0 Views

เซียวปินดวงตาประกายเคว้งเศร้า  เขาถอนหายใจ “ขอโทษนะ ที่ทำให้นายนึกถึงเรื่องเศร้าขึ้นมา”

“ไม่เป็นไรเหรอก” เอ้อหั้วเช็ดน้ำตา กล่าว “แม่เราบอกว่า ขอแค่เรากินอิ่มนอนหลับ ต่อให้แม่จะตายไป แม่ก็หมดห่วงแล้ว ตอนนี้เราเลยจะกินให้อิ่มแปล้ทุกวัน แล้วหาผู้หญิงสวยๆที่ตาบอดมาเป็นเมีย ทำให้แม้วางใจ”

“นายต้องหาเจอแน่” เซียวปินเงียบไป ก่อนจะยิ้มเศร้าออกมา กล่าว “แต่ไม่ว่ายังไง นายก็โชคดีกว่าฉัน  อย่างน้อยนายก็ยังมีแม่ที่รักนาย”

เอ้อหั้วมองเซียวปินอึ้งๆ “พี่ปิน”

“ฉันโตมาในศูนย์เด็กกำพร้า ตั้งแต่จำความได้ ฉันก็อยู่ที่นั่นมาโดยตลอด คำว่าพ่อกับแม่ ไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับฉัน ฉันไม่มีความทรงจำใดๆเกี่ยวกับพวกเขาเลย… ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไรพวกท่านถึงทิ้งฉันไป แล้วไม่รู้ว่าพวกท่านเป็นใครกันแน่ด้วย” เซียวปินฉีกยิ้มพลางหัวเราะน้อยๆ “เพราะแบบนี้ ฉันถึงบอกว่านายโชคดีกว่าฉัน อย่างน้อยนายก็ยังเคยมี.. ตอนฉันยังเรียนอยู่ เพื่อนคนอื่นๆต่างก็มีพ่อแม่กันหมด มีแต่ฉันที่ไม่มี ถึงตอนนั้นฉันถึงเข้าใจ ว่าในบรรดาของมีค่าทั้งหมดที่มีบนโลกใบนี้ มีเพียงพ่อแม่เท่านั้น ที่เราไม่สามารถดิ้นรนหามาได้ด้วยตัวเอง… พวกเขาทิ้งฉันไป ชาตินี้ทั้งชาติก็เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ที่ฉันจะมีพ่อแม่”

เซียวปินยกแก้วที่บรรจุแอลกอฮอล์อยู่เต็มขึ้นมา กล่าวหัวเราะเสียงดัง “มา  พวกเรามาดื่มแก้วนี้พร้อมกันเถอะ!”

ทั้งสองดื่มไปคุยไป ขวดแล้วขวดเล่า ลังแล้วลังเล่า จนเมื่อดื่มไปสองลังแล้ว ทั้งสองจึงเดินโซเซออกจากร้านไปในที่สุด

ปัง ปัง

กระสุนของนัดพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว เซียวปินคว้าเอ้อหั้วได้ก็รีบโดดหลบไปข้างๆทันที ราวเป็นสัญชาติญาณ ส่วนเอ้อหั้วยังคงเอาแต่หลับฝัน ไม่ได้รู้ถึงสถานการณ์ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

“แม่งเอ้ย  แกนี่มันหนักจริงๆ ต่อไปคงต้องลดความอ้วนสักหน่อยแล้ว” เซียวปินพูดประชดเสร็จ ก็ลากเอ้อหั้วกลับเข้าไปในร้านบาบีคิวต่อทันที จากนั้นจึงเริ่มมองสำรวจและสังเกตสถานการณ์ข้างนอกผ่านทางหน้าต่างร้าน ที่ด้านนอกไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรอีกแล้ว ดูท่า อีกฝ่ายเมื่อยิงไม่โดน ก็เลยหลบหนีไปแล้ว

เป็นฝีมือใครกัน?

ตอนนี้ มีความเป็นไปได้มากที่สุดว่าผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้จะเป็นเทพธิดาฯ แต่เมื่อครู่ตนก็ไปเหยียบถึงถิ่นเธอ หากเธอลงมือในตอนนั้น นั่นสิถึงจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุด แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าเธอจะส่งนักฆ่าตามรอยตนมา เมื่อมันเห็นว่าทั้งเซียวปินและเอ้อหั้วต่างก็เมามายออกมาจากร้าน จึงฉวยโอกาสนี้ คิดลงมือสังหารเขาเสีย

เซียวปินนัยน์ตาประกายอาฆาตแค้น วันนี้เขาประมาทมากไปจริงๆ เมื่อครู่ก็ยังเมาแทบไม่ได้สติอีก หากไม่ใช่เพราะหลายปีมานี้ ภารกิจเสี่ยงอันตรายที่ทำส่งผลให้ร่างกายสร้างสัญชาติญาณและการตอบสนองต่ออันตรายขึ้นมาล่ะก็ เมื่อครู่เขาคงไม่รอดแล้ว

ที่สำคัญที่สุดคือ เอ้อหั้วก็ยังอยู่กับเขาอยู่เลย เขาไม่กลัวที่จะเอาตัวเองไปเผชิญกับอันตรายเลยแม้แต่น้อย ทว่ากับคนรอบข้าง เขาไม่อยากให้คนรอบข้างต้องมาลำบาก หรือรับเคราะห์ไปกับเขาด้วย …

เซียวปินมองเอ้อหั้ว พลางความแค้นและความพยาบาทในใจก็ยิ่งรุกล้ำและทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อคิดว่าไม่มีอันตรายแล้ว เซียวปินจึงพาเอ้อหั้วกลับเข้าร้านบะหมี่ไป  ภายในร้าน แม้ในตอนนี้ก็ยังคงวุ่นวายอยู่เหมือนเดิม เซียวปินให้เอ้อหั้วกลับเข้าไปนอนพักในห้องก่อน ส่วนตัวเองก็เปลี่ยนเป็นชุดทำงาน กำลังเตรียมจะทำเส้นราเม็ง ทว่าตอนนั้นเอง ตำรวจหลายคนก็เดินผ่านประตูเข้ามา ผู้ที่เดินนำอยู่เป็นตำรวจหญิงอายุประมาณยี่สิบหก ยี่สิบเจ็ด ท่าทางทะมัดทะแมงคนหนึ่ง เธอมีรูปร่างดีมาก เธอทั้งสูงและมีสัดส่วนดีอีกด้วย หน้าตาก็ดีไม่ด้อยไปกว่าหุ่นเลย รูปหน้าเรียวเป็นตัววี ส่วนประกอบบนใบหน้าก็สวยงามรับกันไปหมด  เธอรวบมัดผมขึ้นเป็นหางม้า พลางที่ด้านหลังก็ติดตามด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสามนาย

“คุณคือเซียวปิน?” ตำรวจสาวหยุดอยู่ตรงหน้าเซียวปิน พลางกล่าวเย็นเยียบ

ผู้คนมากมายภายในร้านต่างก็มองมาทางเขา เซียวปินกล่าวอย่างไม่สู้พอใจนัก “ฉันเองแหละ มีอะไร?”

ตำรวจสาวขมวดคิ้วมุ่น เธอเองก็เริ่มอารมณ์เสียขึ้นมาแล้วเช่นกัน ขณะแสดงบัตรยืนยันการเป็นตำรวจ เธอก็กล่าวเสียงเย็นเยือกไปด้วย “ฉันเป็นหัวหน้าทีมสืบสวนในแถบจินซา เจี่ยงหวั่นถิง  ตอนนี้คุณต้องสงสัยว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมและการบุกรุกอีกคดี หวังว่าคุณจะให้ความมือ กลับไปให้ปากคำกับเรานะคะ”

แม่สาวคนนี้หน้าตาไม่เลวเลย ทว่าคำพูดกลับฟังไม่เข้าหูเลยสักนิด เซียวปินกรอกตาใส่ ก่อนกล่าวเสียงยานคางเกียจคร้าน “นี่เจ้ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ฉันเป็นพลเมืองดีนะ”

เจี่ยงหวั่นถิงหัวเราะเย็นเยือก กล่าว “ประชาชนเลวๆก็บอกว่าตัวเองเป็นพลเมืองดีกันทั้งนั้น  ล็อกกุญแจแล้วพาตัวไป!”

พวกคนที่เข้ามาอุดหนุนภายในร้าน ส่วนมากก็มาทานเพราะฝีมือในการทำอาหารของพวกเขา ส่วนอีกพวกก็มาเพื่อชมการแสดงของพ่อครัวนักกังฟู คิดไม่ถึงว่าจะได้ชมเรื่องน่าสนใจเช่นนี้ด้วย แล้วยิ่งพวกเขาบอกว่าเซียวปินไปมีความเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม เหล่าลูกค้าไม่เพียงเกิดความกลัวต่อเขาขึ้น ขณะเดียวกัน พวกลูกค้าต่างก็รู้สึกว่าเขามีความลึกลับมากมายซ่อนอยู่ด้วย  บรรดาผู้คนที่นั่งทานอาหารอยู่ เมื่อเห็นดังนั้นก็วางตะเกียบลง พลางมองมาทางพวกเขาอย่างสนอกสนใจ

เซียวปินเมื่อเห็นตำรวจหนุ่มสองคนที่ด้านหลังหยิบกุญแจมือออกมากำลังจะล็อกข้อมือตนก็หัวเราะเย็นเยียบ “ดูท่า เรื่องของฉางฮวัยอันยังไม่พอเป็นบทเรียนให้พวกแกสินะ!”

ตำรวจทั้งสองนายหน้าถอดสี ต่างก็ชะงักนิ่งไป

เจี่ยงหวั่นถิงกล่าว “อะไร…นายหมายถึงอะไร?”

เซียวปินกล่าวราบเรียบ “เธอคงเพิ่งย้ายมาใหม่สินะ ทำไม  เธอไม่รู้เรื่องเหรอ? ไม่นานมานี้ ฉางฮวัยอันเพิ่งใช้อำนาจในทางมิชอบ จับฉันเข้าตารางไป ต่อมา เรื่องเน่าหนอนของมันก็ถูกเปิดโปง ทั้งเรื่องการทุจริตและเรื่องผิดกฎหมายทั้งหมดของมันต่างก็ถูกฟ้องร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้น่าจะตัดสินโทษกันไปแล้วด้วย… ฉันเป็นคนมีคำสาปติดตัวมาตั้งแต่เกิด หรือเธออยากจะเดินตามรอยฉางฮวัยอันล่ะ?”

เจี่ยงหวั่นถิงหน้าถอดสี  เธอกล่าวกริ้ว “อย่ามาขู่ฉันไปหน่อยเลย ฉันกระทำการสุจริตและใสสะอาดมาโดยตลอด คำพูดของนายขู่ฉันไม่ได้เหรอก แล้วถ้าเมื่อไหร่ที่ฉันใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือทำเรื่องทุจริต รับสินบนล่ะก็ ไม่ต้องให้ใครร้องเรียนเหรอก ฉันจะเป็นคนถอดเครื่องแบบนี่ออกไปด้วยตัวฉันเอง เพราะฉันไม่คู่ควรได้สวมมันเอาไว้อีก แต่ตอนนี้ฉันยังเป็นตำรวจอยู่ ดังนั้น ฉันต้องทำการสืบสวนตามหน้าที่ๆรับผิดชอบ!”

เซียวปินมองไปยังเจี่ยงหวั่นถิงจริงจัง แล้วจู่ๆเขาก็ถอดชุดทำงานออก ก่อนเปลี่ยนเป็นชุดก่อนหน้านี้ของเขา กล่าว “ไปเถอะ ฉันจะไปกับพวกเธอ”

เจี่ยงหวั่นถิงมองเซียวปินสีหน้าตกใจ ก่อนเซียวปินกล่าวสีหน้าจริงจัง “ไม่ต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น ที่ฉันยอมไปกับเธอ เพราะฉันเป็นประชาชนของประเทศนี้ เมื่ออยู่บนผืนแผ่นดินนี้ ฉันก็ต้องทำหน้าที่ของประชาชนให้ดี อีกอย่าง ฉันดูออกว่าเธอไม่ใช่ตำรวจละโมบและบ้าอำนาจอย่างฉางฮวัยอัน ดังนั้นฉันก็จะไม่ทำให้เธอลำบากเช่นกัน แต่มีอย่างหนึ่ง ที่เธอต้องจำเอาไว้….”

“หืม?”

“อย่าลืมโดยเด็ดขาด ว่าเครื่องแบบที่สวมอยู่หมายถึงอะไร เป็นตัวแทนของสิ่งไหน เมื่อสวมเครื่องแบบ เธอต้องจำเอาไว้ ว่าเธอกำลังทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่เพื่อตัวเอง”

เจี่ยงหวั่นถิงสีหน้าจริงจังตั้งใจ “ขอบคุณค่ะ คุณเซียว คำพูดของคุณ ฉันจะจำเอาไว้ตลอดไป”

เซียวปินหัวเราะ กล่าว “ไม่ต้องขอบคุณฉันเหรอก อันที่จริงฉันชอบให้เรียกว่าพี่ปินมากกว่า เพราะไม่เพียงแค่ฉันชอบชื่อที่ฟังดูแมนและเปี่ยมไปด้วยพลังเท่านั้น แต่ชื่อนี้ยังคอยย้ำเตือนฉันอยู่ตลอด ว่าครั้งหนึ่งฉันเคยเป็นทหารมาก่อน”เ

“ที่แท้คุณก็เคยเป็นทหารมาก่อนนี่เอง” เจี่ยงหวั่นถิงเริ่มรู้สึกเป็นมิตรกับเซียวปินมากขึ้น อาจเป็นเพราะตำรวจและทหาร หากจะเปรียบกันแล้ว ก็ราวจะต่างกัน แต่ก็ยังมีเป้าหมายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน บวกกับ ตำรวจที่ทำหน้าที่ดูแลประชาชน ส่วนมากก็มักจะอิจฉาและยกย่องทหารที่ทำหน้าที่คุ้มกันประเทศอยู่แล้ว “เมื่อก่อนคุณอยู่หน่วยไหนคะ?”

เซียวปินปิดปากสนิท กล่าวราบเรียบ “ไปกันเถอะ”

เมื่อเห็นเซียวปินไม่อยากตอบ เจี่ยงหวั่นถิงก็ไม่คิดถามซักไซ้อีกต่อไป ทั้งเธอก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าทหารบางหน่วยบางทีมก็มีการเก็บความลับที่ดีและแน่นหนามากจริงๆ ซึ่งต่อให้จะถอนตัวออกมาแล้วก็ยังไม่สามารถแพร่งพรายความลับออกไปได้ ดังนั้น หากอยากรู้ ก็ไปสืบจากระบบสำหรับตำรวจเลยยังจะง่ายกว่าเสียอีก เจี่ยงหวั่นถิงเมื่อกลับไป เธอต้องไปตามสืบเรื่องนี้อย่างแน่นอน หรือจะพูดอีกแบบ เธอเองก็ต้องตรวจสอบเพื่อความแน่ใจในตัวตนที่แท้จริงของเขาด้วย

เซียวปินยอมไปกับพวกเขาจริงๆ เขาไม่ได้พูดรีรอถ่วงเวลาใดๆเลย เพียงแค่เดินๆไปบอกทิ้งท้ายกับพวกจางจิ้ง จากนั้นก็เดินตรงไปยังประตูทางออก ทว่า จู่ๆหลี่หงก็วิ่งตามเขาไป ก่อนจะหันไปกล่าวกับเจี่ยงหวั่นถิง “ครั้งก่อนพวกตำรวจหน่วยคุณก็จับคนผิดไปทีหนึ่งแล้ว ฉันหวังว่าจะไม่มีครั้งที่สอง”

เจี่ยงหวั่นถิงกล่าวจริงจัง “ฉันเป็นตำรวจ เป็นผู้ผดุงความยุติธรรมแก่ประชาชน ฉันไม่มีทางใช้อำนาจในทางมิชอบแน่ ก่อนจะหาหลักฐานยืนยันว่าเขาเป็นผู้ร้ายตัวจริง เราก็เพียงจะทำงานกันตามขั้นตอน คือให้คุณเซียวให้ความร่วมมือในการให้ปากคำกับทางตำรวจเท่านั้น”

หลี่หงพยักหน้า

เจี่ยงหวั่นถิงจู่ๆก็รู้สึกสนใจในตัวผู้ชายตรงหน้าขึ้นมา ขณะเขาพูด บุคลิกที่เที่ยงธรรมและรักในความถูกต้องของเขา แม้แต่ในกรมตำรวจก็ยังมีน้อยคนนัก ที่จะมีลักษณะเช่นนี้ เจี่ยงหวั่นถิงทำงานตำรวจมาสามปีแล้ว มีเพียงนายตำรวจที่กำลังจะเกษียรราชการคนหนึ่งเท่านั้น ที่ทำให้เธอรู้สึกเช่นเดียวกันนี้ได้ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเที่ยงตรงและซื่อสัตย์ยิ่งใหญ่นั้น ราวมีแสงเปล่งแห่งเทพเจ้าประกายออกมาตลอด และนายตำรวจคนนั้นก็กล่าวน้ำเสียงหนักแน่นใจเย็นเป็นประโยคเดียวกับที่เซียวปินกล่าวไม่มีผิด … อย่าลืมโดยเด็ดขาด ว่าเครื่องแบบที่สวมอยู่หมายถึงอะไร เป็นตัวแทนของสิ่งไหน เมื่อสวมเครื่องแบบ เธอต้องจำเอาไว้ ว่าเธอกำลังทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่เพื่อตัวเอง

เขาต้องเป็นคนแบบไหนกัน จึงจะกล่าวประโยคเช่นนี้ออกมาได้… เจี่ยงหวั่นถิงเชื่อปักใจ ว่าต่อให้เซียวปินจะเป็นคนเลวจริง เขาก็คงไม่ได้เลวทรามอะไรมากมายนัก ดังนั้น เขาเธอจึงมีท่าทีที่ดีต่อเซียวปินมากขึ้นมาก

เซียวปินเดินออกไปพร้อมกับเจี่ยงหวั่นถิง แล้วย่อตัวลงนั่งบนรถตำรวจ พอดีกับเจี่ยงหวั่นถิงนั่งข้างเขาพอดี เมื่อทั้งสองนั่งติดกัน เซียวปินถึงเพิ่งสังเกตเห็น ว่าเรือนร่างของเธอผอมบางมากขนาดไหน เรียวขาที่ทั้งยาวทั้งสวยก็วางติดกับขาเซียวปินพอดีอีก และเมื่อทุกคนขึ้นรถครบกันหมดแล้ว เธอจึงมองมายังเซียวปิน กล่าว “ออกรถได้”

“ครับ หัวหน้า”

เมื่อรถแล่นออกไป เจี่ยงหวั่นถิงก็กลับเข้าสู่สภาพนิ่งเรียบ และเย็นชาดังเดิมอีกครั้ง เธอไม่ได้เอ่ยอะไรเลยตลอดทาง ทุกๆครั้งที่รถส่าย ขาของทั้งสองก็จะเอนไปสัมผัสโดนกันอย่างช่วยไม่ได้ ทีแรกเซียวปินก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่เมื่อโดนกันหลายทีเข้า ขาเรียวสวยนั่นก็ราวมีแรงดึงดูดบางอย่าง ดึงดูดสายตาเซียวปินไปอย่างห้ามไม่ได้เลย ช่างเป็นเรียวขาที่ยาวสวยเสียจริง เซียวปินเริ่มจงใจโคลงร่างกายให้แรงมากขึ้น

ความรู้สึกเมื่อร่างกายบางส่วนเสียดถูเข้าด้วยกันเช่นนี้ เป็นความรู้สึกที่น่าตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าการมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งจริงๆเสียอีก… เซียวปินคิดในใจ

น่าเสียดาย ช่วงเวลาที่มีความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ รถแล่นมาถึงจุดหมายแล้ว นายตำรวจคนอื่นๆต่างก็รีบลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูให้เจี่ยงหวั่นถิง จากนั้นเธอจึงลงจากรถ ก่อนจะหันมามองเซียวปิน “คุณเซียว  ถึงที่หมายแล้ว เชิญลงจากรถด้วยค่ะ”

ท่าทีของเธอต่อเซียวปินดีกว่าตอนเริ่มแรกมากอย่างเห็นได้ชัด ด้านหนึ่ง เป็นเพราะคำพูดเมื่อก่อนหน้านี้ของเซียวปิน อีกด้าน นอกจากข้อหาบุกรุกแล้ว คดีฆาตกรรมอีกสองคดีก็ไม่มีหลักฐานอะไรที่ใช้ยืนยันได้ว่าเขาเป็นคนทำเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ส่วนคดีวางแผนฆ่าของเขาเมื่อก่อนหน้านี้ เซียวปินก็หลุดพ้นข้อกล่าวหาไปแล้วด้วย

เมื่อเข้าไปในโรงพัก เจี่ยงหวั่นถิงก็พาเซียวปินเข้าไปยังห้องสอบสวนห้องหนึ่ง เพื่อบันทึกคำให้การชั้นแรก  เจี่ยงหวั่นถิงถาม “ชื่อ? อายุ?”

“เซียวปิน ยี่สิบหกปี”

“ทำงานอะไรอยู่?”

“เป็นผู้จัดการร้านบะหมี่ ชื่อร้านบะหมี่เสียวเสี่ยว”

“เมื่อวาน ตอนที่จางกุ้ยถูกลอบฆ่าในซอยนั่น คุณอยู่ที่ไหนคะ?”

เซียวปินนึกถึงดอกกุหลาบสีแดงสด  และเลือดสีแดงที่งามผวา ก่อนนัยน์ตาจะประกายเศร้าขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เขาถอนหายใจ “ฉันเดินผ่านไปทางนั้นพอดี แต่ตอนฉันเข้าไป เขาก็ตายแล้ว”

“เห็นไหมว่าฆาตกรเป็นใคร?”

เซียวปินส่ายหัว

“เราเช็คจากกล้องวงจรปิดบนถนนมาหมดแล้ว สิ่งที่คุณพูดเป็นความจริง งั้นฉันขอถามต่อ เรื่องที่มีผู้หญิงชื่อยิงจื่อเสียชีวิตลงในบ้านตัวเอง เกิดอะไรขึ้นกับเธอ”

“เธอรักอยู่กับจางกุ้ย เธอตายเพราะฆ่าตัวตาย”

“เมื่อคืนนี้คุณจูเลียตเสียชีวิตลงภายในคอนโดของตัวเอง  ภาพจากกล้องวงจรปิดระบุว่าคืนนั้นคุณเคยไปที่บ้านเธอ ระหว่างที่คุณออกมาจากห้อง เธอถึงพลัดตกตึกเสียชีวิต แต่แม้จะเป็นเช่นนี้ ก็ยังมีรายงานมาว่าเธอเสียชีวิตเพราะโดนวางยา… นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

เซียวปินคิดนิดหนึ่ง ก่อนกล่าวตามความจริง “เธออยากจะฆ่าฉัน”

เจี่ยงหวั่นถิงกลับคืนสภาพไวต่อความรู้สึกและสัญชาติญาณเยี่ยงตำรวจอีกครั้ง เธอจ้องไปยังเซียวปิน กล่าวถาม “ใครจะฆ่าคุณ”

“จูเลียต”

“ทำไมเธอถึงอยากฆ่าคุณ?”

เซียวปินถอนหายใจ กล่าวราบเรียบ “เพราะเธอเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมกระดานของคนอื่นเท่านั้น เธอเป็นนักฆ่าที่ได้รับการฝึกฝนมาจากพวกเขา”

เจี่ยงหวั่นถิงถามอย่างรวดเร็ว “คนอื่นที่คุณว่า หมายถึงใคร?”

“ฉันไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไรกันแน่ ฉันรู้แค่ว่าเขาเป็นราชาสวรรค์ของเจียงเป่ยแถบเหนือ เป็นเจ้าแห่งวงการมืดใต้ดิน …บ้างเรียกเธอราชาสวรรค์เขตเหนือ บ้างก็เรียกเธอเทพธิดาแห่งดอกพิโอนี” เซียวปินหัวเราะ พลางกล่าวต่อ “ถ้ายังสงสัย  ทำไมไม่ไปคุมตัวเธอมา แล้วให้ฉันคุยแบบต่อหน้ากับเธอเลยล่ะ?”

เซียวปินจ้องไปยังเจี่ยงหวั่นถิง พลางโต้ตอบเขาด้วยคำถาม

เจี่ยงหวั่นถิงหลบเลี่ยงสายตาจากเซียวปินเล็กน้อย กล่าว “หากสามารถยืนยันได้ว่าเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับเธอจริงๆ แน่นอนว่าฉันต้องไปจับกุมตัวเธอมาดำเนินคดีอยู่แล้ว งั้นฉันขอถามอีกอย่าง ทำไมเทพธิดาแห่งดอกพิโอนีต้องจ้างคนมาฆ่าคุณด้วย? คุณไปขัดผลประโยชน์อะไรของเธอเหรอ?”

“เธอถูกว่าจ้างโดยเซี่ยหลุน ฉันเคยมีเรื่องกับเซี่ยหลุน ทีนี้เธอเข้าใจหรือยัง? วันที่จางกุ้ยตาย มีความเป็นไปได้ว่าเขาจะโดนฆ่าเพื่อปิดปาก แต่ฉันบังเอิญไปเห็นเข้าพอดีเท่านั้น ต่อมาจูเลียตต้องการฆ่าฉัน แต่กลับถูกฉันจับได้ไล่ทันเธอ เมื่อภารกิจล้มเหลว เธอจึงฆ่าตัวตาย… คุณหัวหน้าทีมเจี่ยง  ผมเองก็มีคำถามเหมือนกัน”

“หืม?”

เซียวปินจ้องไปยังเจี่ยงหวั่นถิง เขามองไปยังเธอด้วยสายตาบีบคั้น ถาม “คุณหัวหน้าเจี่ยงที่เคยใช้เครื่องแบบตำรวจมาสาบานกับผมเมื่อครู่.. ตอนนี้ที่ไม่ไปจับเทพธิดาฯ เพราะไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด หรือไม่กล้ากันแน่? คุณหัวหน้าทีมเจี่ยง!”

เซียวปินในขณะนี้ ช่างแลดูดุดันเหลือเกิน

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องยอดนักรบเหนือชั้นhttps://goo.gl/nBqYWo

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค: https://www.kawebook.com/story/view/357


120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม