกันอีก ก็เลยให้ผม…”

เซียวปินสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะได้ยินเสียงบางอย่าง…

ซิ่ว ว ว

กระสุนนัดหนึ่งพุ่งตรงออกมาจากป่า ก่อนจะฝังทะลุหัวชายคนนั้นไป

เอ้อหั้วโยนศพนั้นลงบนพื้น กำลังจะพุ่งเข้าไปในป่า ทว่า เซียวปินก็กล่าวเสียงต่ำขึ้นมาก่อน “ในป่าอันตราย อย่าเข้าไปจะดีกว่า”

เพราะเพิ่งเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เซียวปินจึงพลันผุดความรู้สึกหลากหลายขึ้นในใจ แต่เพราะตอนนี้กำลังบาดเจ็บหนักอยู่ เซียวปินจึงไม่มีเวลามาคิดเรื่องพวกนั้นต่อ  เขามองดูรถตรงหน้าแวบหนึ่ง กล่าว “พอดีเลย ขับรถคันนี้ไปโรงพยาบาลกัน”

เอ้อหั้วยกรถพลิกกลับมา ยังดี แค่หน้าต่างแตกไปนิดหน่อยเท่านั้น มิได้ส่งผลต่อการขับเคลื่อนแต่อย่างใด พวกเขาขึ้นนั่งบนรถ เกาเฟยทำหน้าที่เป็นผู้ขับ ส่วนเย่จื่อกับเอ้อหั้วก็นั่งดูแลเซียวปินที่ด้านหลัง.. รถแล่นไปจนถึงโรงพยาบาล จากนั้นเซียวปินก็ถูกส่งเข้าห้องไอซียูอย่างรวดเร็ว

อาการของเซียวปินสาหัสมาก แต่ที่ยังอดทนมาจนถึงตอนนี้ ก็เพราะปณิธานแรงกล้าในตัวล้วนๆ จนเมื่อมาถึงโรงพยาบาล เขาก็รู้สึกโล่งใจได้ และนั่น ก็เป็นผลให้เขาสลบหมดสติไปทันที

การผ่าตัดล่วงเลยไปจนเกือบสามชั่วโมง จนในที่สุด แพทย์จึงสามารถยื้อชีวิตเซียวปินกลับมาได้สำเร็จ เซียวปินที่บนเตียง ถูกดันออกมาจากห้องไอซียู เขาถูกผ้าพันเอาไว้ทั้งร่าง ราวเป็นมัมมี่ยังไงยังงั้น

เซียวปินลืมตาอยู่ ไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ เขาเข้าโรงพยาบาลถึงสองครั้งแล้ว ภายในเวลาแค่ไม่กี่วัน… ทั้งที่เมื่อก่อนเคยเป็นหัวหน้าทีมหลงหยา หัวหน้าแห่งหน่วยหลงหยาที่ยิ่งใหญ่ เมื่อมาที่เมืองเล็กๆอย่างเจียงเฉิง กลับต้องเข้าโรงพยาบาลติดต่อกันถึงสองหน เพราะถูกรุมยำ ช่างคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ให้ใครรู้เข้าคงน่าอายแย่!

ไร้พลังและความแข็งแกร่งนี่ไม่ดีเลย หากเซียวปินไม่ได้ถูกผนึกพลังเอาไว้ล่ะก็  ใครที่เข้ามาขวางหน้าเขาจะเหลือรอดอยู่อีกหรือ? คงไม่มีใครทำอะไรเขาได้ แม้แต่ปลายเล็บเลยด้วยซ้ำ

แต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะเขาในสภาพแบบนี้ ทั้งศัตรูในอดีต และคนทรยศที่อาจอยู่ในหลงเหมิน ต่างก็คงไม่คิดไม่ฝัน ว่าเจ้าคนที่ถูกอัดมาหลายครั้งหลายคราวแบบเขา จะเป็นเซียวปิน ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือคนนั้น

เมื่อการผ่าตัดจบลง ซูเสียวเสี่ยวก็รออยู่ที่หน้าห้องก่อนแล้ว เพราะตอนเดินทางมาที่นี่ เซียวปินก็โทรไปบอกกับเธอเอาไว้แล้ว ดังนั้น เธอจึงรีบร้อนเดินทางมาที่โรงพยาบาล และเมื่อครู่ ตอนเซียวปินยังอยู่ในห้องผ่าตัด เธอก็เหมือนกับเย่จื่อ คือเอาแต่อธิฐานขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองเซียวปินให้ปลอดภัย

เซียวปินอ้าปากพะงาบ ก่อนจะหัวเราะยิ้มแย้ม กล่าว “แหะๆ.. อย่าเป็นห่วงกันไปเลย ฉันแข็งแรงจะตาย.. เสียวเสี่ยว เสียดายที่เธอไม่เห็นว่าวันนี้พี่ปินของเธอเท่มากขนาดไหน ยิงเป้าแตกเลยนะ!”

เมื่อเห็นเซียวปินยังมีอารมณ์ขัน แม้ร่างกายจะอ่อนแอเช่นนี้ บรรดาคนที่เป็นห่วงอยู่ก็ค่อยโล่งอกไปที นางพยาบาลดันเตียงเซียวปินเข้าไปในห้องพักฟื้น พลางคนอื่นๆก็เดินตามเข้าไปด้วย

พยาบาลในวันนี้ เป็นคนเดียวกับพยาบาลสาวแสนสวยที่เซียวปินเคยเจอ จำได้ว่าตอนนั้น พยาบาลสาวเพิ่งดูแลเซียวปินได้แค่วันเดียว ก็เกิดไม่สบาย จนต้องลาหยุดไป ตอนนั้น เซียวปินยังเอาแต่ถามถึงเธอตลอด นึกไม่ถึงว่าจะบังเอิญขนาดนี้ ครั้งนี้ ผู้ดูแลเขาก็ยังเป็นเธออยู่

พยาบาลสาวมองเซียวปินด้วยโกรธฟึดฟัด “ทำไมนายถึงชอบหาเรื่องนักเนี่ย? เรื่องดีๆมีก็ไม่ทำ เอาแต่ต่อยตีอวดเบ่งกันอยู่นั่นแหละ ฉันล่ะไม่เข้าใจพวกคนแบบนายเลยจริงๆ”

เซียวปินหัวเราะแหะๆ “ก็เพราะไม่มีโค้ชแบบเธอคอยคุมไง”

พยาบาลสาวตาเขม็ง “ฉันเป็นพยาบาล ไม่ใช่โค้ช… แล้วก็ พวกคุณอย่างรบกวนคนไข้มากไปนะคะ อยู่ดูแลเขาแค่คนเดียวก็พอ ฉันขอตัวก่อน ถ้ามีเรื่องอะไรก็กดปุ่มตรงหัวเตียง แล้วฉันจะรีบมา”

เมื่อเห็นสายตาเซียวปินทอดยาวตามร่างพยาบาลสาวออกไป เอ้อหั้วก็กระแอมไอขึ้น แล้วจึงหัวเราะบื้อๆ กล่าว “พี่ปิน เราไม่เห็นเลยนะ ว่าพี่กำลังมองส่องเนื้อหนังพยาบาลสาวคนนั้นน่ะ”

เย่จื่อตาเขม็ง ก่อนจะหัวเราะชั่วร้าย “พี่ปินจ๋า ฉันว่า ในเมื่อพี่ก็มีกระจิตกระใจมองสาวชุดพยาบาลแล้ว แบบนี้ แสดงว่าแผลคงจะหายแล้ว ให้ฉันลองทดสอบให้ไหม ว่าแผลบนตัวยังเจ็บอยู่หรือเปล่า?”ฟมบรอ

“ไม่…ไม่… โอ้ยย.. เจ็บนะ อย่าหยิกฉันสิ!!”

เย่จื่อส่งเสียงสบถใสในลำคอ ก่อนจะทำปากบึน กล่าว “หึ.. ก็ชอบทำตัวเป็นหมาหยอกไก่ทำไมล่ะ… เสียวเสี่ยว เธอกลับไปพักเถอะ วันนี้เดี๋ยวฉันอยู่ดูแลพี่ปินเอง แล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาผลัดเวรกัน”

ซูเสียวเสี่ยวคิดลังเลนิดหนึ่ง จนเมื่อคิดได้ว่าเย่จื่อต่างหาก ที่เป็นแฟนเซียวปิน เธอก็ฝืนใจตอบตกลงในที่สุด โดยก่อนไปก็ยังไม่ลืมสั่งย้ำนู่นนี่เอาไว้ด้วย ส่วนเอ้อหั้วกับเกาเฟยก็เลือกอยู่ที่โรงพยาบาลต่อ พากันไปยืนเฝ้าที่หน้าห้องเขา

*หมู่ตัน : แปลว่าดอกพิโอนีค่ะ

*สายแทงค์ : เป็นตัวคุ้มกัน มีพลังป้องกันสูง และทนทานค่ะ

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค: https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม