0 Views

เย่จื่อและเซียวปินมายังร้านอาหารจีนแห่งหนึ่ง หลังสั่งกับข้าวมาหลายอย่างและข้าวเปล่ามาคนละชามแล้ว เซียวปินก็เริ่มกินมูมมามคำใหญ่ทันที ส่วนเย่จื่อที่ลงมือกินช้าๆ รักษาความสง่าเอาไว้ เมื่อเห็นเซียวปินดังนั้นก็อดไม่ได้ ขำพรืดออกมา “ดูพี่กินสิ เป็นคู่แข่งเอ้อหั้วได้เลยนะเนี่ย”

เซียวปินในปากเต็มไปด้วยข้าว เคี้ยวไปพลางก็กล่าวอู้อี้ไปด้วย “ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย แล้วยังดื่มเหล้าทั้งที่ท้องว่างอีก หิวจะตายอยู่แล้วเนี่ย”

เย่จื่อหัวเราะคิกคัก “สมน้ำหน้า”

เซียวปินกินข้าวต่ออีกหลายชาม ก่อนจะวางตะเกียบลง แล้วมองไปยังเย่จื่อที่กำลังละเมียดกินอย่างช้าๆอยู่ เขาใบหน้าเปื้อนยิ้ม กล่าว “เย่จื่อ”

“หืม?”

“ท่าทางตอนเธอกินข้าว มันสวยมากๆจริงๆ”

เย่จื่อกรอกตาน้อยๆใส่เซียวปิน เมื่อเธอกรอกตา แววตาคู่นั่นก็ราวมีไฟฟ้าสถิตมาด้วย ทำเอาเซียวปินรู้สึกชาไปทั้งตัว  แล้วจู่ๆ เซียวปินก็ลุกยืนขึ้นอย่างใจลอย เขาเอนตัวไปข้างหน้า ก่อนจะจูบไปที่ปากเย่จื่อเบาๆ

เย่จื่อชะงักไป เซียวปินเองก็ชะงักเหม่อไปเช่นกัน ใบหน้าทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก พวกเขามองตากัน ก่อนจะประกบริมฝีปากเข้าด้วยกันราวควบคุมตัวเองไม่ได้

 

ขณะเดียวกัน ที่บ้านของเย่จื่อ มื้อเย็นของเย่ปั้นเฉิงผ่านไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก หลังออกจากห้องอาหารแล้วเดินเข้าห้องตัวเองไป เย่ซินหยี่ก็เคาะที่ประตู พลางเปิดประตูเดินเข้าไปหา เมื่อสังเกตเห็นใบหน้าครึ้มของเย่ปั้นเฉิง เย่ซินหยี่ก็กล่าวระมัดระวัง “คุณพ่อคะ หนูรู้เรื่องเมื่อครู่แล้ว ลูกสาวคนนี้ขอพูดอะไรหน่อยได้ไหมคะ”

เย่ปั้นเฉิงใบหน้าเย็นชา กล่าว “มีอะไรก็พูดมาเถอะ”

“เฮ้อ…  ทั้งที่คุณพ่อหวังดีกับเจ้าเซียวปินนั่นแท้ๆ แต่เขากลับหักหน้าคุณพ่อต่อหน้าคนมากมายขนาดนั้น ช่างไม่รู้กาลเทศะจริงๆ… คุณพ่อคะ แม้ว่าเขาจะเคยช่วยชีวิตคุณพ่อเอาไว้ แต่เราก็ให้เงินเขาไปสักก้อนเพื่อเป็นการตอบแทนก็ได้นี่คะ ตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังจะเปิดศึกกับราชาสวรรค์เขตเหนือ สุดท้ายแล้ว หากเขาไม่ได้ตาย ก็ต้องบาดหมางกับโหวเยอยู่ดี…”

เย่ปั้นเฉิงหันมองเย่ซินหยี่แวบหนึ่ง กล่าว “เธอคิดว่า แบบไหนมีความเป็นไปได้มากกว่ากันล่ะ?”

เย่ซินหยี่ใบหน้านิ่งเรียบ กล่าว “อันที่จริง คุณพ่อน่าจะรู้ดีกว่าหนูนะคะ ราชาสวรรค์เขตเหนือเป็นหนึ่งในไพ่คิงของโหวเย ทั้งยังเป็นผู้นำของพวกนักสู้เก่งๆมากมาย เป็นอริกับเธอ เซียวปินต้องตายแน่นอน”

เย่ปั้นเฉิงกล่าวถาม “แล้วถ้าคนที่ตายเป็นราชาสวรรค์เขตเหนือตายล่ะ?”

เย่ซินหยี่กล่าวเสียงครึ้ม “แบบนั้น พระอาทิตย์คงต้องเปลี่ยนไปขึ้นที่ทิศตะวันตกแล้วล่ะค่ะ… แต่ว่า ต่อให้พระอาทิตย์จะขึ้นที่ทิศตะวันตกได้จริง นั่นก็แค่จุดเริ่มต้นของภัยพิบัติเท่านั้น.. สำหรับโหวเยแล้ว ราชาสวรรค์เขตเหนือสำคัญมากขนาดไหน คุณพ่อย่อมรู้ดีแก่ใจ… หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับราชาสวรรค์เขตเหนือ เซียวปินที่เป็นคนทำก็จะพลอยล่วงเกินโหวเยไปด้วย แล้วถ้าคุณพ่อเลือกอยู่ข้างเซียวปิน  แล้วคุณพ่อจะไม่พลอยเป็นอริกับโหวเยด้วยหรือคะ? หนูรู้ว่าคุณพ่อมีตำแหน่งใหญ่โต แต่พวกคนในวงการมืดมักจะทำอะไรแบบไม่มีขอบเขตและคาดเดาไม่ได้ด้วย หากเราไปมีเรื่องบาดหมางกับพวกในวงการใต้ดินเข้าจริงๆ ต่อให้จะเป็นคุณพ่อ เรื่องนี้ก็คงยุ่งยากไม่น้อย…”

เย่ปั้นเฉิงมองลูกสาวผู้เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม กล่าวถาม “แล้วเธอคิดว่าควรจะทำยังไงดี?”

“รักษาระยะห่างจากเซียวปินค่ะ ทางที่ดี ก่อนเรื่องนี้จะแน่นอน ควรให้น้องน้อยรักษาระยะห่างจากเขาด้วย จะได้ไม่ตกกระไดพลอยโจรไปกับเขา”

เย่ซินหยี่สีหน้าจริงจัง กล่าว “คุณพ่อคะ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตระกูลเย่ของเรานะคะ ธุรกิจใหญ่โตที่คุณพ่อต้องลำบากสร้างมา จะมาเกิดเรื่องขึ้นเพราะแค่เซียวปินไม่ได้เด็ดขาด…”

“เอาล่ะ เธอออกไปก่อน”

เย่ซินหยี่กล่าว “คุณพ่อ…”

เย่ปั้นเฉิงสีหน้าจริงจัง “ซินหยี่ พ่อเข้าใจว่าลูกหมายถึงอะไร แต่เรื่องนี้ พ่อนิ่งดูดายอยู่ไม่ได้จริงๆ”

“เพราะอะไรคะ?”

“เพราะเขาเคยช่วยพ่อเอาไว้” เย่ปั้นเฉิงถอนหายใจ “หากเป็นตอนก่อนป่วย บางที พ่ออาจจะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์มากกว่าความรู้สึก แต่หลังจากผ่านความเป็นความตายมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปแล้ว  ต้องได้เจอกับความเป็นความตายมากับตัว จึงจะรู้ว่าชีวิตคนเรามีค่ามากแค่ไหน.. คำพูดแบบนี้ ต่อไปลูกก็อย่าพูดขึ้นมาอีกเลย เซียวปินช่วยชีวิตพ่อเอาไว้ พ่อต้องรู้จักสำนึกในบุญคุณเขา หวังว่าลูกเองก็จะรู้จักสำนึกในบุญคุณคนนะ… ออกไปเถอะ”

เย่ซินหยี่มองบิดาด้วยแววตาซับซ้อนแวบหนึ่ง ก่อนจะถอยจากไปด้วยท่าทีเคารพ จนเมื่อออกจากห้องแล้ว นัยน์ตาเธอก็ประกายราวเจ้าตัวมีบางอย่างในใจ เธอพ่นคำสองพยางค์ออกมาเบาๆ “เซียวปิน”

หากไม่กำจัดทิ้ง ก็ต้องกำหราบซะ!

เซียวปินรู้สึกถึงลิ้นที่ทั้งหอมหวานและนุ่มนิ่มของเย่จื่อ ตอนที่ทั้งสองประกบจูบกัน เย่จื่อเบิกตาโพลง ทีแรกเธอก็ตกใจอยู่ไม่น้อย แต่หลังจากนั้นเธอก็ราวกำลังจะละลายไป เซียวปินค่อยๆอ้อมโต๊ะไปหา ก่อนจะกอดเย่จื่อเอาไว้ในอ้อมแขน พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่ง เดิมกำลังจะเดินมาทางพวกเขาพอดี แต่พอได้เห็นฉากนี้ พนักงานคนเดิมก็ผงะถอยหลังไป พลางสีหน้าก็เปี่ยมไปด้วยความเขินอาย เธอยกมือขึ้นปิดหน้า ทว่าก็ยังเอาแต่แอบมองอยู่ดี

งดงาม มีเพียงคำนี้เท่านั้น ที่จะสามารถอธิบายจูบของทั้งสองได้

วินาทีนั้น เซียวปินไม่ได้มีความใคร่หรือตัณหาใดๆในใจเลย เขาเพียงแต่อยากเข้าใกล้ อยากปกป้อง และอยากให้ความรักกับสาวน้อยในอ้อมแขนตนเท่านั้น   ความรู้สึกเช่นนี้ ยากนักที่จะอธิบายด้วยคำพูด… ราวกับทุกจุดที่ได้สัมผัสกับเธอ ต่างก็ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงได้ทั้งนั้น ทว่าเขาก็ยังไม่สามารถดึงตัวเองออกมาจากเธอได้อยู่ดี

นัยน์ตาเย่จื่อเอง ก็เปี่ยมไปด้วยความสุขใจ เธอชอบความรู้สึกเช่นนี้ เธอรู้สึกดื่มด่ำไปกับการถูกเซียวปินกอดเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยความรักมากเช่นนี้ เธอสัมผัสได้ว่าเซียวปินรักเธอมากแค่ไหน แม้ทั้งสองจะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน ทว่าก็มีความรักประเภทหนึ่ง ความรักที่เรียกว่ารักแรกพบ ความรู้สึกเช่นนี้ช่างร้อนแรงและรุนแรงเหลือเกิน เพียงพอให้พวกเขาหัวใจเต้นแรงไปกับพวกมันในทุกๆวันเลย

ในที่สุด ริมฝีปากทั้งสองก็แยกออกจากกัน ทว่าร่างกายกลับยังไม่ได้ออกห่าง เซียวปินยังคงกอดเธอเอาไว้ดังเดิม

“พี่ปิน”

“หืม?”

“ให้ฉันพาไปที่ๆหนึ่งดีไหม?”

“ไปไหน?”

“ริมแม่น้ำ” เย่จื่อนัยน์ตาระยับไปด้วยความสุข “ให้ฉันได้สัมผัสกับความรู้สึกอิสระอีกครั้งเถอะ”

เซียวปินจูบไปที่จมูกเย่จื่อเบาๆ ก่อนกล่าวเสียงละมุน “ฉันจะพาไปริมแม่น้ำ”

ทั้งสองเดินออกจากร้านอาหาร เดินผ่านสายตาอิจฉาของทุกๆคนไป จากนั้นจึงให้คนขับรถขับพาพวกเขาไปที่ริมแม่น้ำ เมื่อมาถึง ทั้งสองก็นั่งใกล้กันที่บันไดหินริมแม่น้ำ เย่จื่ออิงเข้าไปซบลงตรงอกเซียวปิน ทั้งสองมองไปยังน้ำใสในแม่น้ำ พลางเย่จื่อกล่าว “คืนนั้น พี่ยังจำได้ไหม?”

“แน่นอนสิ” เซียวปินกล่าวระลึก “บางทีฉันก็รู้สึกขอบคุณต้วนจื่อนะ ถ้าไม่ใช่เพราะมันอยากทำมิดีมิร้ายเธอ ฉันกับเธอก็คงไม่รู้จักกัน แม้มันจะสมควรตายมากก็เถอะ!”

เย่จื่อเอียงคอ ยิ้มกล่าว “พี่ปิน พี่รู้ไหม ตอนเด็กๆฉันก็มักจะอิงซบที่ตัวพี่ชาย แล้วนับดาวบนท้องฟ้าไปด้วย… ทุกๆครั้งฉันก็เอาแต่คิดอยากจะนับให้รู้ว่าบนท้องฟ้ามีดาวกี่ดวงกันแน่ แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่นับจนครบสักที ฉันดูโง่มากเลยใช่ไหม?”

“นั่นสิ” เซียวปินมองเย่จื่อที่กำลังทำตาเขม็ง  พลางหัวเราะกล่าว “ทำไมไม่เลือกนับตอนท้องฟ้ามีเมฆครึ้มล่ะ? ไม่แน่ ตอนนั้นอาจจะมีดาวอยู่แค่สองดวงก็ได้…”

เย่จื่อหลุดขำพรืดออกมา เธอทุบมือเล็กๆลงไปบนหน้าอกเซียวปินสองที ก่อนกล่าวโมโห “พี่นี่ ไม่โรเมนติกเอาซะเลย”

“ไม่นี่ ฉันว่า แค่ได้แกล้งแหย่ให้เธอมีความสุข ก็เป็นเรื่องโรเมนติกที่สุดในโลกแล้ว”

เซียวปินดันเย่จื่อเอนลง ให้เย่จื่อนอนลงบนตักเขา ก่อนเซียวปินจะค่อยๆก้มหน้าลง พลางเลื่อนริมฝีปากเข้าไปหาช้าๆ ทว่าจู่ๆเขาก็หยุดลง เย่จื่อที่กำลังคอยจูบอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อเห็นเขาหยุดการเคลื่อนไหวลง ด้วยความสงสัย จึงมองตามสายตาของเขาไป ก่อนจะพบว่า เซียวปินในท่านี้สามารถมองเห็นชุดชั้นในสีชมพูอ่อน และร่องอกเลือนรางของเธอที่ใต้เดรสนั่นได้พอดี…

เย่จื่อรีบลุกหนีจากตักเซียวปินทันที เธอวิ่งไล่ตีเซียวปิน พลางปากก็เอาแต่ตะโกนไม่หยุด “ไอ้ลามก”

เซียวปินหัวเราะร่วนพลางวิ่งไปริมแม่น้ำ พร้อมกับเย่จื่อวิ่งตามมาติดๆที่ด้านหลังเขา

เมื่อทั้งสองทั้งตีทั้งหยอกกันพอแล้ว เย่จื่อก็กล่าวท่าทางรอคอย “พี่ปิน  พาฉันไปบินหน่อย”

“ได้สิ” เซียวปินโอบเธอเอาไว้ ก่อนขาทั้งสองข้างจะลอยขึ้น ออกห่างจากพื้นดิน  เซียวปินลอยตัวบินตรงไปทางป่า เมื่อร่วงลงใกล้ถึงพื้น เซียวปินก็เหยียบไปที่กิ่งไม้เบื้องล่าง ก่อนจะเด้งตัวบินไปข้างหน้าอีกครั้ง เย่จื่อหายใจเข้าลึก ดื่มด่ำกับความรู้สึกราวได้กางปีกบินในขณะนี้ พลางเซลล์ทุกส่วนในร่างกายก็ราวจะลิงโลดไปด้วย

เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ “พี่ปิน บางที… ฉันอาจจะหลงรักพี่เข้าจริงๆ ตอนที่ได้สัมผัสกับความรู้สึกราวราวกางปีกบินจากพี่ก็ได้”

บางครา ความรักก็ไม่จำเป็นว่าต้องผ่านมรสุมและความยากลำบากมาด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ไม่จำเป็นต้องให้คำมั่นสัญญาใดๆทั้งสิ้น… แต่ต้องการเวลาเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น และเวลาแวบเดียวนี้ ทั้งเซียวปินและเย่จื่อต่างก็มีกันทั้งสองคน

เมื่อผ่านป่ามาแล้ว ทั้งสองก็นั่งลง พลางพิงไปที่โคนต้นไม้ด้วยความสงบ

“เย่จื่อ”

“หืม?”

“อันที่จริง ฉันรู้สึกได้ พ่อเธอเขารักเธอมากจริงๆ”

เย่จื่อขมวดคิ้วน้อยๆ กล่าว “ทำไมถึงมาพูดเรื่องคุณพ่อล่ะ?”

“ฉันก็แค่หวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพ่อจะไม่เหินห่างกันตลอดไป เพียงเพราะเรื่องแค่บางเรื่อง… เรื่องบางเรื่อง หากพลาดไปแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะชดใช้ได้อีกจริงๆ แต่เรื่องครอบครัว เราใช้คำว่าถูกหรือผิดไปตัดสินมันไม่ได้เหรอกนะ ไม่ว่าท่านเคยทำเรื่องผิดอะไรมา แต่เธอก็ยังปฏิเสธไม่ได้ ว่าท่านเป็นพ่อแท้ๆของเธอ และอย่างน้อย ที่ตัวเธอก็มีเลือดกว่าครึ่งที่เป็นของพ่อนะ”

เซียวปินถอนหายใจ ก่อนจะเก็บกิ่งไม้ขึ้นมากิ่งหนึ่ง เขาวาดมันลงบนพื้น พลางสายตาก็ครึ้มลง “เพราะเธอยังไม่เคยสัมผัสกับความรู้สึกโหยหาความรักจากครอบครัวแบบฉันมาก่อน คนไม่มีพ่อมีแม่อย่างฉัน แค่สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักก็ยังเป็นแค่ฝันลมๆแล้งๆเลย  ตอนนี้ที่ข้างกายเธอก็ยังมีพ่ออยู่ รีบฉวยโอกาสตอนท่านยังอยู่… ทำไมเธอไม่เปลี่ยนมุมมองของตัวเอง ไม่รักษามันเอาไว้ล่ะ…”

เย่จื่อดูออกว่าสายตาเซียวปินผสมไปด้วยความอ้างว้าง จู่ๆ เธอก็รู้สึกปวดใจแทนเซียวปินขึ้นมา เธอกระโจนเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนเซียวปินเบาๆ ก่อนจะกอดเขาเอาไว้แน่น กล่าวอ่อนโยน “พี่ปิน พี่ไม่เคยเห็นคุณลุงกับคุณป้ามาก่อน พี่ไม่เคยได้สัมผัสกับความรู้สึกของการมีพ่อแม่มาก่อน แต่ฉันสามารถให้ความรู้สึกทั้งหมดของตัวเองกับพี่ได้นะ ฉันรับประกันได้เลย ว่าพี่จะได้ผู้หญิงที่รักเดียวใจเดียวกับพี่มากที่สุดในโลกนี้เลย…”

เซียวปินกอดเธอตอบ “ฉันจะรัก จะปกป้อง และจะดูแลเธอตลอดไปเลย”

“ฉันก็เหมือนกัน!”

ทั้งสองไม่ได้ล้ำเส้นบางๆเส้นสุดท้ายระหว่างชายหญิงแต่อย่างใด พวกเขายังคงรักษาความบริสุทธิ์ในเรือนร่างของกันและกันอยู่ ทว่าความรู้สึกที่มีต่อกันกลับราวได้หลอมรวมกันไปแล้ว หลอมเป็นหนึ่งเดียวกัน…

เซียวปิน เย่จื่อ ความรักเข้มข้นนัก

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค: https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม