0 Views

ภายใต้ดวงตาคาดคั้นของเซียยวปิน เจี่ยงหวั่นถิงก็เริ่มร้อนรนขึ้นมา

จู่ๆน้ำเสียงของเซียวปินก็อ่อนลง “อันที่จริง มันก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ ราชาสวรรค์เขตเหนือสามารถตั้งตัวเป็นใหญ่ได้ จนในแถบใหญ่หนึ่งในสี่ของเจียงเฉิง ไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจเช่นนี้  ไม่เพียงเพราะมียอดฝีมือมากมายอยู่ แต่ในทางราชการ เขาเองก็คงมีเส้นสายอยู่ไม่น้อยเลย บางทีเธออาจจะเป็นตำรวจที่ดี เป็นหัวหน้าที่ดีคนหนึ่ง ตำแหน่งหัวหน้าทีมสืบสวนก็ถือเป็นตำแหน่งที่ไม่เล็กแล้ว แต่หากจะนับรวมข้าราชการทั้งหมด ตำแหน่งของเธอมันก็ไม่ได้มีค่าพอทำอะไรได้มากนักเหรอก เพื่ออนาคตที่สดใสของตัวเอง การไม่ทำอะไรโดยประมาท โดยพละการก็ถือเป็นเรื่องที่พอเข้าใจกันได้”

เจี่ยงหวั่นถิงหน้าเขียว นัยน์ตาก็เปี่ยมไปด้วยโทสะ เธอโพล่งยืนขึ้นด้วยทั้งอายทั้งโกรธ แต่เมื่อเห็นสายตาหยอกล้อของเซียวปิน เธอก็นั่งลงอีกครั้ง  ก่อนถอนหายใจพลางยิ้มเจื่อนๆ “คุณเซียว ฉันเกือบหลงกลคุณแล้วเชียว ช่างเป็นการยั่วยุที่เหนือชั้นจริงๆ”

เซียวปินหัวเราะร่วน “ยั่วยุก็ส่วนยั่วยุ เรื่องจริงก็ส่วนเรื่องจริง หากเธอไม่มีความเที่ยงธรรมถูกต้องในใจ ฉันก็คงไม่เสียเวลาไปยั่วยุเธอเหรอก”

เจี่ยงหวั่นถิงมองไปยังเซียวปิน ก่อนถอนหายใจเฮือก “ถ้าเป็นแบบที่คุณพูดจริง คุณบุกเข้าไปในตำหนักเหนือ แล้วยังพังที่นั่นซะเละไปหมด งั้นฉันก็หาต้นเหตุของเรื่องได้แล้ว …ต่อให้การกระทำของคุณจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ไม่ว่ายังไง มันก็ยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอยู่ดี หากราชาสวรรค์เขตเหนือจะเอาเรื่องคุณจริง ลำพังแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ก็เพียงพอให้จับคุณเข้าคุกได้แล้ว”

เซียวปินหัวเราะพลางมองเจี่ยงหวั่นถิงอย่างไม่แยแส

“แต่สิ่งที่ทำให้ฉันตกใจมากกว่าก็คือ ราชาสวรรค์เขตเหนือกลับไม่ได้เอาเรื่องคุณ… แต่ฉันก็กล้ารับประกันได้เลย ว่าที่เธอไม่คิดเอาเรื่อง เพราะเธอไม่ต้องการให้คุณแค่ถูกจับเท่านั้น แต่เธออยากล้างแค้นคุณด้วยวิธีที่โหดเหี้ยมมากยิ่งกว่าต่างหาก ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวมาก คุณต้องระวังเอาไว้ให้ดี”

“แล้วก็สุดท้าย อย่าคิดว่าฉันกลัวราชาสวรรค์เขตเหนือ  หากไปมีเรื่องกับเธอจริง บางทีฉันอาจต้องถอดเครื่องแบบบนตัวไปเลยก็ได้ หรืออาจถึงขั้นต้องสูญเสียชีวิตตัวเองไป แต่ถึงกระนั้น หากฉันสามารถกำจัดภัยอันตรายแบบเธอออกไปจากสังคมและประชาชนได้ ฉันก็พร้อมที่จะละทิ้งเครื่องแบบ หรือกระทั่งชีวิตไป..  แต่ตอนนี้ยังไม่ได้… ตีงูต้องตีให้ตาย ราชาสวรรค์เขตเหนือเป็นคนเจ้าเล่ห์มาก หลายเรื่องที่เธอทำ ก็มีผู้ชายชื่อจูหมิงหยี่เป็นคนทำแทนทั้งนั้น แล้วเจ้าจูหมิงหยี่ก็จงรักต่อเธอมาก ถึงขนาดยอมรับผิดทุกอย่างแทนเธอเลย”

“พวกคนที่ทำการใหญ่ทุกคน ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีตัวตายตัวแทนอยู่ข้างกาย เมื่อใดที่ถูกสืบสาว พวกเขาก็จะโยนตัวตายตัวแทนทิ้งไปแบบง่ายๆ ดังนั้น คนพวกนี้รับมือด้วยยากที่สุดเลย… โดยเฉพาะในประเทศที่เคารพและยึดถือกฎหมายเช่นนี้  หากไม่มีหลักฐาน การจับกุมก็เป็นไปไม่ได้เลย!”

“ฉันจะสืบสาวไปยังเธอ แต่ฉันจะแหวกหญ้าให้งูตื่นไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้น ตอนนี้ฉันยังทำแบบนั้นไม่ได้  ในเมื่อฉันมาทำหน้าที่ในแถบจินซาแล้ว แน่นอนว่าต้องกำจัดแก๊งชั่วช้าและเหล่ามาเฟียที่นี่ให้หมดไปแน่”

เซียวปินหัวเราะ กล่าว “หวังว่าเธอจะทำได้อย่างที่พูดนะ  ฉันกลับไปได้แล้วใช่ไหม?”

“ได้แล้ว ในวันหน้า หากคดีต้องการความร่วมมือจากคุณ พวกเราจะไปหาคุณอีกแน่”

แล้วเซียวปินก็เดินจากไป จากไปพร้อมความหวัง หลังจากเรื่องฉางฮวัยอัน ในที่สุดเขาก็มองเห็นความหวังของราชการตำรวจอีกครั้ง

เฮ้อ…  แต่แม่สาวนั่นหน้าตาไม่เลวเลยจริงๆ

ราชาสวรรค์เขตเหนือ… เซียวปินนัยน์ตาแฝงไปด้วยความเย็นเยือกเจือจาง ฉันจะไม่รอให้ตำรวจจับแกไปรับโทษทัณฑ์ทางกฎหมายเหรอกนะ กับเรื่องแบบนี้ ฉันย่อมมีวิธีจัดการของตัวเอง… เรื่องระหว่างเรา ให้เรามาสะสางกันเองเถอะ

 

เมื่อเซียวปินกลับมาที่ร้านอีกครั้ง ก็พบว่ามีนักเลงมากมายล้อมรอบร้านไปหมด เซียวปินแทรกตัวเข้าไปปะปนกับเหล่านักเลง ก่อนจะแตะบ่าหนึ่งในนั้น ถาม “พี่ชาย มีอะไรกันเหรอ?”

ชายดังกล่าวหันมองเซียวปินแวบหนึ่ง ก่อนกล่าวเหยียด “ไอ้น้อง ดูก็รู้ว่าแกไม่ใช่คนในวงการเรา มาวุ่นวายเรื่อยเปื่อยทำไมเนี่ย?”

เซียวปินหัวเราะประจบ กล่าว “ตอนนี้ผมยังหางานไม่ได้เลย ได้แต่ลอยไปลอยมาวันๆเท่านั้น กำลังกะว่าจะเข้าวงการมาเป็นลูกน้องพี่ใหญ่อยู่พอดี จะได้มีข้าวกินไปวันๆน่ะ”

นักเลงรอบๆเมื่อได้ยินดังนั้น ต่างก็มองมายังเซียวปินด้วยสายตาดูแคลน ชายคนเดิมมองสำรวจเซียวปินตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วจึงกล่าวหยามดูถูก “นี่… พูดแบบนี้แสดงว่าแกไม่รู้เรื่องอะไรในวงการเราเลยล่ะสิ? เมื่อก่อนเคยเป็นนักเลงมาก่อนหรือเปล่า? มีประสบการณ์จริงไหม?”

เซียวปินทำตาโต “เป็นนักเลงก็ต้องมีประสบการณ์การทำงานด้วยเหรอ?”

“ส้นตีนดิ พวกนักเลงแบบเรา แม้ไม่ต้องการใบปริญญาอะไร แต่อย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีประสบการณ์ในการทำงานมาบ้างสิวะ อย่างเช่นการทำงานเมื่อก่อนแกเป็นยังไงบ้าง? มีผลงานอะไรหรือเปล่า? เคยเจอปัญหาและอุปสรรค์อะไรในการทำงานบ้าง? นี่มันโยงไปถึงเรื่องที่ว่า จะมีลูกพี่ดีๆยอมรับแกเข้าทำงานหรือเปล่าเลยนะ ตอนนี้ในวงการเราก็มีการแข่งขันกันสูงขนาดนี้ ใครก็ไม่อยากรับคนไม่มีความสามรถเข้าทีมเหรอกใช่ไหม? ต้องเข้าใจว่าพี่ใหญ่เดี๋ยวนี้เขาให้กินฟรีอยู่ฟรีนะเว้ย ถ้าแกไม่มีอะไรตอบแทนเขา แล้วใครจะอยากรับแกเข้าทำงานในทีมวะ?”

เซียวปินหัวเราะแหะๆ “เรื่องนี้…. แต่ก่อนฉันยังไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”

“ก็เลยบอกว่าแกไม่รู้เรื่องในวงการเราไง ที่ฉันถามว่ามีประสบการณ์ในการทำงานไหม ก็หมายความว่า แต่ก่อนแกเคยเป็นนักเลงมาก่อนหรือเปล่า ตั้งตัวเป็นนักเลงไปวันๆ หรือเคยอยู่กับลูกพี่คนไหนมาก่อน? ที่ถามว่ามีผลงานอะไรบ้าง ก็หมายถึงแกเคยทำประโยชน์อะไรให้วงการนักเลงของเราบ้าง? แล้วที่ถามว่าเคยเจออุปสรรค์อะไรไหม เรื่องนี้ก็ยิ่งง่ายไปใหญ่เลย ก็คือแต่ก่อน แกเคยโดนฟันมาบ้างหรือเปล่า? พวกเราทำมาหากินทางนี้ หากไม่เคยโดนฟันสักแผลสองแผล แล้วยังจะมีหน้าออกไปเจอคนภายนอกได้ยังไง?”

เซียวปินกล่าวหน้ามึน “ตอนอยู่ประถม เหมือนฉันเคยโดนเพื่อนใช้ดินสอแทงมือจนเป็นแผลมาก่อน จากนั้นฉันก็แย่งดินสอมา แล้วทิ่มหน้าเพื่อนคนนั้นจนเป็นแผลคืน”

ชายดังกล่าวดวงตาเป็นประกาย เขาตบไปที่บ่าเซียวปิน กล่าวสีหน้าชื่นชม “แม้แกจะเป็นแค่เด็กใหม่คนหนึ่ง แต่แกก็ส่อแววมาตั้งแต่เด็กเลย เอาไว้ทำงานนี้เสร็จ เดี๋ยวฉันจะแนะนำแกกับพี่ใหญ่คนหนึ่งให้ ต่อไปก็ตั้งใจทำงาน บ้าน รถ ผู้หญิง อะไรที่ควรจะมีแกก็จะมีแน่ เจ้าหนุ่มนี่ มีอนาคตไกลเลยนะเนี่ย!”

เซียวปินรีบร้อนแสดงสีหน้าราวเพิ่งได้รับการอบรมสั่งสอนมา คนๆนี้ราวจะมองว่าเซียวปินเป็นลูกหลานที่มีอนาคตไกลไปเสียแล้ว เขากล่าวราวตัวเป็นพี่ชายคนโต “งานในวันนี้สำคัญมาก ร้านบะหมี่ร้านนี้มีพ่อครัวคนหนึ่ง ชื่อเซียวปิน ราชาสวรรค์เขตเหนือออกประกาศตามล่าตัวมันแล้ว ใครก็ตามที่ตัดหัวมันได้ จะได้รับเงินรางวัลหนึ่งล้านหยวน แล้วยังจะได้เป็นลูกน้องคนสำคัญของราชาสวรรค์เขตเหนืออีกด้วย ต่อจากนี้ไปก็จะได้ดิบๆได้ดี เป็นที่เชิดหน้าชูตาของวงศ์ตระกูล ถูกเล่าขานต่อๆไปเป็นร้อยๆปี! ตอนนี้เราก็กำลังรอไอ้เวรนั่นออกมาอยู่ แต่แม่ง ดันโดนไอ้คนปัญญาอ่อนนั่นขวางไว้ก่อนน่ะสิ”

ทันใดนั้น ภายในร้านก็มีเสียงร้องกระหึ่มขึ้น ก่อนจะเกิดเสียงดังสนั่น เซียวปินและชายคนนั้น สายตาต่างก็ถูกดึงดูดไป แล้วทั้งสองก็เห็นนักเลงคนหนึ่งถูกยกขึ้นสูง จากนั้นก็ถูกทุ่มลงพื้นหนักๆ

ตุ้บ บ ตึง ง

ขนาดเซียวปินยังอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปิดตาตัวเอง แม่ง… ฉันเจ็บแทนแกจริงๆ

ขณะนั้น ที่ข้างตัวเอ้อหั้วยังมีชายล่ำใหญ่อีกสี่คนล้มนอนอยู่ เอ้อหั้วฉีกดึงเสื้อบนร่างออก โชว์เปลือยท่อนบนที่แสนจะแข็งแรง ก่อนเผชิญหน้ากับนักเลงอีกนับสิบคน

ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ

เอ้อหั้วทุบเข้าที่อกตัวเองหลายครั้ง ก่อนกล่าวโห่ร้องอย่างตื่นเต้น “เข้ามาสิ ใครจะมาสู้ตัวต่อตัวกับฉัน”

ดูท่า เอ้อหั้วจะอยากสู้จนตื่นเต้นไปหมดแล้ว

เซียวปินหัวเราะเขา ดูท่า วันปกติในร้านจะทำให้เขาเบื่อไม่น้อยเลย อันที่จริง เขาก็ไม่เหมาะกับงานซื้อผัก จ่ายตลาด เด็กผักแบบที่เขาได้ทำอยู่จริงๆ ต่อไปให้เขามาทำหน้าที่รักษาความปลอดน่าจะเหมาะที่สุด ราชาสวรรค์ฯคิดให้นักเลงมาตามตอแยฉันแบบนี้ได้ เธอก็โหดไม่เบาเลยนี่… แต่นักเลงก็เป็นคน นักเลงก็ยังกลัวตายเหมือนกัน วันนี้ก็ให้เอ้อหั้วสั่งสอนพวกมันไปก่อนแล้วกัน จะได้ถือเป็นการปรามพวกนักเลงลูกกระจ๊อกพวกอื่นด้วย

เซียวปินแทรกตัวอยู่กลางฝูงคน ไม่ได้คิดจะเสนอตัวแต่อย่างใด พวกนักเลงตรงหน้า ซึ่งไม่รู้ว่าใครตะโกนดังขึ้น “อย่าตัวต่อตัวกับมันเลย พวกเรารุมเข้าพร้อมกันเถอะ ซัดมันให้หมอบก่อน แล้วค่อยว่ากัน!”

ทุกคนในที่นี้ต่างก็ร้องเห็นด้วยกันระงม ก่อนชายร่างใหญ่ทั้งสี่สิบ หรืออาจถึงห้าสิบคนจะพุ่งเข้าไปพร้อมกัน มีเพียงเซียวปินที่เอาแต่กอดอกยืนนิ่งอยู่ท้ายสุด คอยนับไปเงียบๆ

“คนที่หนึ่ง คนที่สอง คนที่สาม คนที่สี่…” เอ้อหั้วมิได้ป้องกันใดๆเลย เพราะทั้งหมัดและถีบต่างๆนาๆที่ร่วงลงบนร่างกาย ก็ไม่ได้ต่างไรจากการจั๊กจี้สำหรับเขา และเขาก็ไม่ได้สนใจเลยด้วย เขาพุ่งไปข้างหน้าราวรถดันดินคันหนึ่ง ดันเบียดให้พวกนักเลงตรงหน้าถอยไป และต่อด้วยการซัดพวกนั้นจนหมอบลงกับพื้น

“สะใจ สะใจจริงๆ!” เอ้อหั้วราวต่อสู้จนเป็นบ้าไปแล้ว หนึ่งในนั้นฟาดไม้หน้าสามลงบนหัวเอ้อหั้วอย่างจังจนไม้หักลง ทว่าเอ้อหั้วกลับไม่มีให้เห็นแม้เพียงเลือดสักหยดเลยด้วยซ้ำ เขายังราวคนปกติ ที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นักเลงผู้ฟาดไม้เมื่อเห็นดังนั้นก็ตกใจสุดขีด มันหมุนตัวแล้ววิ่งหนีออกไปทันที ทว่า ก็ยังถูกเอ้อหั้วจับเอาไว้ได้อยู่ดี เอ้อหั้วยกมันขึ้นสูง ก่อนจะโยนมันลอยละลิ่วออกนอกร้านไป มันตีโค้งพาราโบล่าราวเป็นลูกกอล์ฟลูกหนึ่ง ก่อนจะตกลงที่ถังขยะในที่สุด

ชายนักเลงทั้งสี่สิบ ถึงห้าสิบคนต่างก็ล้อมรุมตีเอ้อหั้วพร้อมกันต่อเนื่อง ยิ่งสู้ไป จำนวนคนก็ยิ่งลดน้อยลง จนเมื่อรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล พวกมันก็เตรียมจะถอยทัพหนีไป ต่างก็หมุนตัวเตรียมวิ่งเอาชีวิต ทว่ากลับถูกเอ้อหั้วจับกลับมา แล้วซัดหมอบลงกับพื้นดังเดิม

ไม่ถึงห้านาที ชายสี่สิบ ถึงห้าสิบคนก็นอนกองอยู่กับพื้น พลางร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ทว่าเอ้อหั้วก็ยังกล่าวราวไม่พึงพอใจนัก “พวกนายนี่อ่อนแอกันจริงๆ แค่ตีนิดๆหน่อยๆก็ไม่ไหวแล้ว แม่เราเคยบอกไว้ ว่าอย่ารังแกคนที่อ่อนแอกว่า แต่เราคนเดียวต่อยกับพวกนายหลายคนแบบนี้ นี่เรียกว่าการเอาชนะทั้งที่เสียเปรียบ”

เซียวปินสาวเท้ายาวเข้าไปหา พลางหัวเราะกล่าว “เอ้อหั้ว อันที่จริง นายไม่ได้เอ๋อเลยสักนิด”

เอ้อหั้วเกาหัวพลางหัวเราะแหะๆ “แม่เราก็บอก ว่าอันที่จริงเราไม่ได้เอ๋อเลย แค่บื้อนิดเดียวเอง”

เซียวปินหัวเราะร่วน จากนั้นจึงมองไปรอบๆ ดูนักเลงที่นอนระเนระนาดอยู่เต็มพื้น บางคนก็ยังเอาแต่ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดอยู่ ส่วนบางคนก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นได้แล้ว ทว่ากลับไม่มีใครกล้าออกไปจากร้านเลย ต่างก็เอาแต่จ้องมองมายังเซียวปินและเอ้อหั้วด้วยแววตาผวาสุดขีด โดยเฉพาะกับเอ้อหั้ว

เซียวปินมองไปรอบๆ กล่าวดุดัน “ฉันรู้ว่าราชาสวรรค์เขตเหนือส่งพวกนายมา หรือไม่ พวกนายก็คงมาหาเรื่องฉันเพราะได้ยินคำประกาศจากราสวรรค์เขตเหนือ… ฉันคิดว่า พวกนายหลายคนคงพอเดาออกแล้วนะ ว่าฉันเป็นใคร ฉันขอแนะนำตัวสักหน่อย ฉันสกุลเซียว ชื่อเซียวปิน”

นักเลงคนก่อนหน้าที่เอาแต่อวดเก่งต่อหน้าเซียวปิน บัดนี้ใบหน้าแดงก่ำ กำลังก้มหัวมุดเข้าไปหลบอยู่ใต้เป้ากางเกงตัวเอง

“วันนี้ฉันมีเรื่องอยากบอกพวกนายหน่อย พวกนายอยากประจบราชาสวรรค์ฯ อยากทำความดีความชอบให้ อยากได้เงินรางวัลพวกนั้น ฉันไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว แต่พวกนายทำได้แค่กับฉันคนเดียวเท่านั้น ถ้ามาตามวุ่นวายแค่ฉัน อย่างมาก ฉันก็แค่จับพวกนายมัดเอาไว้กับเสาไฟฟ้าแล้วอัดสักยกก็เท่านั้น ยังไงเสียฉันก็เป็นคนมีเมตตา แถมนิสัยก็ดี ฉันไม่ลงมือรุนแรงเกินไปเหรอก”

“แต่ทางที่ดี พวกนายอย่างมายุ่งกับคนรอบข้างฉันเลยจะดีกว่า เพราะหากเพื่อนคนใดคนหนึ่งข้างกายฉันเป็นอะไรไปแม้เพียงเส้นขนล่ะก็ ถ้าพวกนายใช้มือข้างขวา ฉันก็จะตัดมือทั้งสองข้างของพวกนายทิ้งซะ แต่ถ้าใช้มือข้างซ้ายทำ… ฉันก็ยังจะตัดมือทั้งสองข้างของพวกนายทิ้งไปอยู่ดี ถ้าพวกนายใช้เท้าซ้าย ฉันจะหักขาทั้งสองข้างของพวกนายทิ้งซะ แต่ถ้าเป็นเท้าขวา ฉันจะหักขาทั้งสามข้างของพวกนายทิ้งไปพร้อมกันเลย”

ชายนักเลงหนึ่งในนั้นเผลอหลุดปากกล่าว “ถึงเป็นเท้าขวา ก็ควรเป็นหักขาทั้งสองข้างไม่ใช่เหรอ ทำไมยังมีหักน้องชายเพิ่มขึ้นมาอีกล่ะ….”

“อ้อ  ขาขวาจะได้รับสิทธิพิเศษน่ะ…”

“…”

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค: https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม